ตลาดโลก
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์การค้าสินค้าน้ำตาล พบสัญญาณความท้าทายเพิ่มขึ้น จากแนวโน้มปริมาณผลผลิตอ้อยและน้ำตาลทั้งในประเทศ และจากผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกที่สูงขึ้น ประกอบกับนโยบาย “พึ่งพาตนเอง” ของประเทศคู่ค้าหลักอย่างอินโดนีเซีย เกษตรกรและผู้ประกอบการ ควรเตรียมแผนรับมือด้านการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ควบคู่กับการเร่งขยายและผลักดันการส่งออกไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ และยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยสู่การแปรรูปมูลค่าสูง โดยเฉพาะการพัฒนาไปสู่การผลิตพลังงานชีวภาพและผลิตภัณฑ์ชีวภาพอื่นๆ สัญญาณหนึ่งที่ควรติดตามคือ นโยบายของอินโดนีเซียที่มุ่งลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำตาลเพื่อการบริโภค โดยมีเป้าหมายเพิ่มการใช้ผลผลิตภายในประเทศให้สอดคล้องกับความต้องการใช้ในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกน้ำตาลที่สำคัญของไทย จึงอาจต้องพิจารณาการกระจายและหาตลาดส่งออกทดแทนเพิ่มในระยะต่อไป โดยเฉพาะในภาวะที่ “ผลผลิตอ้อยปี 68/69” ของไทยมีแนวโน้ม
ภายหลังกรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าหนุนยกระดับ GI “หมอนทองจันท์” หวังสร้างมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นและโอกาสการค้าทุเรียนตลาดโลก หลังจากปี 2568 กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจชุมชนผ่านการขึ้นทะเบียนและคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะ “ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นแตกต่างกันตามแหล่งกำเนิด โดยปัจจุบันมีทุเรียนไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น GI 19 รายการ จาก 17 จังหวัดทั่วไทย สร้างมูลค่าการตลาดสูงถึง 68,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อคุณภาพและมาตรฐานสินค้า GI ไทย ส่งออกเกือบ 10 ปี ไม่ได้จด GIผศ.ดร.เดือนรุ่ง เบญจมาศ ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ในฐานะผู้จัดทำโครงการจัดทำคำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (GI) สินค้าทุเรียน “หมอนทองจันท์” กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี ตัวแทนภาครัฐและเอกชน ตลอดจนเกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนหมอนทองทั้ง 10 อำเภอ
ปี 2569 นับเป็นปีที่น่าจับตามอง สำหรับ ‘กุ้งกุลาดำ’ กุ้งเนื้อแน่นที่เป็นวัตถุดิบแสนอร่อยในการปรุงอาหาร ที่เคยเป็นสายพันธุ์หลักและเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนของไทยเมื่อปี 2543 กำลังหวนคืนทวงบัลลังก์ให้เกษตรกรอีกครั้ง หลังจากหายไปจากตลาดนานกว่ายี่สิบปี นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า การเติบโตของตลาดกุ้งกุลาดำในปี 2568 นับเป็นการรีเทิร์นออฟเดอะคิงส์ หรือการหวนกลับสู่บัลลังก์แห่งแชมป์ เพราะกุ้งกุลาดำเคยเป็นพระเอกของสินค้าอาหารทะเลไทย เมื่อ 20 กว่าปีก่อน หลังจากที่หายไปกว่า 22 ปี ตอนนี้เกษตรกรกำลังฟื้นฟูการเลี้ยง การผลิตสินค้าเศรษฐกิจช่วยทำรายได้ในประเทศไทยได้อีกครั้ง ผลผลิตกุ้งกุลาดำ เพิ่ม 18% นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย และที่ปรึกษาสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า ปี 2568 มีการพูดถึงการเพิ่มการเลี้ยงกุ้งกุลาดำอย่างมาก โดยมีการประเมินว่าปีที่ผ่านมา เกษตรกรเพิ่มสัดส่วนการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ 27% ทำให้มีผลผลิตกุ้งกุลาดำเพิ่มขึ้น 18% และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2569 นายบรรจง เล่าว่า ย้อนไปในปี 2543 ไทยเคยเป็นแชมป์โลกในการผลิตกุ้งกุลาดำได้มากถึง 300,000 ตัน จ
(ซินหัว) — วันนี้เรื่องราวของ “เห็ดทรัฟเฟิล” ที่ครั้งหนึ่งถูกมองเป็น “ของหรูนำเข้าจากยุโรป” และมีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้ลองลิ้มชิมรสกำลังเปลี่ยนแปลงจากของนำเข้าหายากกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่ผลิตได้ในจีนด้วยเห็ดทรัฟเฟิลที่เพาะปลูกในมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มณฑลอวิ๋นหนานกำลังสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมเชิงบูรณาการที่ครอบคลุมการเก็บเกี่ยว แปรรูป จัดจำหน่าย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะเห็ดทรัฟเฟิลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้บริโภคชาวจีนและถูกต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะเห็ดทรัฟเฟิลจากอำเภอหย่งเหรินที่ถูกจัดจำหน่ายสู่ตลาดจีน รวมถึงส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศทางเครื่องบิน อำเภอหย่งเหรินมีแสงแดดมากกว่า 2,800 ชั่วโมงต่อปี และอัตราความครอบคลุมของป่าไม้สูงเกือบร้อยละ 75 ทำให้มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเห็ดทรัฟเฟิลอย่างมาก โดยแต่ละปีที่นี่ผลิตเห็ดทรัฟเฟิลได้ราว 50 ตัน คิดเป็นสัดส่วนสำคัญของผลผลิตเห็ดทรัฟเฟิลทั้งหมดในจีน ปัจจุบันเห็ดทรัฟเฟิลคุณภาพสูงจากอำเภอหย่งเหรินมีราคาสูงถึง 850 หยวน (ราว 3,800 บาท) ต่อกิโลกรัม การเก็บเห็ดทรัฟเ
มข. ดันธุรกิจ “จิ้งหรีด” เลี้ยงเป็น เปลี่ยนชีวิต อย่างที่หลายคนทราบดีว่า“จิ้งหรีด” เป็นแมลงที่ได้รับความสนใจในหลายมิติ เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง จนเกิดกระแสนิยมการบริโภคโปรตีนจากแมลงในทวีปยุโรปและอเมริกา ยกให้เป็นอาหารใหม่ หรือ Novel Food อาหารแห่งอนาคต ทั้งยังมีการคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมโปรตีนจากแมลงจะขยายตัว 3.3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งผู้ซื้อรายใหญ่ในตลาดนี้คือ บริษัทอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ผลิตนมทางเลือก และอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เป็นต้น ในด้านเศรษฐกิจไทย จิ้งหรีดสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยเฉพาะในชนบทที่มีพื้นที่จำกัด ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดในไทยมีมากกว่า 20,000 ราย และมากกว่าร้อยละ 80 อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยที่เกษตรกรกลุ่มแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มเลี้ยงจิ้งหรีดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 แต่ปัจจุบันกลุ่มผู้เลี้ยงจิ้งหรีดที่สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและส่งออกต่างประเทศได้ กลับเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงจิ้งหรีดในพื้นที่ภาคกลาง และอื่น ๆ ดร.อนุวรรตน์ ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าโครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการผ่านกระบวนการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ของกา
นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือนธันวาคม 2561 ที่จัดทำโดย ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ว่า ราคาสินค้าเกษตรที่เป็นพืชหลักสำคัญ ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้า ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.06-0.16% โดยอยู่ที่ราคา 7,975-7,983 บาท/ตัน เพราะมีความต้องการจากผู้ประกอบการ เพื่อส่งมอบสินค้าให้กับประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ข้าวเปลือกหอมมะลิ จะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.73-5.83% อยู่ที่ราคา 15,614-16,404 บาท/ตัน เนื่องจากนโยบายในการรักษาเสถียรภาพราคาของภาครัฐ และสต๊อกข้าวของผู้ส่งออกข้าวลดลง จึงเร่งซื้อข้าวหอมมะลิที่กำลังออกสู่ตลาดเพื่อส่งออกให้กับผู้ซื้อต่างประเทศ ส่วน ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 1.26-2.82 % อยู่ที่ราคา 9,335-9,479 บาท/ตัน เนื่องจากนโยบายในการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวของภาครัฐ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.5-1.5% อยู่ที่ราคา 8.28-8.36 บาท/กก. เนื่องจากสิ้นสุดช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รุ่น 1 ส่งผลให้ปริมาณผลผลิต
