ตลาดแพะเนื้อ
จังหวัดลพบุรี มีศักยภาพในการปลูกอ้อยโรงงาน ประมาณ 8 แสนไร่ แต่หลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานลดลงมาก เนื่องจากประสบภัยแล้งต่อเนื่องและราคาที่ตกต่ำ ทำให้มีผลกำไรลดลง คุณอ้อม หรือ คุณจีรนันท์ กล่ำเพชร เกษตรกรชาวไร่อ้อยจึงสนใจลงทุนทำฟาร์ม “เลี้ยงแพะ” เป็นอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ สู้ภัยแล้ง แรกๆ ก็เลี้ยงไม่กี่ตัว จนถึงปัจจุบัน มีกว่า 60 ตัว ลูกแพะตัวผู้จะขุนขาย ส่วนตัวเมียเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ อาชีพเลี้ยงแพะใช้ต้นทุนต่ำ แต่ทำรายได้ดี ทะลุหลักแสนต่อปี เลี้ยงแพะ ใช้ต้นทุนต่ำ คุณอ้อม หรือ คุณจีรนันท์ กล่ำเพชร เจ้าของฟาร์มแพะอินทรีแดง ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 11 หมู่ที่ 1 ตำบลวังทอง อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี โทร. 092-634-4546 คุณอ้อม เล่าให้ฟังว่า เดิมครอบครัวเธอมีอาชีพทำไร่อ้อยและให้บริการรถตัดอ้อย เมื่อ 4 ปีก่อน ไร่อ้อยได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้ง และประสบปัญหาราคาอ้อยตกต่ำ สามีคุณอ้อมจึงสนใจอยากเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมรายได้ โดยศึกษาหาข้อมูลเรื่องการเลี้ยงแพะจากหนังสือการเกษตรประเภทต่างๆ รวมทั้งนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ใช้เป็นคู่มือในการลงทุนทำฟาร์มแพะขุน ฟาร์มอินทรีย์แดง เริ่มต้นเลี้ยงแพะ พัน
นายพลเชษฐ์ ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตแพะเนื้อภาคตะวันตก ปี 2563 ในเขตพื้นที่ 7 จังหวัด (กาญจนบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์) ซึ่งพบว่า ภาคตะวันตกเป็นแหล่งผลิตแพะเนื้อที่สำคัญของประเทศ เนื่องจากมีสภาพภูมิอากาศเหมาะสม อากาศโปร่ง ความชื้นต่ำ และเป็นสินค้าทางเลือกสำคัญที่มีอนาคตในภูมิภาค ปัจจุบันมีการเลี้ยงแพะเนื้อ (ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์) จำนวน 148,528 ตัว เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีจำนวน 134,811 ตัว (เพิ่มขึ้น 13,717 ตัว หรือร้อยละ 10) ซึ่งตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย ส่งออกมากถึงร้อยละ 85 ส่วนร้อยละ 10 ส่งออกประเทศเวียดนาม และอีกร้อยละ 5 จำหน่ายภายในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่การบริโภคเนื้อแพะนิยมในกลุ่มชาวมุสลิม ทำให้ตลาดมาเลเซียมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพราะการเลี้ยงแพะเนื้อในประเทศมาเลเซียทำได้ยาก เนื่องจากสภาพภูมิอากาศค่อนข้างชื้น ส่งผลให้แพะสุขภาพไม่แข็งแรง เป็นโรคง่าย และโตช้า ผลผลิตจึงไม่เพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ จากการติดตามของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 จังหวัดราช
