ตลาดสัตว์เลี้ยง
ในปัจจุบัน เทรนด์สัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มแต่งงานช้าลง บางส่วนเลือกที่จะไม่มีบุตร ส่งผลให้ “สัตว์เลี้ยง” เข้ามามีบทบาทสำคัญในฐานะสมาชิกของครอบครัว ทำหน้าที่เป็นทั้งเพื่อนคลายเหงาและที่พึ่งทางอารมณ์ (Emotional Support) จึงไม่แปลกที่จำนวนสัตว์เลี้ยงเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อจำนวนผู้เลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น ตลาดที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงก็ขยายตัวตามไปด้วย ข้อมูลในปี 2568 ระบุว่า มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงโดยรวมของประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 92,000 ล้านบาท โดยกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าสูงที่สุดคือ อาหารสัตว์เลี้ยง สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคจากอดีตที่เลี้ยงสัตว์เพื่อประโยชน์ใช้สอย เช่น เฝ้าบ้าน มาเป็นการเลี้ยงเพื่อความผูกพันทางจิตใจ จนเกิดคำเรียกติดปากว่า “ทาสหมา ทาสแมว” ซึ่งบ่งบอกถึงบทบาทที่เปลี่ยนไป จากสัตว์ที่เคยรับใช้มนุษย์ กลายเป็นสมาชิกในครอบครัวที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ เมื่อความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้น ความต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็
เทรนด์ Pet Humanization หนุนตลาดสัตว์เลี้ยงไทยเติบโตต่อเนื่อง สวนเศรษฐกิจ-กำลังซื้อ เจ้าของยอมอดแต่ไม่ลดคุณภาพอาหารสัตว์ ดันตลาดรวมทะลุ 9.2 หมื่นล้านบาท ไทยขึ้นท็อป 3 ฐานการผลิตอาหารสัตว์โลก Pawtry Thailand มองโอกาสธุรกิจไทยสร้างแบรนด์สู่ตลาดโลก พร้อมชี้บริการด้าน Pet Longevity โรงแรมสัตว์เลี้ยง และเทคโนโลยีดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง จะเป็นคลื่นการเติบโตระลอกใหม่ของอุตสาหกรรม นายเปรม บุตรศรี ผู้ก่อตั้ง บริษัท พาว์ ทรี่ จำกัด หรือ Pawtry Thailand สถาบันอบรมผู้ประกอบการและที่ปรึกษาธุรกิจสัตว์เลี้ยงครบวงจร กล่าวว่า ตลาดสัตว์เลี้ยงยังเติบโตต่อเนื่อง สวนทางเศรษฐกิจ จากแรงหนุนของเทรนด์ Pet Humanization ที่ทำให้เจ้าของดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนคนในครอบครัว และให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตมากขึ้น ตลาดสัตว์เลี้ยงโตสวนเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตามข้อมูลของบริษัทระบุว่า ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตต่อเนื่องมากกว่า 5 ปี โดยขยายตัวเฉลี่ย 8.4-12.4% ต่อปี ส่งผลให้ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยมีมูลค่าประมาณ 92,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงประมาณ 60,000 ล้านบาท และตลาดโรงแรม-บริการสัตว์เลี้ยงประมาณ 30,000 ล้านบาท ขณะ
สัตว์เลี้ยงน่ารักในตระกูลฟันแทะมีหลายชนิด แต่ที่อยากให้เห็นและสัมผัส สัตว์ในตระกูลฟันแทะที่ผนวกความน่ารักของกระต่าย หนู และกระรอก ไว้ด้วยกัน โดดเด่นที่สุดตรง “ขน” ที่มีความอ่อนนุ่มลื่น ราวกับปุยนุ่น เพลิดเพลินทุกครั้งที่สัมผัส ประกอบกับความเฉลียวฉลาดที่ไม่คาดคิดว่าจะพบได้ในสัตว์ตระกูลฟันแทะ สัตว์เลี้ยงน่ารักนั้นคือ “ชินชิลล่า” ชินชิลล่า (Chinchil-la) มีถิ่นกำเนิดในเทือกเขา Andes ในอเมริกาใต้ แถบประเทศอาร์เจนตินา โบลิเวีย ชิลี และเปรู เป็นสัตว์ฟันแทะที่มีหูกางใหญ่คล้ายหนู ขนาดรูปร่างคล้ายกระต่าย ขนแน่นและหนา มีไว้ป้องกันตัวเองจากอากาศหนาวเย็นบนเทือกเขาสูง อุ้งเท้าออกแบบมาเพื่อการเดินบนแผ่นหิน มีหลายสี หางยาวเป็นพวงคล้ายกระรอก ขนที่แน่น หนา ยังมีความนุ่มมาก ทำให้หลายคนให้คำนิยาม ชินชิลล่า ว่าเป็นสัตว์ขนนุ่มที่สุดในโลก ฟาร์มชินชิลล่าที่มีจำนวนชินชิลล่ามาก และได้รับการยอมรับจากคนรักชินชิลล่ามากที่สุดแห่งหนึ่งคือ ฟาร์มแฟรี่ชิน ตั้งอยู่ย่านพุทธมณฑล สาย 2 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งมี คุณพิชชุดา สวัสดิสุข หรือ คุณเชอรี่ เป็นเจ้าของ แรกเริ่มของแฟรี่ชินแห่งนี้ เกิดจากความรักสัตว์ในกลุ่มฟันแทะของ
