ตลาดกลาง
กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์สำหรับจุดประกายจัดตั้ง “ตลาดกลางข้าวสาร” เป็นไอเดียที่เกิดขึ้นระหว่างที่ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะเยือนจีนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ซึ่งได้มีโอกาสเยี่ยมชมตลาดกลางข้าวสาร ซึ่งรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนที่ดิน และให้ภาคเอกชนเป็นผู้ดำเนินการ 100% ทั้งยังวางระบบการขนส่งเชื่อมโยง ทั้งระบบรถไฟ รถยนต์ สร้างความสะดวกต่อผู้ซื้อ ช่วยให้สามารถกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ใกล้เคียงได้ เดิมประเทศไทยไม่เคยมีตลาดกลางข้าวสารมาก่อน แต่เคยมี “ตลาดนัดข้าวเปลือก” ซึ่งจัดขึ้นปีละครั้งในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี เป็นเวทีที่เปิดให้ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อข้าวเปลือกจากโรงสี และเกษตรกรนำออกมาขาย เมื่อถูกใจจะเจรจาต่อรองซื้อขายได้ทันที ตลาดนัดข้าวเปลือกที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง คือ ท่าข้าวกำนันทรง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นแหล่งที่นิยมมาซื้อ-ขาย เพราะมีระบบขนส่ง การกระจายข้าวได้ง่าย ซึ่งดำเนินการลักษณะนี้เรื่อยมา แต่ภายหลังระบบการซื้อขายข้าวเปลี่ยนไป ตลาดนี้ซบเซาลง ถึงสมัย นางพรทิวา นาคาศัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปัดฝุ่นแนวคิดจัดตั้ง “ตลาดกลางค้าข้าวอาเ
พาณิชย์เร่งตีปี๊บใช้บริการ “ตลาดสินค้าเกษตร Online” เป็นศูนย์กลางให้พ่อค้า-ผู้บริโภค ติดต่อกับเกษตรกรได้โดยตรง ซึ่งจะมีกระดานซื้อ-ขาย ให้เกษตรกรโพสต์เนื้อหา รูปสินค้า ขณะเดียวกันพ่อค้าก็สามารถโพสต์ขอซื้อสินค้าเกษตรได้ด้วยเช่นกัน นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าภายใน พัฒนาระบบตลาดเชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับประเทศไทยยุคดิจิตอลในปัจจุบัน โดยได้จัดทำเว็บไซต์ ‘ตลาดสินค้าเกษตร Online’ (http://mwsc.dit.go.th) เพื่อให้บริการกับประชาชน ตลอดจนผู้ประกอบการ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเน้นไปที่สินค้าต่างๆ ของเกษตรกร/ชาวบ้านฐานราก/วิสาหกิจชุมชน โดยเฉพาะผลิตผลและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ผ่านเมนู ‘ตลาดออนไลน์’ ของเว็บไซต์ บุคคลทั่วไปสามารถเข้ามาดูรูปสินค้า รายละเอียดพร้อมเงื่อนไขการซื้อ-ขาย ในเว็บไซต์ http://mwsc.dit.go.th โดยคลิกไปที่ ‘ตลาดออนไลน์’ ในเมนูหลัก ซึ่งเป็นช่องทางการตลาดที่สะดวก รวดเร็ว และประหยัดต้นทุน แต่ถ้าหากเป็นสมาชิกไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในสวน ไร่ นา ในบ้าน บนเขาห่างไกล ก็สามารถส่งรูป รายละเอียดสินค้าเงื่อนไขต่างๆ หรือที่เรียกว่า Post สินค้าลงใน
