ตะวันออกกลาง
พาณิชย์เร่งช่วยชาวนารับมือผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง เดินหน้าโครงการดูดซับข้าวนาปรัง 1 ล้านตัน – ตลาดนัดข้าวเปลือกราคานำตลาด ลดต้นทุนปุ๋ย–ประสาน พน. จัดสรรน้ำมันดีเซลช่วยชาวนา นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังให้การต้อนรับ นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ซึ่งเดินทางเข้าพบเพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ณ กรมการค้าภายใน ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างเต็มที่ หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิตทั่วโลก โดยเฉพาะราคาปุ๋ยมีความผันผวน ส่งผลต่อต้นทุนการทำนาของเกษตรกร กรมการค้าภายในจึงเร่งใช้มาตรการทั้งด้านตลาดและการลดต้นทุนเพื่อบรรเทาภาระให้พี่น้องชาวนาในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง โดยการบริหารจัดการผลผลิตข้าวนาปรังที่กำลังจะถึงนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ออกโครงการดูดซับข้าวเปลือกนาปรัง ปีการผลิต 2569 แล้ว โดยตั้งเป้าหมายดูดซับข้าวนาปรังจำนวน 1 ล้านตันข้าวเปลือก ในพื้นที่แหล่งผลิตข้าวนาปรังทั่วประเทศ โดยอง
พืชที่น่าจับตามองชนิดหนึ่งในขณะนี้คืออินทผลัม และมีหนุ่มใหญ่อดีตโฟร์แมน มาทดลองปลูกสวนอินทผลัม คือ คุณวิเชียร เมืองวงค์ บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 7 บ้านต๋อมดง ตำบลบ้านต๋อม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ที่ได้หันหลังอาชีพพนักงานของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ด้วยเงินเดือน 30,000 บาท มาปลูกผลไม้ โดยได้เลือกปลูกอินทผลัม หลังจากเริ่มต้นปลูกจำนวน 20 ต้น ซึ่งเป็นพันธุ์ที่นิยมกินผลสดได้รสชาติดี ปัจจุบัน ขยายพื้นที่ปลูกกว่า 60 ต้น โดยปลูกมากว่า 3 ปี ซึ่งปีนี้ผลผลิตเก็บขายได้ สามารถสร้างรายได้มากกว่า 30,000 บาทต่อต้น ผลไม้ยอดฮิตสำหรับยุคนี้ต้องยกให้อินทผลัม ในช่วงก่อนหน้านี้เรามักจะคุ้นตากับอินทผลัมที่มาในรูปแบบของผลไม้ตากแห้ง นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีลักษณะเป็นผลรีๆ เล็กๆ แห้งๆ สีน้ำตาลเข้ม วางขายอยู่ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ในราคาที่ค่อนข้างสูง จนเมื่อสัก 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ เราจะเริ่มเห็นอินทผลัมผลสดแขวนขายตามข้างทางหรือในซุปเปอร์มาร์เก็ตกันมากขึ้น จึงค่อนข้างเป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับคนไทย เรื่องราคานั้นก็สูงเสียจนเรียกได้ว่า ต้องเน้นกลุ่มลูกค้าระดับบนเท่านั้น ปัจจุบัน ประเทศไทยเริ่มมีการปลูกอินทผลัมในหลายพื้
