ตลาดสมุนไพร
คำว่า “สมุนไพร” หมายความว่า ยาที่ได้มาจากพืช สัตว์ แร่ธาตุจากธรรมชาติที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสภาพโครงสร้างภายใน สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ และบำรุงร่างกายได้ ประเภทของสมุนไพร สมุนไพรที่ได้จากส่วนของพืชโดยตรง (พืชวัตถุ) โดยส่วนต่างๆ ที่นำมานั้นมีสารที่สามารถใช้เป็นยาได้ ได้แก่ ใบ ดอก ผล เปลือกผล เมล็ด เปลือกเมล็ด รากหรือหัว ต้น แก่น กระพี้ เนื้อไม้ เปลือกไม้ สมุนไพรที่ได้จากอวัยวะของสัตว์ (สัตว์วัตถุ) ได้แก่ ตับ ดี นอ เขา เอ็น เลือด น้ำมัน มูล ฯลฯ เช่น ขี้ผึ้ง รังนก น้ำมันตับปลา สมุนไพรที่ได้จากแร่โดยธรรมชาติหรือสิ่งที่ประกอบขึ้นจากแร่ธาตุต่างๆ ตามกรรมวิธี (ธาตุวัตถุ) นำมาใช้เป็นยา เช่น เกลือ กำมะถัน น้ำประสานทอง ดีเกลือ สารส้ม การจำแนกรูปแบบของสมุนไพรที่ใช้เป็นยา สมุนไพรไม่ว่าจะเป็นส่วนที่มาจากพืชวัตถุ สัตว์วัตถุ หรือธาตุวัตถุก็ตาม เวลาจะนำมาใช้เพื่อบริโภค หรือเพื่อการรักษาตามกรรมวิธีจำเพาะอันใดก็ตาม พอจะจำแนกรูปแบบของสมุนไพรที่ใช้เป็นยาได้ดังนี้คือ รูปแบบที่เป็นของเหลว ยาเหล่านี้มักได้จากกรรมวิธีต่างๆ กัน เช่น ยาต้มคือหั่นต้นยาแล้วต้มกับน้ำ ยาชงเป็นยาแห้งหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คั่วแล้ว
สศท.2 ชู “สมุนไพร” สินค้า Future Crop สร้างรายได้ โอกาสโตช่วงโควิด-19 แนะเกษตรกร ผู้ประกอบการ ให้ความสำคัญคุณภาพและมาตรฐานสินค้า นายประเสริฐศักดิ์ แสงสัทธา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลการศึกษาแนวทางบริหารจัดการสินค้าทางเลือกที่มีอนาคต (Future Crop) ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด (พิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน) ภายใต้โครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) ซึ่งพบว่า “สมุนไพร” เป็นสินค้าทางเลือกที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เนื่องจากเป็นพืชที่มีอายุสั้น ใช้พื้นที่เพาะปลูกน้อย ประกอบกับมีแหล่งรับซื้อในพื้นที่ ตลาดมีความต้องการผลผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ ได้แก่ เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย สปป.ลาว และญี่ปุ่น จากผลการศึกษาเบื้องต้น พบว่า ปัจจุบันเกษตรกรมีการเพาะปลูกสมุนไพรหลากหลายชนิด ซึ่งสมุนไพรที่น่าสนใจและสามารถสร้างกำไรให้เกษตรกร คือ ลูกยอ ดอกอัญชัน ตะไคร้ใบ และขมิ้นชัน โดยแหล่งผลิตกระจายอยู่ในพื้นท
ทิศทางตลาดสมุนไพรยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้น ทั้งตลาดสมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงาม ที่ผู้บริโภคหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรมากขึ้น ผู้ประกอบการต่างๆได้คิดค้นผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรกันมากมาย จินดาสมุนไพร เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีสมุนไพรอย่างใบหมี่ สมุนไพรพื้นบ้านเป็นวัตถุดิบหลัก นำมาผลิตเป็นแชมพู ครีมนวด เซรั่มบำรุงเส้นผม รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง ยาสีฟันสมุนไพร ที่กำลังได้รับความนิยมในท้องตลาด นายไชยกร นิธิคณาวุฒิ ประธานกรรมการบริษัทจินดาสมุนไพร จำกัด กล่าวว่า จินดาสมุนไพรได้ผลิตสินค้าเพื่อเส้นผมและหนังศีรษะมามากกว่าสิบปี โดยมีใบหมี่ พืชสมุนไพรพื้นบ้านเป็นวัตถุดิบหลักในการนำมาผลิต ที่ผ่านมาจินดาสมุนไพรได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีผลิตเพื่อเส้นผมคือ ครีมหมักผม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอย่าง ยาหม่องเหลืองสมุนไพร และสบู่สมุนไพร 3 กลิ่นหอม ที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้ใช้ค่อนข้างมาก ตลาดหลักของจินดาสมุนไพร นอกจากตลาดในประเทศแล้วยังได้มีการส่งออกหลายประเทศในแถบอาเซียนอย่างพม่า ลาว กัมพูชา และมีตลาดใหม่อย่างรัสเซีย ที่มีแนวโน
เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้ตีพิมพ์ เรื่อง “ผักดีด” เผยแพร่ มีผู้สนใจสอบถามกลับมามาก จากทุกสารทิศ ทั้งกรุงเทพฯ กาญจนบุรี เชียงราย สมุทรปราการ พัทลุง อุบลราชธานี และอีกหลายราย ที่ติดต่อผู้เขียนทางโทรศัพท์ ว่าสนใจ ด้วยความแปลกใจว่า มีพืชชนิดนี้ ประสงค์จะรวบรวมพันธุ์พืชแปลกๆ ไว้ศึกษา ใช้ประโยชน์ บางรายอาจจะได้รับเมล็ดพันธุ์ผักดีดไปแล้ว ผลการเพาะขยายเป็นอย่างไร ยังไม่ได้ทราบผล ก็คงจะได้ผลบ้าง ไม่ได้บ้าง ตัวผู้เขียนก็พยายามที่จะขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ก็ได้มาสองสามต้น ที่สำเร็จครั้งแรกได้เยอะแยะนั้น คงจะบังเอิญนะ พยายามใช้วิธีต่างๆ หลายวิธี แม้แต่จะลอกเลียนแบบครั้งแรก แต่เนื่องจากไม่ได้บันทึกความจำในรายละเอียด ว่าการขยายผักดีดตอนนั้น ได้ทำขั้นตอนอะไรบ้าง ก็เลยไม่ได้ผลดังที่เคยได้ คงเป็นอย่างที่ได้เล่าให้ฟังว่า เคยอ่านพบในหนังสือพิมพ์ภูมิภาคเมื่อหลายปีก่อน มีคนเขียนว่า ในผืนป่าดินแดนล้านนา มีคนแก่เก่าพ่อเฒ่าชื่อ บุญถา บ้านแม่ตอน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เล่าว่า ป่าทั้งป่ามี “ต้นผักดีด” อยู่ต้นเดียว ขยายพันธุ์ก็ไม่ได้ ออกลูกมาก็ไม่สมบูรณ์ เอาไปเพาะก็ไม่ได้ต้น บางท
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน นพ. เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ปัจจุบันผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยปีละกว่า 1.8 แสนล้านบาท แต่เป็นยอดจากการส่งออกเพียง 1,000 ล้านบาท เท่านั้น ซึ่งมองว่าน่าจะทำรายได้มากกว่านี้ จึงมีแนวคิดในการเปิดตลาดสมุนไพรในลักษณะเอาต์เล็ตกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวซื้อผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรเป็นของฝากจากเมืองไทย โดยเริ่มต้นจากการทดลองเปิดตลาดสมุนไพรที่ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ระหว่างวันที่ 15-25 ธันวาคม นี้ “ลักษณะคล้ายเวลาไปเที่ยวเมืองจีน เกาหลี แล้วพานักท่องเที่ยวไปช้อปปิ้งสมุนไพรโสม บัวหิมะ เป็นต้น หากได้รับการตอบรับที่ดีก็เตรียมใช้เซียร์รังสิตเปิดตลาด เพราะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวแวะพักหลังเดินทางกลับจากการท่องเที่ยวต่างจังหวัด เนื่องจากอยู่ใกล้กับสนามบินดอนเมือง ส่งเสริมให้ซื้อผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรเป็นของฝากจากเมืองไทย โดยมุ่ง 4 ผลิตภัณฑ์ เรียกว่าเป็น 4 โปรดักส์แชมป์เปี้ยน คือ กระชายดำ ไพล ขมิ้นชัน และบัวบก ซึ่งเป็นที่นิยมมากอยู่แล้ว เพราะมีสารสำคัญในการต้านอนุมูลอิสระ” นพ. เกียรติภูมิ
