ตลาดสินค้าเกษตร
“กล้วยไข่กำแพงเพชร” เป็นไม้ผลที่เคียงคู่กับจังหวัดมาช้านาน คุณภาพกล้วยไข่กำแพงเพชรมีจุดเด่นของรสหวาน เนื้อในนุ่ม เหนียว กลิ่นหอม ผลสวย อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะจึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคแล้วยังผูกพันกับขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิมของท้องถิ่นคืองานเทศกาลสารทไทย จึงกลายเป็นไม้ผลทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ปัญหาสำคัญของกล้วยไข่ไม่ได้เกิดจากการปลูก แต่เกิดจากปัจจัยภายนอกคือภัยธรรมชาติและโรคพืชที่สร้างความเดือดร้อนจนชาวสวนกล้วยจำนวนหลายรายถอดใจเลิกปลูก กระทั่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่และจำนวนผลผลิตที่ลดลงอย่างน่าตกใจ มีความพยายามจากทั้งภาคราชการและชาวบ้านต่างเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาแล้วฟื้นฟูส่งเสริมการปลูกกล้วยไข่พันธุ์ดั้งเดิมให้มีคุณภาพในเชิงบูรณาการตั้งแต่การปลูก การแปรรูป และการตลาด สร้างมาตรฐานขยับสู่วิสาหกิจชุมชนและแปลงใหญ่จนได้รับการขึ้นทะเบียน (GI) หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ มีตลาดรองรับทั้งร้านอาหาร ห้าง และตลาดผลไม้ คุณนพพล เทพประถม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฟื้นฟูกล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร และควบตำแหน่งประธานกลุ่มแปลงใหญ่กล้วยไข่อำเภอเมือง ถือเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญต่อภารกิจการฟื้นฟูเพื่ออนุรักษ์กล้วยไ
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และการฝึกประสบการณ์ในรายวิชาเครือข่ายและการจัดชุมชน สาขาเกษตรกรปราดเปรื่อง มหาวิทยาลัยมหิดล โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ เป็นวิชาที่อยู่ภายใต้การดูแลของ อาจารย์ ดร.ธนากร เที่ยงน้อย ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลงไปสัมผัสกับชุมชน สร้างประสบการณ์การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้คนในชุมชน ในบทความนี้ผู้เขียนจึงมุ่งหน้ากลับบ้านที่จังหวัดนราธิวาสเพื่อพูดคุยกับผู้มากประสบการณ์ในพื้นที่แล้วนำมาเขียนเสนอเป็นเรื่องราวให้ผู้อ่านทุกท่านสัมผัสผ่านบทความนี้ จากเด็กยากจนต่อสู้ จนวันนี้เป็นพ่อค้าปลาทูขายส่งต่างประเทศ ผู้เขียนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้สัมภาษณ์พูดคุยกับเกษตรกรชาวประมงและพ่อค้าปลาทูที่จังหวัดนราธิวาส คือ คุณรอนิง ปาเนาะ หรือ แบนิง ขวัญใจแก้ว ซึ่งเป็นชื่อที่คนทั่วไปรู้จักกัน คุณแบนิงเป็นพ่อค้าคนกลางรับ-ส่งปลาทูทั้งในประเทศและต่างประเทศ คุณแบนิงได้เล่าว่า “ผมในช่วงอายุวัยรุ่นฐานะยากจนมาก ยากจนมากขนาดที่ไม่มีที่นอน ต้องอาศัยใต้ถุนเพื่อนบ้านนอน และด้วยการที่ผมเป็นพี่ชายคนโตมีน้องทั้งหมด 8 คน หนึ่งในนั้นมีน้องชายซึ่งเป็นผู้พิการ ผมจึงเป็นเสาหลักของครอบคร
คุณรัฐรินทร์ สว่างสาลีรัฐ หรือ พี่ป๋อมแป๋ม เจ้าของไร่ดีต่อใจ เลขที่ 264 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองตะเคียนบอน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว พ่วงด้วยตำแหน่งประธานยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดสระแก้ว อดีตผู้จัดการฝ่ายพัฒนาระบบของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ตัดสินใจทิ้งเงินเดือนหลักแสน กลับมาพัฒนาบ้านเกิดที่จังหวัดสระแก้ว ด้วยการพัฒนาพื้นที่ทำกินของพ่อแม่จากเมื่อก่อนปลูกพืชเชิงเดี่ยว ด้วยการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ จนสามารถสร้างรายได้จากการทำเกษตรถึงหลักล้านบาทต่อปี รวมถึงเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนให้เดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง พี่ป๋อมแป๋ม เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ตนเองเริ่มเข้ามาอยู่ในวงการเกษตรตั้งแต่ปี 2557 จากเมื่อก่อนทำงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์มานานกว่า 10 ปี จนถึงจุดอิ่มตัวเบื่อชีวิตเมืองกรุงอยากกลับมาหางานทำที่บ้าน แต่ด้วยที่บ้านไม่มีธุรกิจอย่างอื่นให้ทำนอกจากการเป็นเกษตรกร มาสานต่อสวนไม้ผลของพ่อกับแม่ที่ปลูกพืชหลักอย่างกระท้อนและมะยงชิดไว้ แต่ถึงแม้ว่าตนเองจะเป็นลูกหลานเกษตรกร มีดีเอ็นเอเป็นเกษตรกรอยู่เต็มสายเลือด แต่ก็ไม่เคยได้ลงมือทำงานด้านการเกษตรแบบจริงจังสักครั้ง เพราะถูกปลูกฝัง
นายพงศ์ไท ไทโยธิน รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เผยว่า การใช้งานระบบตามสอบสินค้าเกษตรบนระบบคลาวด์ (QR Trace on Cloud) และเว็บไซต์สินค้าเกษตรมาตรฐาน-ออนไลน์ (DGTFarm) และโครงการอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้งานระบบตามสอบสินค้าเกษตรบนระบบคลาวด์ (QR Trace on Cloud) และเว็บไซต์สินค้าเกษตรมาตรฐาน-ออนไลน์ (DGTFarm) ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน เช่น GAP, Organic มีการนำระบบไปใช้งานเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรแก่ผู้บริโภค และเพิ่มช่องทางในการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรในรูปแบบออนไลน์ “สวนลุงแดงมะพร้าวน้ำหอม” อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าเกษตรผ่านระบบตามสอบสินค้าเกษตรบนระบบคลาวด์ (QR Trace on Cloud) และเว็บไซต์สินค้าเกษตรมาตรฐาน-ออนไลน์ (DGTFarm) ทั้งนี้ “สวนลุงแดงมะพร้าวน้ำหอม” ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ถือเป็นหนึ่งในสวนที่ผลิตมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพเยี่ยม การันตรีจากการชนะประกวดพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมระดับประเทศตั้งแต่ปี 250
ดร.ทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการติดตามโครงการส่งเสริมการพัฒนาระบบตลาดภายในสำหรับสินค้าเกษตร (กิจกรรมพัฒนากลไกการตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของสหกรณ์) ซึ่งเป็นโครงการสำคัญภายใต้แผนงานบูรณาการพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ในปี 2565 โดยโครงการดังกล่าว มีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการตลาดสินค้าเกษตรของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร โดยดำเนินการประสานงาน แนะนำ ส่งเสริมสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตร และการเชื่อมโยงเครือข่าย กำหนดเป้าหมาย สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร จำนวน 234 แห่ง 77 จังหวัด จากการติดตามการดำเนินโครงการ โดยศูนย์ประเมินผล สศก. ปีงบประมาณ 2565 รอบ 9 เดือน (ตุลาคม 2564-มิถุนายน 2565) ภาพรวมพบว่า ได้ดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการวางระบบการบริหารจัดการผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการตลาดสินค้าเกษตร และผลผลิตในจังหวัด และส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรและตลาดออนไลน์ให้กับสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวม 281 แห่ง (ร้อยละ 12
จังหวัดยากจนที่สุด “แม่ฮ่องสอน” ที่มีความสุขอันดับ 1 ของประเทศ (ข้อมูลจาก : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2561) จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ 7,987,808 ไร่ โดยมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภาคเหนือ และอันดับ 8 ของประเทศ ซึ่ง 85 เปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่ป่า 4.5 เปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่การเกษตร (361,766 ไร่) และ 10.5 เปอร์เซ็นต์ เป็นที่อยู่อาศัยและอื่นๆ สภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงได้ประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกษตรกรชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนสามารถดำเนินวิถีชีวิตด้านการเกษตรร่วมกับป่าได้อย่างมีความสุขและอย่างยั่งยืน โดยสภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ดำเนินการกิจกรรมจัดตั้งธุรกิจรายสินค้าเกษตร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อพัฒนาเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรเกษตรกร มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมในการพัฒนา แก้ปัญหา เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ และนำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชนได้อย่างยั่งยืน สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงดำเนินกิจกรรมจัดตั้งกลุ่มธุรกิจรายสินค้าเกษตร ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 กลุ่มเกษตรปลอดภัยบ้านนาเปะ ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยยึดหลัก “ตลาดนำ&
“พื้นที่ภาคกลางน้ำดี อยู่ใกล้ตลาด…ใช้การตลาดนำหน้าการผลิต” การเกษตรในภาคกลางมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ปลูกพืช เลี้ยงปศุสัตว์ ประมง ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และอื่นๆ ภูมิภาคนี้สามารถปลูกพืชอายุสั้น เช่น ข้าว (โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปรัง) พืชไร่ พืชผักมากกว่า 1 ครั้งในรอบปี โดยจังหวัดที่มีความถี่ของการใช้พื้นที่เพื่อเพาะปลูกค่อนข้างสูงคือ ชัยนาท สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง ส่วนการทำการเกษตรแบบผสมผสานนั้นสิ่งที่จะต้องมีและพร้อมมากที่สุดคือ ที่ดิน ทุน แรงงาน ที่เหมาะสมกับการทำการเกษตร จะต้องมีความอดทนสูง มีความขยัน จึงจะสามารถที่จะประสบความสำเร็จในการวางแผนและการจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้ดีและมีประสิทธิภาพ แม้ว่าธุรกิจเกษตรพืชไร่ในภาคกลางจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความน่าสนใจ แต่ผู้ประกอบการควรที่จะศึกษาถึง จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจลงทุนและการวางแผนต่อยอดธุรกิจต่อไปในระยะยาว กองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณทวี มาสขาว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท กรมส่งเสริมการเกษตร ซ
มกอช. เปิดเกมรุกทะลายกำแพงมาตรการกีดกันทางการค้าสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก จากมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชพร้อมเจรจาไต้หวันเร่งเปิดตลาดมังคุดให้ไทย เกาหลีใต้เร่งรัดกระบวนการพิจารณาเปิดตลาดมะม่วงมหาชนก ส่วนรัสเซียเร่งรัดการขึ้นทะเบียนโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำส่งออกของไทยเพิ่มเติม นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Committee on Sanitary and Phytosanitary Measures) ครั้งที่ 74 ที่จัดขึ้น ณ องค์การการค้าโลก นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ไทยในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก ได้ใช้โอกาสนี้ร่วมกับประเทศสมาชิก WTO กว่า 20 ประเทศ เรียกร้องให้สหภาพยุโรปจัดทำกฎระเบียบในการจำแนกสารกำจัดศัตรูพืชที่เข้าข่ายสารขัดขวางการทำงานของต่อมไร้ท่อให้สอดคล้องกับหลักการประเมินความเสี่ยงภายใต้ความตกลงว่าด้วยการบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรฐานสากล เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการนำมาตรการไปใช้ในการกีดกันทางการค้าโดยไม่จำเป็น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรวมทั้งไท
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ได้อนุญาตให้ใช้ถนนความยาว 150 เมตร จัดให้เป็นตลาดนัดเกษตรกร เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร และกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนและวิสาหกิจชุมชนของจังหวัดชัยนาท ได้นำสินค้าเกษตรที่ผลิตได้มาวางจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งจัดให้มีขึ้นทุกวันจันทร์ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ไปจนถึง 12.00 น. นายรณภพ กล่าวว่า ตลาดนัดแห่งนี้ถือว่าเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกร ได้มีตลาดขายสินค้าสร้างรายได้ รวมทั้งต่อยอดไปถึงการหาคู่ค้าใหม่ๆ สร้างความแข็งแกร่งทางด้านการตลาด ซึ่งสินค้าที่นำมาจำหน่ายในตลาดจะเป็นสินค้าที่เกษตรกรผลิตเองทั้งสิ้น จึงสามารถเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตว่าเป็นสินค้าสดใหม่จากครัว จากสวนของเกษตรกร อย่างเช่นผลไม้ อาหารที่แปรรูปจากสินค้าเกษตร ต้นไม้ดอก ไม้ประดับ ขนมและอาหารพื้นบ้านต่างๆ ที่สำคัญราคายังถูกกว่าท้องตลาด เพราะเป็นราคาที่ผู้ผลิตนำมาขายเอง ผู้ที่สนใจจะแวะมาอุดหนุนสินค้าที่ชาบ้านนำมาขาย ก็แวะมาได้ทุกวันจันทร์ ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทรับประกันคว
นายประยงค์ ภูดินทราย เกษตรจังหวัดปราจีนบุรี เข้าเยี่ยมเยียนเกษตรกร ณ ตลาดเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งสนับสนุนโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดปราจีนบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร นายประยงค์กล่าวว่า “ผลผลิตที่เกษตรกรนำมาจำหน่ายในตลาดเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรีนั้น จำหน่ายโดยเกษตรกรผู้ผลิตจริง ซึ่งนำมาจำหน่ายให้ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จึงทำให้มั่นใจได้ว่าผลผลิตที่เกษตรกรนำมาจำหน่ายนั้น สด สะอาด ปลอดภัย และราคาย่อมเยา” โดยนางสาวพัชรินทร์ พุทธฤทธิ์ Young Smart Farmer จังหวัดปราจีนบุรี เจ้าของนาถนรินทร์ไฮโดรฟาร์ม กล่าวถึงเหตุผลที่มาจำหน่ายผลผลิตในตลาดเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรีว่า “เป็นการส่งเสริมให้ผู้บริโภคผู้ผลิตเจอกันโดยตรง สามารถเพิ่มช่องทางการตลาดในการกระจายสินค้า และเป็นการประชาสัมพันธ์ฟาร์มของผู้ผลิตอีกทางหนึ่ง” ซึ่งตลาดเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรีนี้ จะเปิดจำหน่ายผลผลิตทุกวันศุกร์ เวลาประมาณ 05.00 น. เป็นต้นไป บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี
