ตลาดชุมชน
ก้าวเข้าเกษตรยุค 4.0 แล้ว เกษตรกรรุ่นเก่าที่ยังคงใช้ภูมิปัญญาในการบริหารจัดการแปลงเกษตรก็ยังคงมีอยู่ แม้จะค่อยๆ จางลงไป แต่ก็มีเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่เรียกกันว่า ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ก้าวเข้ามาทดแทน สามารถบริหารจัดการด้วยการนำภูมิปัญญาผนวกกับนวัตกรรมใหม่ๆ ในภาคเกษตร สานต่อ ทำให้แปลงเกษตรได้รับการต่อยอดและมีการพัฒนาไม่ใช่น้อย ที่ ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก มีเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่รวมตัวกันก่อตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเพาะเห็ดบ้านท่าช้างขึ้น จดทะเบียนเมื่อปี 2549 เริ่มจากเกษตรกร จำนวน 14 คน ปัจจุบัน เพิ่มจำนวนเป็น 73 คน ในจำนวนนี้ แท้ที่จริงเริ่มต้นจาก คุณวิวัฒน์ ฟักทอง เกษตรกรหนุ่มที่ทำงานประจำ แต่สนใจการทำการเกษตร โดยเฉพาะการเพาะเห็ด เขาใช้เวลาว่างในการศึกษาการเพาะเห็ด ถึงกับสมัครไปเรียนรู้กับกลุ่มเพาะเห็ดหลายแห่งมาก่อนหน้า ในที่สุดจึงตัดสินใจควักเงินเก็บทำโรงเรือนเพาะเห็ดขึ้น 1 โรง ขนาด 4×4 เมตร ซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพาะ หมดเงินก้อนแรกไปกว่า 50,000 บาท แล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ คุณวิวัฒน์ บอกว่า ก้อนเชื้อเห็ดที่ซื้อมาทั้งหมด ไม่เปิดดอกเห็ดให้ เพราะเชื้อไม่เดิน เมื่อรู้
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองเหรียง อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง จัดตั้งเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2534 สมาชิกแรกตั้ง 13 คน สมาชิกปัจจุบัน 60 คน ประธานกลุ่ม นางวันดี เกื้ออาษา ที่ทำการกลุ่ม บ้านเลขที่ 201 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง โทรศัพท์ (074) 606-182 ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่ม สมาชิกกลุ่ม ส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนยางพารา สวนไม้ผล พืชไร่ และพืชผัก ดังนั้น หลังจากกรีดยางพาราเสร็จแล้วจะมีเวลาว่าง จึงพูดคุยและปรึกษาหารือกันเพื่อต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชน ได้แก่ กล้วยน้ำว้าและกล้วยไข่ มาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชน จึงรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร บ้านหนองเหรียง มีการระดมหุ้นจากสมาชิกเพื่อทำกิจกรรม โดยมีเจ้าหน้าที่เคหกิจเกษตรเป็นที่ปรึกษาและถ่ายทอดความรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากกล้วยให้แก่สมาชิกกลุ่ม และในปี พ.ศ. 2540 สำนักสงฆ์พุทธโคดม ได้บริจาคที่ดินให้กับกลุ่ม เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารที่ทำการกลุ่ม สมาชิกกลุ่มและคนในชุมชนจึงได้รวบรวมเงินทุนเพื่อใช้
สืบเนื่องจากนายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ระบุว่าบทบาทของสภาเกษตรกรนั้นต้องมีทั้งในเรื่องของการผลิตการแปรรูป และการตลาด เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเพิ่มมูลค่าราคาผลผลิตได้รับผลตอบแทนสูงสุดนั้น สภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายสถาพร ศรีวันชื่น ประธานสภาเกษตรกร จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวว่า จากการทำแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับตำบลของสภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มีการหารือร่วมกันทั้งภาคเกษตรกร ภาคท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคเอกชน เห็นควรเปิดตลาดนัดชุมชนเมืองแม่ฮ่องสอน ที่บริเวณหน้า อบต.ผาบ่อง อ.เมือง เพื่อจำหน่ายสินค้าด้านการเกษตร ของฝาก และสินค้าชนเผ่า โดยให้เกษตรกรนำพืชผัก ผลไม้ท้องถิ่น ข้าวสาร อาหารชุมชน อาหารพื้นเมืองอาหารไทใหญ่ สินค้าของฝาก อาทิเช่น ป๊อบคร์อนไทใหญ่ ขนมไทใหญ่ สินค้าจักสาน หรือสินค้าอื่นๆมาวางจำหน่าย ซึ่งเปิดตลาดไปแล้วเมื่อวันที่25 มกราคม 2560 นอกจากการส่งเสริมให้เกษตรกรได้รับผลตอบแทนสูงสุดในรูปแบบการเปิดตลาดนัดชุมชนเมืองแม่ฮ่องสอนแล้ว ยังได้ทำการขยายตลาดในการเข้าร่วมโครงการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าโอท็อปสานสัมพันธ์สองแผ่นดินที่จังหวัดลอยก่อ รัฐคะยา
