ตลาดต่างประเทศ
โอกาสทองของเหล่า SME ไทยที่ต้องการติดปีกธุรกิจออกเเสวงหาตลาดใหม่เพื่อขยายธุรกิจไปทั่วโลก กับมาตรการสุดคุ้ม “SME ปัง! ตังได้คืน” ที่จะมาช่วยให้พัฒนาศักยภาพธุรกิจเป็นเรื่องง่ายเเละมีค่าใช้จ่ายไม่มากนัก . สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท อุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาให้แก่ผู้ประกอบการ แบบร่วมจ่าย หรือ co-payment ในสัดส่วนถึงร้อยละ 50–80 สูงสุดรายละไม่เกิน 200,000 บาท ตามขนาดของธุรกิจ . โดยมุ่งหวังที่จะยกระดับ SME สร้างธุรกิจและขยายตลาดในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ . ผ่านเเนวทางการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ รวมถึงเข้าถึงตลาดของภาครัฐ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และเอกชนได้ รวมถึงโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน การช่วยเหลือ หรือการอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาธุรกิจในรูปแบบต่างๆ . สำหรับหมวดการพัฒนาช่องทางการจำหน่ายและการตลาดและการพัฒนาตลาดต่างประเทศนั้น ค่าใช้จ่ายที่จะได้รับเงินสนับสนุนมีหลากหลาย เช่น . ค่าคู่หาในการเข้าร่วมงา
“เลี้ยงน้ำชา ชาวปากบาราจะจัดเลี้ยงน้ำชา” การเลี้ยงน้ำชา เป็นระบบการช่วยเหลือกันของพี่น้องชาวใต้ ใครเดือดร้อนก็จะมีการเลี้ยงน้ำชา บอกต่อๆ กันไปว่าบ้านใครจะเลี้ยงน้ำชา มีความเดือดร้อนเรื่องอะไร เช่น ลูกชายติดทหาร เพราะต้องเดินทางเข้าไปส่งลูกชายในเมืองมีค่าใช้จ่าย หรือใครสักคนหนึ่งป่วย ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ก็จะมีการเลี้ยงน้ำชากัน การเลี้ยงน้ำชาจะทำในตอนเช้า ไปกินน้ำชากันที่ร้านน้ำชาในหมู่บ้าน กินน้ำชา กาแฟ ข้าวเหนียวสังขยาสักห่อนั่งคุยกันสักพัก ให้เงินกับเจ้าภาพ รวมไว้ในขันใบใหญ่ๆ จะให้เท่าไหร่ก็ได้ คนละเล็กละน้อยไม่ต้องมากให้ใครเดือดร้อน แต่หลายๆ คนรวมกันก็ได้มากพอ ทั้งคนให้คนรับมีความสุข นี่เป็นเรื่องราววัยเยาว์ของฉัน การเลี้ยงน้ำชามีอยู่เสมอ แต่มาถึงยุคนี้การเลี้ยงน้ำชาไม่ค่อยจะมีแล้ว เดือนที่ผ่านมาได้ข่าวว่าชาวปากบาราจะเลี้ยงน้ำชา… บอกแล้วว่าการเลี้ยงน้ำชานั่นเป็นสัญญาณความเดือดร้อน และครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องครอบครัวแต่เป็นความเดือดร้อนของชุมชนขนาดต้องเลี้ยงน้ำชากันเลยทีเดียว จึงต้องไป ได้เวลานัดหมายกับเพื่อนเพื่อไปงานเลี้ยงน้ำชา ด้วยเหตุว่าปากบาราอยู่ที่จังหวัดสตูล ห่างจา
