ตลาดยางพารา
“เฉลิมชัย” ยันไม่ทิ้งชาวสวนยาง เร่งเสนอครม.อนุมัติโครงการประกันรายได้ ด้านชาวสวนยางยิ้ม พอใจราคาประกัน 60 บาท พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่รักษาสัญญา ภายหลังนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาประกาศเตรียมนำโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา ระยะที่ 1 นำเสนอให้ครม. พิจารณาเร่งด่วน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยางและลดผลกระทบให้แก่เกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาราคายางพาราตกต่ำ นายกิตติธัช ณ วาโย รองผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ จำกัด ได้แสดงความคิดเห็นต่อนโยบายดังกล่าวว่า ปัจจุบันสหกรณ์การเกษตรรัตภูมิมีสมาชิก 4,000 กว่าคน ส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำสวนยางพาราและธุรกิจหลักของสหกรณ์คือรวบรวมน้ำยางสดแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันโดยรับซื้อยางประมาณ 500กว่าตัน/ปี ปัจจุบันสมาชิกมีความเดือดร้อนจากปัญหายางราคาตกอย่างต่อเนื่อง เมื่อได้ข่าวว่ารัฐบาลจะเข้ามายื่นมือช่วยด้วยการประกันรายได้ให้เกษตรกรก็พากันดีใจ หากมีการประกันราคายางไม่ว่าชนิดไหนเกิน50บาทขึ้นไปชาวบ้านก็พอใจแล้ว นายกิตติธัช กล่าวถึงสถานการณ์ราคายางในขณะนี้ด้วยว่า ในส่วนของสหกรณ์จะทำการร
การยางแห่งประเทศไทยได้รายงานสถานการณ์ราคาน้ำยางดิบขณะนี้ได้ขยับขึ้นไป กก.ละ 10 บาทหรือขึ้นไปเป็น กก.ละ 53-54 บาท จากช่วงที่เคยลดลงไปต่ำสุดก่อนหน้านี้ที่ กก.ละ 42 บาท หากเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนราคายางอยู่ที่ กก.ละ 47-48 บาท โดยเหตุผลสำคัญที่ทำให้ราคายางขยับขึ้นไปมาจากเป็นช่วงที่หยุดกรีดยางจนทำให้ยางเข้าสู่ตลาดน้อย ประกอบกับราคายางในตลาดล่วงหน้าปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่ผลิตยางล้อต่างเร่งซื้อน้ำยางเพื่อนำไปผลิตมากขึ้น โดยราคาส่งออก FOB ขยับขึ้นไปถึง กก.ละ 55 บาทแล้ว ด้านสถานการณ์การส่งออกยางพาราไทยในช่วง 2 เดือนแรก (มกราคม-กุมภาพันธ์) 2562 มีปริมาณ 586,079 ตันหรือลดลง 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5.59% ส่วนมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 699 ล้านเหรียญสหรัฐหรือลดลง 15.46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หยุดกรีดยางทะลุ 60 บ. นายทวีศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต ประธานกรรมการ บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด ผู้ส่งออกยางรายใหญ่ของประเทศ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์ราคายางแผ่นดิบปรับได้ขึ้นไปถึง กก.ละ 53 บาท และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นไปถึง กก.ละ 60 บาท เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งส่งผลกระ
กยท. จับมือ อาลีบาบา เปิดตลาดกลางยางพาราออนไลน์ ซื้อง่ายๆ แค่คลิก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการเพิ่มช่องทางการซื้อขายยางพารารูปแบบใหม่ เน้นจุดเด่นที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อประมูลยางพาราได้โดยตรง กยท. จับมือ อาลีบาบา – นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ด้านอุตสาหกรรมยางและการผลิตยาง เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท อาลีบาบา (ผู้ประกอบการเว็บไซต์ขายส่งสินค้ารายใหญ่ของโลก) ได้เข้าหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เพื่อหาแนวทางการจัดตั้งตลาดซื้อขายยางแบบส่งมอบจริงผ่านระบบออนไลน์ในประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการยางพาราของประเทศจีน ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายช่องทางการตลาด เนื่องจากปัจจุบันตลาดซื้อขายยางในประเทศไทยมีอยู่ 2 ระบบ คือ ระบบตลาดสัญญาซื้อขายยางพาราล่วงหน้า และระบบตลาดกลางยางพารา ดังนั้น การจัดตั้งระบบการซื้อขายยางพาราออนไลน์จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการเพิ่มช่องทางการซื้อขายยางพารารูปแบบใหม่ เน้นจุดเด่นที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อประมูลยางพาราได้โดยตรง และนัดเวลาการส่งมอบสินค้าได้ตามความต้องการ โดย กยท. จะทำหน้าที
“อุตสาหกรรมยางพารา” มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจไทย รวมไปถึงสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา หากใครอยากรู้ว่า อุตสาหกรรมยางพาราไทยในปีหน้าจะเติบโตไปในทิศทางไหนนั้น สามารถหาคำตอบได้จาก บทสัมภาษณ์พิเศษ “คุณพินิจ จารุสมบัติ” อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์ ได้ในฉบับนี้ ทิศทางตลาดยางพารา สถานการณ์ราคายางพาราในช่วงที่ผ่านมา ปรับตัวลดลง เนื่องจากสต๊อกยางในจีน ยุโรป สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ยังคงอยู่ในเกณฑ์สูง ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนได้สร้างความกังวลทำให้หลายฝ่ายชะลอการลงทุน ผลกระทบจากปัญหาเงินเฟ้อและปัญหาค่าเงินในหลายประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกโดยรวมอยู่ในภาวะถดถอย ปริมาณความต้องการใช้ยางล้อรถยนต์ และชิ้นส่วนยางในภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงราคายางอยู่บ้างคือ การเติบโตของเศรษฐกิจสหภาพยุโรป ที่ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง “ในภาพรวมถือว่า ราคายางพาราตกต่ำในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด เป็นไปตามวัฏจักรการค้าขายยางพาราโดยทั่วไปนั่นเอง เพราะบางช่วงที่สินค้าขาดตลาด ราคา
ยางรายย่อยไม่เชื่อใจผู้ประกอบการเคาะราคาขึ้น 9 องค์กรเครือข่ายจับมือ 12 เสือใต้เตรียมบุกตลาดกลางเพื่อเฉือนราคา รับทุกโครงการ รบ.สร้างหนี้ครัวเรือนเพิ่ม วันที่ 10 มิถุนายน นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย กล่าวถึง สถานการณ์ราคายางพาราในท้องถิ่นว่าหลังจากที่ทาง สคย. ให้เวลา กยท. 2 วัน เพื่อพูดคุยกับผู้ประกอบการ ก่อนที่จะนำน้ำยางสดขึ้นมาราดหน้า กยท.ว่า วันที่ 8 และ 9 มิ.ย. ราคายางแผ่นรมควันขึ้น กก.ละบาทกว่า เป็นการเคาะราคาของพ่อค้าที่พวกเราไม่มีความเชื่อมั่นแต่อย่างใด มาตรฐานไม่ชี้ชัด ไม่มีอะไรที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความพอใจของพ่อค้า นี่คือสิ่งที่พวกเราไม่มีความไว้วางใจแต่อย่างใด “พวกเรากำลังหารือกับเครือข่าย 9 องค์กรยาง กลุ่ม 12 เสือใต้ และผู้แปรรูปกลางน้ำภาคใต้ได้จัดประชุมแต่ละกลุ่มหาแนวทางแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่มาจากเรื่องการตลาดและความไม่ชัดเจนของนโยบายของภาครัฐและ กยท.ต้องแก้ไขเร่งด่วนให้ผู้มีอำนาจมารับปัญหาและความต้องการของพวกเราไปแก้ไขและป้องกันก่อนที่ราคาจะตกต่ำไปกกว่านี้ เป็นการพูดคุยกันในระดับล่าง เบื้องต้นเราจะเชิญผู้ใหญ่ในระดับจังหวัด ซึ่งอาจ
กยท. ชู ตลาดกลางยางพารา ผู้ขายได้ราคาเป็นธรรม ผู้ซื้อได้สินค้ามีคุณภาพมาตรฐาน พร้อม เตรียมแนวทางพัฒนาตลาดยางกลางยางพาราเชื่อมโยงสู่ตลาดระดับสากล การยางแห่งประเทศไทยชูตลาดกลางยางพารา เป็นตลาดซื้อขายยางที่มีระบบมาตรฐาน ทั้งการกำหนดราคารับซื้อยางด้วยความเป็นธรรม และคุณภาพสินค้าซึ่งผู้ซื้อยางในตลาดมั่นใจในการกระบวนการคัดแยกคุณภาพยาง พร้อมเตรียมวางแนวทางพัฒนาตลาดเชื่อมโยงเข้ากับตลาด RRM เพื่อยกระดับตลาดกลางยางพาราสู่สากล ดร.ธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน กยท. มีสำนักงานตลาดกลางยางพารา จำนวน 6 แห่ง ดำเนินการตามยุทธศาสตร์พัฒนายางพารา พ.ศ. 2552 -2556 กลยุทธ์พัฒนาระบบตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันให้บริการตลาดซื้อขายยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันในระบบตลาดปัจจุบัน (Spot Market) และตลาดข้อตกลงส่งมอบจริง (Forward Market) ถือเป็นตลาดที่รวมผู้ขายเป็นจำนวนมากทำการซื้อขายยางหลายชนิดก็ได้ มีกฎระเบียบชัดเจนสำหรับผู้ซื้อ และผู้ขายต้องปฏิบัติตาม ส่วนตลาดกลางยางพาราระดับภูมิภาค (RRM) เป็นตลาดที่ลักษณะใกล้เคียงกับตลาดปลายทาง (Terminal) ซึ่งสินค้าในตลาด RRM ต้องเป็นสิ
4 ปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นประจักษ์แล้วว่า บึงกาฬเป็นเมืองหลวงของยางพาราของภาคอีสาน แสดงให้เห็นว่าพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางมีทิศทางการทำสวนยางเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น หมอนยาง การทำสนามฟุตซอล ตุ๊กตา แผ่นปูพื้น เป็นสิ่งที่เกษตรกรชาวสวนยางสามารถดำเนินการได้ ซึ่งในพื้นที่บึงกาฬมีวัตถุดิบมหาศาล พร้อมทั้งมีความร่วมมือเพื่อเพิ่มมูลค่าด้านวิชาการเข้ามาร่วมกันหาแนวทางวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการก้าวสู่ยุคดิจิตอล 4.0 ซึ่งจะเน้นให้การทำสวนยางพารามีความพัฒนายิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อาทิ เครื่องกรีดยางอัตโนมัติ การผลิตยางอัดแท่งจากยางก้อนถ้วย เปิดช่องทางออนไลน์ให้ค้าขายได้โดยตรง ไม่ต้องพึ่งพ่อค้าคนกลาง คุณเฉิน หู้เซิง (โทนี่ เฉิน) ผู้อำนวยการ ฝ่ายประเทศไทย บริษัท รับเบอร์ วัลเล่ย์ กรุ๊ป จำกัด ประเทศจีน กล่าวว่า งานยางพาราและกาชาดบึงกาฬ เป็นเหมือนวันตรุษจีนยางพารา เป็นงานที่บริษัท รับเบอร์ วัลเล่ย์ กรุ๊ป จำกัด และบริษัทผู้ประกอบการจากประเทศจีน พลาดไม่ได้ที่จะเข้ามาร่วมงานด้วยเป็นประจำทุกปี สำหรับปีนี้เชิญชาวจีนจากหลายบริษัท เช่น Qingdao CIHevea Precision
