ตอซังข้าว
สำหรับเทคนิคการเก็บเกี่ยวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาให้ได้คุณภาพ สามารถจำหน่ายได้ราคานั้น กรมส่งเสริมการเกษตรได้ใหข้อแนะนำว่า เกษตรกรควรเก็บเกี่ยวเมื่อข้าวโพดแก่จัดแห้งสนิท อายุ 120 วันขึ้นไป แต่ไม่ควรเกิน 130 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์และสภาพภูมิอากาศ โดยสังเกตใบและต้นข้าวโพดว่าแห้งสนิทเปลี่ยนเป็นสีฟางข้าวทั้งแปลง เมื่อแกะเมล็ดจะเห็นเนื้อเยื่อสีดำอยู่ที่โคนเมล็ด เป็นระยะที่ข้าวโพดมีน้ำหนักแห้งสูงสุด ความชื้นของเมล็ดในช่วงนี้จะอยู่ที่ประมาณ 20-25 เปอร์เซ็นต์ ในการเก็บเกี่ยวหากใช้แรงงานคน ให้ใช้ไม้ปลายแหลมแทงเปลือกบริเวณปลายฝัก ต้องระวังอย่าให้โดนเมล็ด ปอกเปลือกแล้วใส่ในตะกร้า หรือกระสอบป่าน หรือวางกองไว้บนผ้าพลาสติก หรือเก็บโดยหักข้าวโพดทั้งฝักแล้วนำมาปอกเปลือกภายหลังหรือเก็บไว้ทั้งเปลือกก็ได้ จะช่วยป้องกันไม่ให้เมล็ดเกิดแผลหรือร้าวในระหว่างเก็บเกี่ยวหรือขนย้าย ที่สำคัญไม่ควรวางฝักข้าวโพดบนพื้นที่ชื้นแฉะ ไม่โยนฝักข้าวโพดเพราะจะทำให้เกิดบาดแผลบนผิวของเมล็ดหรือเมล็ดร้าว ทำให้เชื้อราเข้าทำลายเมล็ดได้ง่าย ขณะเก็บเกี่ยวให้แยกฝักเสียหรือฝักที่มีเชื้อราออกจากฝักดี และให้นำไปทำลาย แต่หากใช้เครื่อง
นายมนตรี บาซอรี เกษตรกร จ.นครนายก ให้สัมภาษณ์ว่า ครอบครัวทำนากว่า 40 ไร่ ที่ อ.องครักษ์ จ.นครนายก ปีหนึ่งปลูก 2 รอบ หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จจะไม่ใช้วิธีการเผา แต่จะใช้จุลินทรีย์เพื่อสลายตอซังข้าว ปรากฏว่าได้ผล ไม่เกิน 7 วัน ตอซังข้าวก็ย่อยสลายหมด และเป็นปุ๋ย เป็นการบำรุงดินไปในตัว แต่การใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังข้าวนี้จะต้องใช้น้ำให้ท่วมตอซังข้าวถึงจะได้ผลดี สำหรับการใช้จุลินทรีย์นี้ใช้มาหลายปีแล้ว เพราะถือว่าคุ้ม เนื่องจากไม่ต้องใส่ปุ๋ยเพิ่ม เป็นการลดต้นทุน อย่างไรก็ตาม ยังมีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยที่ชอบเผา ส่วนใหญ่เป็นแปลงนาที่ใช้ปุ๋ยเคมี เกษตรกรรายใดมีปัญหาหลังการเก็บเกี่ยว โทร.มาพูดคุยปรึกษาหารือกับตนได้ ที่ 087-0087698 ทางด้าน นายชะเอม คงกระพันธ์ เกษตรกร อ.แสวงหา จ.อ่างทอง กล่าวว่า ปลูกข้าวพันธุ์สุพรรณ 40 ไร่ ที่ผ่านมาประสบปัญหาข้าวดีด ข้าววัชพืช และเพลี้ยกระโดดลงนาข้าวเป็นอย่างมาก หลังจากได้ใช้จุลินทรีย์สลายตอซังข้าว และใช้รถย่ำตอซังข้าว ทั้งที่ยังสดๆ ตามที่ได้รับคำแนะนำ ผ่านไป 5 วัน ฟางข้าวและข้าววัชพืชก็ย่อยสลายไปเกือบหมด จากนั้นไถ่ปั่นและหว่านเมล็ดข้าวลงไปทันที พบว่า เมล็ดข้าวอ
