ตลาดกลางข้าวสาร
“ตลาดกลางข้าวสาร” ส่อเค้าล่ม กรมการค้าภายในสั่งเบรกการเจรจารอบ 2 “บิ๊กตลาดต่อยอด” อ้างถูกตัดงบประมาณหลังต่อรอง “ตลาดไท” แล้ว เอกชนหวั่นสะเทือน ราคานาปีดิ่ง ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จนถึงขณะนี้เป็นเวลาเกือบ 3 เดือนแล้ว ที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์โครงการส่งเสริมการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสารสู่มาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมสมัคร 3 ราย ได้แก่ 1. กลุ่มตลาดไท ของบริษัท ไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด 2. กลุ่มทุนของ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และบริษัท บูรณากาญจน์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการท่าข้าวเขาใหญ่ จังหวัดสุพรรณบุรี และ 3. กลุ่มตลาดตะวันนา ของบริษัท ตะวันนา ไนท์บาซาร์ ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และได้กำหนดให้ผู้ประกอบการแต่ละรายแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะทำงาน ซึ่งมี นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน รอบแรกเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 และแจ้งว่าจะประกาศผลการคัดเลือกบนเว็บไซต์ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 แต่หลังจากนั้น นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน แจ้งว่า มอบหมายให้คณะกรรมการ
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าโครงการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสารในไทยเป็นครั้งแรกว่า จะใช้วิธีเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอในการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสารได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้หรืออย่างช้าเดือนกรกฎาคม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ ให้สามารถเปิดดำเนินการตลาดกลางข้าวสารให้แล้วเสร็จได้ภายในสิ้นปี 2560 ทั้งนี้ กรมได้ลงพื้นที่สำรวจและดูสถานที่ของภาคเอกชนแล้วโดยจะเลือกใช้เป็นพื้นที่จัดตั้งตลาดกลางข้าวสารก่อน 4 แห่ง ได้แก่ ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี ตลาดต่อยอด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พื้นที่ของบริษัทปทุมไรซมิลฯ จ.ปทุมธานี และพื้นที่ขององค์การคลังสินค้า (อคส.) แถวราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ ซึ่งโครงการนี้จะใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท และสถานที่จัดตั้งอยู่ชานเมือง เพราะมีระบบโลจิสติกส์ที่เอื้ออำนวยความสะดวกในการขนส่งและการเดินทางมาเลือกซื้อข้าวสารของผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ นางนันทวัลย์ กล่าวว่า แนวคิดการจัดตั้งตลาดกลางข้าวสาร เนื่องจากเล็งเห็นว่าไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก แต่ละปีมีผลผลิตข้าวสารเฉลี่ย 20 ล้านตัน ส่งออก 10 ล้านตัน และบร
