ด้วงสาคู
ด้วงสาคู เป็นแมลงกินได้ที่มาแรง มีการเพาะเลี้ยงกันมากในแถบจังหวัดภาคใต้ เป็นที่นิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เนื่องจากสามารถเพาะเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ขนาดของตัวหนอนค่อนข้างโต มีน้ำหนัก ขายได้ราคาดี เป็นแมลงเศรษฐกิจที่น่าสนใจทั้งในด้านการเพาะเลี้ยง ซึ่งมีวงจรชีวิตสั้นและนำไปบริโภคเช่นเดียวกับแมลงชนิดอื่นๆ สำหรับด้วงสาคู หรือ ด้วงลาน มีชื่อวิทยาศาสตร์ Rhynchophorus ferrugineus Oliver วงศ์ Curculionidae อันดับ Coleoptera เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งจำพวกแมลงที่มีชื่อเรียกว่า ด้วงงวง ด้วงไฟ ด้วงมะพร้าว ทางภาคใต้เรียกว่า ด้วงสาคู หรือด้วงลาน ลักษณะตัวเต็มวัย ด้วงสาคูตัวเต็มวัยจะมีขนาดตัวยาวประมาณ 2.2-3.5 เซนติเมตร สีน้ำตาลอมส้ม หรือสีน้ำตาลปนดำ ปากยาวบอบบาง มีงวงโค้ง มีจุดแต้มสีน้ำตาลแต้มกระจายบริเวณด้านบนของอกปล้องแรก ซึ่งจุดแต้มนี้มีหลายรูปแบบ ปีกคู่หน้ามีริ้วรอยเป็นเส้นๆ ตามความยาวของปีก ปีกคลุมไม่มิดส่วนปลายท้อง ตัวผู้และตัวเมียมีความแตกต่างกัน โดยที่ตัวผู้จะมีขนมองเห็นได้ชัดเจน และมีลักษณะเป็นแนวบริเวณส่วนกลางตามความยาวของงวง ทั้งนี้ รูปแบบการเลี้ยงด้วงสาคูในปัจจุ
ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจากสถิติด้านประชากรในปี 2565 พบว่า จำนวนผู้สูงอายุมีมากถึง 18.30 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนประชากรทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ปี ซึ่งปัญหาของผู้สูงอายุที่ตามมานี้เองคือโรคประจำตัว ไม่ว่าจะเป็นความดัน เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือด รวมไปถึงโรคอัลไซเมอร์ จึงทำให้การดูแลและการป้องกันสิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มจากการทานอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่าทางอาหารสูงเพื่อเป็นการป้องกัน คุณหทัยกานต์ เพ็ชรสังข์ และทีมพัฒนานวัตกรรมทางด้านอาหารได้เล็งเห็นคุณค่าทางอาหารของตัวอ่อนด้วงสาคูหรือที่เรียกว่า หนอนด้วงสาคู ซึ่งเป็นแมลงที่มีการเพาะเลี้ยงกันมากในภาคใต้ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ทางทีมจึงได้ทำการแปรรูปหนอนด้วงสาคู ให้เป็นส่วนประกอบของโจ๊กคัพเสริมอาหารสำหรับผู้สูงอายุและผู้รักสุขภาพ เนื่องจากคุณค่าทางโภชนาการของหนอนด้วงสาคูมีโอเมก้า 3, 6, 9 สูง ช่วยบำรุงระบบประสาท ทั้งยังมีสรรพคุณช่วยลดระดับของน้ำตาลในเลือด โดยทางกลุ่มมีการนำข้าวสังข์หยดซึ่งเป็นวัตถุดิบ GI ของจังหวัดพัทลุงมาเป็นอีก 1 วัตถุดิบหลักในตัวผลิตภัณฑ์ CUPBUG จะอยู่ในรูปแบบของโ
ด้วงสาคูนิยมบริโภคระยะตัวอ่อนหรือตัวหนอน ซึ่งสามารถประกอบอาหารได้หลายเมนู และยังเป็นอีกหนึ่งงานสร้างรายได้ที่กำลังมองหาอาชีพเสริม เหมือนเช่น คุณเยาวเรศ เชื้อทอง หรือ คุณผึ้ง ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้นำด้วงสาคูมาโดยเธอได้มีการพัฒนาการเลี้ยงอย่างเป็นระบบ จนสามารถทำการเลี้ยงได้แบบเต็มรูปแบบที่นอกจากขายตัวอ่อน คุณผึ้งยังพัฒนาการเลี้ยงจนสามารถสร้างเป็นพ่อแม่พันธุ์ ขายให้กับลูกค้ารายอื่นที่สนใจอีกด้วย คุณผึ้ง เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่คือค้าขาย ต่อมาได้มาโอกาสเห็นเพื่อนที่สนิทเลี้ยงด้วงสาคูขาย ช่วงนั้นคุณผึ้งยังไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะรู้สึกกลัวและยังไม่กล้าสัมผัส แต่เมื่อกระแสความนิยมของการบริโภคกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด คุณผึ้งจึงต้องการที่จะสร้างรายได้จึงเรียนรู้การเลี้ยงอย่างจริงจังจนประสบผลสำเร็จ “ยุคนี้อย่างที่เรารู้กันดี เป็นยุคที่ต้องมีอาชีพเสริมสำรองไว้ พอเห็นโอกาสว่าน่าจะเลี้ยง จึงได้ไปศึกษาการเลี้ยงพร้อมทั้งศึกษาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทางออนไลน์ จนสามารถเลี้ยงได้ดี ทีนี่ก็มาขยับขยายการเลี้ยงที่บ้าน มีลูกค้าเข้ามาติดต่อขอซื้ออยู่เรื่อยๆ ทำให้เรามั่นใจว่าน่าจะขายได้ จึงเป็นจุ
ด้วงสาคู หรือ ด้วงลาน จัดเป็นแมลงอีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมบริโภค ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากขนาดของตัวหนอนค่อนข้างโต มีน้ำหนักดี และขายได้ราคาดี มีวงจรชีวิตสั้น มีโปรตีนสูงเช่นเดียวกับแมลงชนิดอื่นๆ ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงกันมาก ในเขตพื้นที่ภาคใต้ของไทย เกษตรกรในเขตพื้นที่ภาคใต้จะเลี้ยงด้วงสาคูในท่อนสาคู ปัจจัยสําคัญที่จะทําให้การเลี้ยงด้วงสาคูให้ประสบความสําเร็จคือ เรื่องของความสะอาดและการจัดการเลี้ยงอย่างมีระบบ เช่น สถานที่เลี้ยงจะต้องไม่มีน้ำท่วมขัง และบริเวณที่เลี้ยงสามารถมีร่มเงาและแสงแดดเข้าถึงอยู่บ้าง ด้วงสาคู ถือเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีวงจรชีวิตที่สั้น หรือมีวงจรชีวิตแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะไข่ ระยะตัวหนอน ระยะดักแด้ และระยะโตเต็มวัย ระยะไข่มีอายุ 2-3 วัน ไข่เป็นสีขาวครีม ยาวและรูปทรงรี ขนาดเฉลี่ยของไข่คือ ยาว 2.6 มิลลิเมตร กว้าง 1.1 มิลลิเมตร ระยะตัวอ่อนมีอายุ 60-110 วัน ตัวหนอน สีขาวรูปร่างเหมือนถัง ความยาวของตัวอ่อนโตเต็มที่คือ 50 มิลลิเมตร กว้าง 20 มิลลิเมตร ระยะดักแด้มีอายุ 20-30 วัน ดักแด้รูปไข่ยาว รังทรงกระบอกที่ทำจากเส้นใย เมื่อจะเป็นดักแด้ตัวอ่อนสร้างรังซึ
ด้วงสาคู เป็นแมลงกินได้ชนิดใหม่ที่มาแรง มีการเพาะเลี้ยงกันมากในแถบจังหวัดภาคใต้ เป็นที่นิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เนื่องจากสามารถเพาะเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ขนาดของตัวหนอนค่อนข้างโต มีน้ำหนัก ขายได้ราคาดี ที่ “ด้วงสาคู สตูลฟาร์ม” บ้านเลขที่ 75/2 หมู่ที่ 11 บ้านในสวน – ควนยุง ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล เพื่อดูการเพาะเลี้ยงด้วงสาคู โดย น.ส.กฤตยา สุขสวัสดิ์ อายุ 39 ปี พยาบาลโรงพยาบาลควนกาหลง ได้ทำอาชีพเสริมเลี้ยงด้วงสาคูขาย น.ส.กฤตยา เปิดเผยว่า ตนมีงานประจำเป็นนางพยาบาลในพื้นที่มาหลายปี คิดว่าถึงเวลาที่จะต้องหาอาชีพเสริมสร้างรายได้ เพราะเป้าหมายอยากจะเกษียณอายุก่อนเวลา และเป็นนายของตัวเอง จึงปรึกษาครอบครัวว่าจะทำอาชีพอะไรดีที่เข้ากับความเป็นคนลูกทุ่ง ก่อนตัดสินใจลงมือเลี้ยงด้วงสาคู เพราะเห็นว่าขั้นตอนการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก วัตถุดิบหลายอย่างในหมู่บ้านมี และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนจึงลงมือศึกษาลองผิดลองถูก ถามผู้รู้อยู่ 2 เดือน เริ่มจาก 20 กะละมัง ก่อนจะลงมือจริงจัง และเป็นรูปเป็นร่างมาจนวันนี้มี 1,000 กะละมัง ยอดสั่งเข้ามาจนมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 50,
ด้วงสาคู หรือ ด้วงลาน มีชื่อวิทยาศาสตร์ Rhynchophorus ferrugineus Oliver เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งจำพวกแมลงที่มีชื่อเรียกว่า ด้วงงวง ด้วงไฟ ด้วงมะพร้าว ทางภาคใต้เรียกว่า ด้วงสาคู หรือด้วงลาน โดยลักษณะตัวที่โตเต็มวัยจะมีขนาดตัวยาวอยู่ที่ประมาณ 2.2-3.5 เซนติเมตร มีสีน้ำตาลอมส้มหรือสีน้ำตาลปนดำ ลักษณะของปากยาวบอบบาง มีงวงโค้ง มีจุดแต้มสีน้ำตาลแต้มกระจายบริเวณด้านบนของอกปล้องแรก ซึ่งจุดแต้มนี้มีหลายรูปแบบ ปีกคู่หน้ามีริ้วรอยเป็นเส้นๆ ตามความยาวของปีก ปัจจุบันด้วงสาคูกำลังได้รับความนิยมนำมาบริโภคโดยเป็นระยะตัวอ่อนหรือตัวหนอน ซึ่งสามารถประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู พร้อมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งงานสร้างรายได้ให้กับใครหลายๆ คนที่กำลังมองหาอาชีพเสริม เหมือนเช่น คุณเยาวเรศ เชื้อทอง หรือ คุณผึ้ง อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ที่ 1 ตำบลซับเปิบ อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้นำด้วงสาคูมาเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมให้กับเธอได้ดีไม่น้อยทีเดียว โดยเธอได้มีการพัฒนาการเลี้ยงอย่างเป็นระบบจนสามารถทำการเลี้ยงได้แบบเต็มรูปแบบที่นอกจากจำหน่ายลูกอ่อนด้วงสาคูแล้ว เธอยังพัฒนาการเลี้ยงจนสามารถสร้างเป็นพ่อแม่พันธุ์จำหน่ายให้กับลูกค้ารา
