ตัดแต่งกิ่งมะม่วง
การตัดแต่งกิ่งมะม่วงนั้น เริ่มตั้งแต่งเมื่อมะม่วงยังเป็นต้นกล้าอยู่ โดยเฉพาะมะม่วงที่เพาะในถุงพลาสติก หรือเพาะลงในแปลงปลูก และเวลาที่ปลูกลงหลุมจำเป็นต้องตัดแต่งรากและใบเพื่อลดการคายน้ำลงด้วยประการหนึ่ง ระบบการตั้งพุ่มต้นมะม่วงนั้น นิยมเปิดกลางของทรงพุ่มให้โปร่งโดยเฉพาะการปลูกในระบบปลูกชิด จำนวนต้นที่ปลูกหนาแน่น ถ้าทรงต้นหนาทึบอาจจะทำให้เป็นที่สะสมของโรคและแมลงศัตรูได้ โดยเฉพาะโรคแอนแทรกโนส ฉะนั้นต้องตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้ระบบกิ่งภายในทรงพุ่มโปร่ง เพื่อแก้ปัญหาโรคแมลงได้น้อยลง ระบบการเลี้ยงกิ่งข้างนี้จะทำให้การตั้งพุ่มของมะม่วงมีทรงพุ่มได้ดีคือ จากช่วงที่ 1 เลี้ยงกิ่งไว้ 1-2 กิ่ง พอช่วงที่ 2 เลี้ยงกิ่งที่แตกจากช่วงที่ 1 ไว้กิ่งละ 3 กิ่ง รวมกันเป็น 6 กิ่ง พอช่วงที่ 3 เลี้ยงไว้ 18 กิ่ง (1-2-6-18) การแตกกิ่งของมะม่วงแตกด้านข้างละ 3 ช่วง และรวมทั้งการเลี้ยงกิ่งจากลำต้นอีก 2 ช่วง รวมเป็น 5 ช่วง จะใช้เวลาเลี้ยงดูทั้งหมดประมาณ 7-8 เดือน การเลี้ยงระบบนี้กิ่งจะค่อยๆ โปร่งขึ้นและโคนกิ่งแข็งแรง กิ่งจะไม่หักหรือห้อยลงมาขณะที่มะม่วงติดผล จุดประสงค์ของการตัดแต่งกิ่งมะม่วงระบบปลูกชิด 1. เพื่อเอาโครงสร้า
การตัดแต่งกิ่งมะม่วงเป็นเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้ต้นมะม่วงมีผลผลิตเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งมีผลดกที่ส่งผลต่อคุณภาพที่ดีกว่าต้นมะม่วง ที่ไม่ได้ผ่านการตัดแต่งกิ่งหรือปล่อยแบบธรรมชาติ เพราะหากไม่มีการตัดแต่งกิ่งจะทำให้ต้นมะม่วงมีความทึบ แสงแดดไม่สามารถส่องลงมาถึงพื้นดินภายในสวนได้ และเมื่ออากาศถ่ายเทได้น้อยลงจึงเป็นแหล่งสะสมของโรคและแมลงศัตรูพืชเข้ามารบกวน ดังนั้น การตัดแต่งกิ่งนอกจากจะช่วยทำการควบคุมทรงพุ่มแล้ว ยังสามารถช่วยกระตุ้นการแตกกิ่งใหม่ เพื่อให้มะม่วงออกผลที่มีคุณภาพและดกมากขึ้นตามมา รศ.ดร.สมชาย กล้าหาญ คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แนะนำว่า การตัดแต่งกิ่งมะม่วงนั้น เริ่มตั้งแต่งเมื่อมะม่วงยังเป็นต้นกล้าอยู่ โดยเฉพาะมะม่วงที่เพาะในถุงพลาสติกหรือเพาะลงในแปลงปลูก และเวลาที่ปลูกลงหลุมจำเป็นต้องตัดแต่งรากและใบเพื่อลดการคายน้ำลงด้วยประการหนึ่ง ระบบการตั้งพุ่มต้นมะม่วงนิยมเปิดกลางของทรงพุ่มให้โปร่ง โดยเฉพาะการปลูกในระบบปลูกชิด จำนวนต้นที่ปลูกหนาแน่น ถ้าทรงต้นหนาทึบอาจจะทำให้เป็นที่สะสมของโรคและแมลงศัตรูได้ โดยเฉพาะโรคแอนแทรกโนส ฉะนั้นต้องตัดแต่งกิ่งเพื่อ
