ด้วง
ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงประเภทสวยงามนั้นทุกท่านคงจะนึกถึงสัตว์จำพวกปลาหรือนก แต่ในประเทศไทยนั้นยังมีสัตว์สวยงามจำพวกแมลงอยู่ชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมนำมาเลี้ยง สัตว์จำพวกนี้เป็นแมลงปีกแข็งที่คนไทยรู้จักกันในนามของกว่างหรือด้วงกว่างนั่นเอง ที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ผู้เขียนเข้าไปพูดคุยกับ คุณชิณภัทร บ้านเลขที่ 63 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สุก อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เป็นพื้นที่รับน้ำจากอ่างเก็บน้ำแม่สุก ซึ่งผู้เขียนเองเคยรับตำแหน่งเกษตรอำเภอแม่ใจอยู่ประมาณ 6 เดือน ยอมรับว่าไม่เคยเข้าไปในพื้นที่นี้ พอตามจีพีเอสไป ก็ไปไม่ถูก เลยก็ต้องโทร.หาคุณชิณภัทร แต่กำลังติดไลฟ์สดประมูลขายกว่างอยู่ เลยให้คุณพ่อมารับเข้าไปที่บ้านซึ่งทำเป็นฟาร์มเลี้ยงกว่าง ผ่านสันอ่าง ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงฤดูทำนา ทางอ่างได้ปล่อยน้ำลงมาเพื่อให้ชาวนาได้ไถหว่านข้าวกัน ถือว่าเป็นบริเวณที่น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ เป็นบริเวณต้นน้ำ เมื่อไปถึงคุณชิณภัทรก็ยังติดไลฟ์สดอยู่เลยต้องคุยกับคุณพ่อไปก่อน คุณพ่อเล่าว่า คุณชิณภัทรชอบกว่างมาตั้งแต่เด็ก สมัยก่อนคนทางภาคเหนือจะนิยมกีฬาชนกว่าง กัน คุณชิณภัทรก็จะไปหากว่างจากธรรมชาติมาขาย มีรายได้ตั้งแต่ ป. 2 จากนั้นก็
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ศัตรูพืชในฤดูแล้งของพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทยที่เกษตรกรควรเฝ้าระวัง ได้แก่ มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด ทุเรียน มังคุด และเงาะ เนื่องจากเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตและแพร่กระจายของศัตรูพืชสำคัญหลายชนิด หากศัตรูพืชเข้าทำลายแปลงเพาะปลูกอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณรวมถึงคุณภาพของผลผลิตได้ โดยข้อควรปฏิบัติหลักในการเพาะปลูกพืชทุกชนิดคือ เกษตรกรจะต้องคำนึงถึงการเตรียมแปลงปลูกที่สะอาดปลอดภัย มีการพรวนดินกำจัดศัตรูพืช คัดเลือกเมล็ดและต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีการเตรียมการป้องกันกำจัดศัตรูพืช เช่น การแช่เมล็ดในสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชก่อนปลูก การอนุรักษ์แมลงศัตรูธรรมชาติต่างๆ รวมทั้งเมื่อเพาะปลูกแล้วควรหมั่นสำรวจแปลงปลูกอยู่เสมอ เพื่อป้องกันและควบคุมกำจัดศัตรูพืชได้อย่างเท่าทันต่อสถานการณ์ มันสำปะหลัง ในปัจจุบันตลาดยังมีความต้องการผลผลิตในปริมาณมาก การเพิ่มปริมาณและคุณภาพผลผลิตมันสำปะหลังไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญ ศัตรูพืชที่ควรเฝ้าระวังในฤดูแล้ง ได้แก่ เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง หากเข้าดูดกินน้ำเลี้ยงต้นอ่อนยอดจะงอหงิกเป็นพุ่ม ลำต้นบิดเ
ด้วงงวงมะพร้าว หรือ ด้วงสาคู จัดว่าเป็นด้วงงวงขนาดกลาง ตัวเต็มวัย ปีกมีสีน้ำตาลดำ อกมีสีน้ำตาลและมีจุดสีดำ มีขนาดลำตัวยาว ประมาณ 25-28 มิลลิเมตร ทั้งตัวผู้และตัวเมียมีขนาดและลักษณะภายนอกคล้ายคลึงกัน ต่างกันที่ตัวผู้มีขนที่ด้านบนของงวงใกล้ส่วนปลาย ตัวหนอนมีสีเหลืองปนน้ำตาล ดักแด้เป็นปลอกทำด้วยเศษชิ้นส่วนจากพืชที่กินเป็นอาหาร โดยด้วงงวงชนิดนี้นับเป็นแมลงศัตรูพืชที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะพืชจำพวกปาล์ม เช่น มะพร้าว สาคู และลาน ในประเทศไทยพบมากที่ภาคใต้ ตัวหนอนจะอาศัยและกัดกินบริเวณยอดอ่อน ตัวเต็มวัยจะเกาะกินเนื้อเยื่อด้านในของลำต้นลึกจนเป็นโพรง ซึ่งอาจทำให้ต้นตายได้ โดยจะบินออกหากินในเวลากลางวัน สามารถบินได้ไกลถึง 900 เมตร และอาจกินซ้ำจากที่ด้วงแรดมะพร้าว (Oryctes rhinoceros) ซึ่งเป็นด้วงกว่างกินไว้แล้ว ตัวเมียใช้เวลาวางไข่นาน 5-8 สัปดาห์ ในปริมาณเฉลี่ย 400 ฟอง อย่างไรก็ตาม ด้วงสาคู ก็กลายมาเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น เพราะมีรสชาติอร่อย และมีคุณค่าทางอาหารสูง มีโปรตีนสูงไม่แพ้โปรตีนจากเนื้อสัตว์เลยทีเดียว และยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่า
ประเด็นร้อนในวงการมะพร้าว ตอนนี้คงหนีไม่พ้น ปัญหาการแพร่ระบาดของแมลงศัตรูจำนวน 4 ชนิด คือ หนอนหัวดำมะพร้าว แมลงดำหนามมะพร้าว ด้วงแรดมะพร้าว ด้วงงวงมะพร้าว ลองมาทำความรู้จักแมลงศัตรูพืชเหล่านี้ ว่ามีหน้าตา อุปนิสัย และลักษณะการทำลายเป็นอย่างไร รวมทั้งแนวทางป้องกันและการกำจัดแมลงศัตรูพืชแต่ละชนิด หนอนหัวดำมะพร้าว ดร.พฤทธิชาติ ปุญวัฒโท นักกีฏวิทยาชำนาญการ หัวหน้ากลุ่มงานวิจัยการใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช สำนักวิจัยและพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร โทร. (02) 579-5583 ต่อ 249 ได้บรรยายในหัวข้อ “การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าวอ่อนและมะพร้าวแกงอย่างยั่งยืน” ในงานสัมมนาวิชาการเรื่อง เดินหน้าอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยจากฐานชีวภาพ จัดโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หนอนหัวดำมะพร้าวเป็นแมลงศัตรูมะพร้าวที่สำคัญในแถบเอเชียใต้ เช่น ประเทศอินเดีย ศรีลังกา ปากีสถาน กัมพูชา เมียนมา อินโดนีเซีย หนอนหัวดำมะพร้าวเป็นแมลงศัตรูพืชต่างถิ่นที่เข้ามาระบาดในประเทศไทย โดยพบครั้งแรกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อปี 2550 ปัจจุบันพบการแพร่ระบาดของ
คุณบรรพต ปฐวี หรือ หนานติ้ง (ทางภาคเหนือ จะเรียกผู้ผ่านการบวชพระมาว่า “หนาน”) หนุ่มใหญ่แห่งบ้านบัว ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เล่าให้ฟังถึงชีวิตครั้งก่อนว่า สมัยหนุ่มๆ มีโอกาสได้เข้าไปใช้ชีวิตในเมืองหลวง เคยบวชเรียน และเดินทางไปเรียนยังประเทศอินเดีย หากไม่สึกออกมาเสียก่อน ปานนี้คงเป็นเจ้าคุณไปแล้ว เมื่อสิกขาลาเพศบรรพชิต ก็เลยได้ไปใช้ชีวิตในหลายๆ แง่มุม ทั้งบริษัทเอกชน และสวนนงนุช ที่โด่งดังในเรื่องการจัดสวน มีความรู้เหล่านี้ติดตัวมา เมื่อพบรักกับภรรยา มีลูกด้วยกัน 2 คน ก็มีเหตุบังเอิญให้เลิกรากัน เบื่อหน่ายชีวิตเมืองกรุงจึงมุ่งกลับสู่ท้องนา นำความรู้ ประสบการณ์ มาใช้ที่บ้านบัวแห่งนี้ คิดว่ากลับมาอยู่ชนบทแล้วอากาศธรรมชาติจะดี กลับกลายเป็นว่ามาพบการเผาเศษวัสดุหรือตอซังข้าว เกิดอาการแพ้ จึงเริ่มรณรงค์ ให้งดการเผา เมื่อไม่ให้เผา ก็ต้องหาวิธีการที่ทำลายเศษวัสดุเหล่านั้น ครั้นจะรณรงค์หรือชักชวนผู้ใหญ่ก็เป็นไม้แก่ที่ดัดยากเสียแล้ว จึงหันไปรณรงค์ในกลุ่มของเด็กและเยาวชนแทน สังคมในภาคเหนือมีวัฒนธรรมและประเพณีอย่างหนึ่งคือ การเล่นชนกว่าง ซึ่งตัวกว่างก่อนที่จะออกมาเป็นตั
