ตรานกยูงพระราชทาน
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการติดตามประเมินผลโครงการส่งเสริมการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ซึ่งเป็นโครงการสำคัญภายใต้แผนแม่บทย่อยเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ในปี 2564 โดยมีกรมหม่อนไหมเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนากลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน มีการจัดอบรมความรู้ด้านการผลิตและการตรวจรับรองมาตรฐานการผลิตผ้าไหมตรานกยูงพระราชทานแก่กลุ่มเกษตรกร จากการติดตามประเมินผลโครงการฯ โดยศูนย์ประเมินผล สศก. พบว่า ปีงบประมาณ 2564 สามารถส่งเสริมเกษตรกรได้จำนวน 626 ราย (ร้อยละ 100.97 ของเป้าหมายที่กำหนด จำนวน 620 ราย) และจากการลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ 10-11 มกราคม 2565 เพื่อศึกษากลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มทอผ้าบ้านขี้กา ตำบลแขม อำเภออุทุมพรพิสัย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการฯ พบว่า กลุ่มทอผ้าบ้านขี้กาได้รวมกลุ่มกันอย่างชัดเจน ในช่วงปี 2563 ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่ม จำนวน 30 ราย มี นางเมธาวี พวงท้าว เป็นประธานกลุ่ม ซึ่งช่วงแรกการทอผ้าจะเป็นแบบดั้งเดิม ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ต่อมาศ
กรมหม่อนไหมปรับปรุงวิธีการให้บริการตรวจรับรองมาตรฐานตรานกยูงพระราชทาน ในขั้นตอนการตรวจประเมินสถานที่ผลิตและวัสดุอุปกรณ์การผลิตผ้าไหม ด้วยการตรวจประเมินทางไกล ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อำนวยความสะดวกแก่เกษตรกร ตามมาตรการป้องกันเชื้อโควิด-19 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กรมหม่อนไหมได้ปรับปรุงวิธีการให้บริการตรวจรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) จากเดิมที่ผู้ตรวจประเมินมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ต้องมีการตรวจประเมินทุกขั้นตอนในสถานที่ผลิตจริง มาเป็นการตรวจประเมินทางไกล (Remote Inspection) ผ่านระบบปฏิบัติการสื่อสารออนไลน์ (Social Online) ในบางขั้นตอน ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรที่ต้องการขอการตรวจรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) สอดคล้องกับมาตรการการป้องการการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) สำหรับรูปแบบวิธีการตรวจประเมินผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ทางไกล (Remote Inspection) ผ่านระบบปฏิบัติการสื่อสารออนไลน์ (Social Online) ในขั้นตอนการตรวจประเม
วันที่ 19 เมษายน 2564 นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม ได้ออกประกาศการปรับปรุงรูปแบบและหลักเกณฑ์การติดหรือแสดงดวงตรานกยูงพระราชทาน และ 2D barcode กับผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการตรวจสอบย้อนกลับการผลิตผ้าไหมไทยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย ทั้งนี้ คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (คมม) ได้เห็นชอบให้กรมหม่อนไหมจัดทำสติ๊กเกอร์ดวงตรานกยูงพระราชทาน และ 2D Barcode ที่มีหมายเลขตรงกันอยู่บนสติ๊กเกอร์ชิ้นเดียวกัน และปรับปรุงรูปแบบป้ายกระดาษสำหรับติดที่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) ทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ ตรานกยูงพระราชทานสีทอง ตรานกยูงพระราชทานสีเงิน ตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน และตรานกยูงพระราชทานสีเขียว สำหรับรูปแบบของดวงตรานกยูงพระราชทาน และ 2D Barcode อยู่บนชิ้นเดียวกัน ขนาดกว้าง 2-5 เซนติเมตร ยาว 5 เซนติเมตร โดยดวงตรานกยูงพระราชทานอยู่ด้านบน ตรงกลางเป็นชื่อตรานกยูงพระราชทานภาษาอังกฤษแต่ละชนิด ด้านล่างเป็น 2D Barcode และมีตัวอักษร QSDS ขนาดเล็ก กระจายอยู่ทั่วทั้งแผ่น สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-940-6564 ต่อ 14
กรมหม่อนไหม เดินหน้าสืบสาน รักษา ต่อยอด “ผ้าทอโบราณนาหมื่นศรี” เมืองตรัง อยู่คู่ชุมชนอย่างยั่งยืน เร่งปั้นเด็กรุ่นใหม่เป็น “ทายาท” เพื่อสืบทอดการทอผ้านาหมื่นศรี รวมทั้งเร่งตรวจสอบรับรองยกระดับมาตรฐานเป็นตรานกยูงพระราชทานในปีนี้ หวังผลักดันให้เป็นที่ยอมรับทั้งตลาดภายในและต่างประเทศมากยิ่งขึ้น พร้อมวางเป้าชู 21 พื้นที่ ยกระดับงานโครงการพระราชดำริด้านหม่อนไหมทั่วประเทศ นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า ปัจจุบัน ผ้าทอนาหมื่นศรีมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับด้านมาตรฐานในตลาดอย่างกว้างขวางและเป็นผ้าทอที่มีการอนุรักษ์สืบทอดลวดลายผ้ามาตั้งแต่โบราณกว่า 400 ปี อยู่อย่างยาวนานและยั่งยืน ปัจจุบัน ผ้าทอนาหมื่นศรี ได้มีการอนุรักษ์ พัฒนา และยกระดับคุณภาพ จนได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (ตรานกยูงพระราชทาน) 2 ประเภท คือตรานกยูงพระราชทานสีน้ำเงิน (Thai Silk) ประเภทผ้าถุง ชนิดผ้ายก ประเภทลายประยุกต์ และตรานกยูงพระราชทานสีเขียว (Thai Silk Blend ) ประเภทผ้าคลุมไหล่ ชนิดผ้า ผ้ายก ประเภทลาย ลายประยุกต์ ชื่อลาย แก้วชิงดวง นอกจากนี้ กลุ่มยังอยู่ระหว่างการขอรับการรับรองตรานกยูงพระราชทานสีเ
