ตั๊กแตน
นักวิจัยนานาชาติใช้แสงซินโครตรอนจากเครื่องกำเนิดแสงสยามในโคราชสำรวจอวัยวะภายในขาตั๊กแตน เพื่อทำความเข้าใจกลไกการรับรู้การเคลื่อนไหวของแมลงผ่านอวัยวะเล็กๆ ที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน การเคลื่อนไหว ไปจนถึงการวางไข่ สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในการมีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ขั้นสูงที่พร้อมสนับสนุนการวิจัยระดับนานาชาติ และเปิดโอกาสการค้นพบองค์ความรู้ใหม่ๆ นครราชสีมา – ตัวแทนทีมวิจัยนานาชาติจากไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับการรับรู้เชิงกลของแมลง ได้นำตัวอย่างขาตั๊กแตนมาศึกษาด้วยเทคนิคแสงซินโครตรอนที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จ.นครราชสีมา โดยใช้เทคนิคเอกซเรย์โทโมกราฟี (X-ray Tomography) ซึ่งเป็นเทคนิคในการถ่ายภาพเอกซเรย์สามมิติความละเอียดสูง ดร.อติเทพ ไชยสิทธิ์ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ (University of Leicester) สหราชอาณาจักร หัวหน้าโครงการวิจัยซึ่งได้รับทุนจากโครงการ Human Frontier Science Program (HFSP) ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนงานวิจัยพื้นฐานระดับนานาชาติ และเป็นนักวิจัยเยือน (Visiting
ทั้งในอดีตและปัจจุบันตั๊กแตนยังคงเป็นแมลงที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจอันดับต้นๆ ของชาวไร่ชาวนา ที่เข้ามาคอยกัดกินทำลายพืชผลทางการเกษตรให้เกิดความเสียหาย แต่ในทางกลับกันก็มีหลายคนมองเห็นช่องทางสร้างรายได้จากตั๊กแตนจำนวนไม่น้อย หรือจะพูดว่าเป็นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสก็ได้ เนื่องจากในปัจจุบันมีเกษตรกรหลายรายหันมาเอาดีด้านการเพาะขยายพันธุ์ตั๊กแตนสร้างรายได้กิโลกรัมละหมื่น แถมมีต้นทุนการเลี้ยงที่ต่ำ ใช้พื้นที่ไม่มากก็ทำได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แนะนำให้เลี้ยงในปริมาณที่สามารถควบคุมได้ มีโรงเรือนปิดมิดชิด ไม่ให้สามารถออกไปทำลายพืชสวนไร่นาของเพื่อนบ้านได้ คุณอิทธิพล ดลจำรัส หรือ คุณมี่ เจ้าของฟาร์มลุงมี่ ตั้งอยู่ที่บ้านแสนสำราญ ตำบลสามขา อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เกษตรกรหัวใส พลิกวิกฤตจากตั๊กแตนที่เป็นแมลงศัตรูพืชที่เกษตรกรทุกคนขยาด สร้างโอกาสจับมาเพาะขยายพันธุ์ ขายตัว ขายไข่ของตั๊กแตน สร้างรายได้กิโลกรัมละหมื่น คุณมี่ เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่ที่กรุงเทพฯ มาก่อน จนถึงจุดอิ่มตัวหมดแพชชั่นในการทำงาน อยากลาออกมาทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ประกอบกับที่ในช่วงนั้นเศ
จากข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พบว่า ความต้องการอาหารจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2593 แต่โลกของเราจะถึงขีดจำกัดด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรก่อนหน้านั้น จึงเป็นเหตุผลที่ FAO ได้เลือกแมลงที่กินได้เป็นวิธีการแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารทั่วโลกในอนาคตจากรายงานปี 2556 โดยขนาดตลาดแมลงกินได้ทั่วโลกในปี 2562 มีมูลค่าเกิน 112 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตเป็น 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการเติบโตประจำปี (CAGR) มากกว่า 47% ระหว่างปี 2562 ถึง 2569 จึงเห็นได้ว่าความต้องการสำหรับอาหารที่มีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ และราคาประหยัด เป็นแนวโน้มความต้องการอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นตัวกระตุ้นแนวโน้มการเติบโตของตลาดแมลงกินได้ทั่วโลก ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme ‘เกาหลีใต้’ ถือเป็นหนึ่งในตลาดชั้นนำของอุตสาหกรรมแมลงกินได้และโปรตีนจากแมลง โดยคิดเป็นประมาณ 9% ของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากชาวโสมขาวให้ความสำคัญอย่างมากเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งส่งผลให้มีความต้องการแหล่งอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ผู้คนยังใส่
เว็บไซต์ เทเลกราฟ รายงานว่า กลุ่มวิศวกรชาวอเมริกันคิดค้นระบบควบคุม “แทททู” ที่จะเปลี่ยนตั๊กแตนให้เป็นเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดที่สามารถควบคุมได้จากระยะไกล โดยมีหลักการทำงานเชื่อมต่อกับสมองของตั๊กแตนก่อนจะส่งกลับมายังผู้ควบคุมเพื่อหาว่ามีวัตถุต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นอันตรายในบริเวณต่างๆหรือไม่ ดร.บารานิดาราน รามัน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า จมูกของสัตว์มีลักษณะพิเศษ สามารถรับกลิ่นได้จากระยะไกลแบบที่มนุษย์ทำไม่ได้ ตนจึงเริ่มผลักดันโครงการดังกล่าวโดยมีมหาวิทยาลัยให้การสนับสนุน เพราะสัตว์ไม่ว่าจะสุนัขหรือหนู ต่างก็มีประสาทสัมผัสในการตรวจหาวัตถุระเบิด ทั้งยังใช้งานมาอย่างยาวนาน แต่การใช้แมลงมาตรวจหาวัตถุระเบิดจะต่างออกไป เนื่องจากแมลงสามารถบินไปได้ทุกที่ แม้แต่ในที่ที่สัตว์ชนิดอื่นหรือมนุษย์ไม่สามารถเข้าไปได้ และลดความเสี่ยงต่อการทำให้เกิดการระเบิด ผลงานวิจัยต้นแบบดังกล่าวทำให้ ดร.รามัน ชนะรางวัลผลงานวิจัยยอดเยี่ยม องค์การวิจัยและพัฒนากองทัพเรือ กองทัพเรือสหรัฐ เป็นเงินรางวัลกว่า 27,000,000 บาท การวิจัยครั้งนี้ ดร.รามันใช้ความมหัศจรรย์ควบคุมตั๊กแตน
นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตลาดสินค้าแมลงเพื่อการบริโภค แหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ ถือเป็นตลาดเฉพาะ (Niche Market) ขนาดเล็กและอยู่ในระยะเริ่มต้น โดยในปี 2558 มูลค่าตลาดประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่มีแนวโน้มว่าการบริโภคแมลงเป็นอาหารมีโอกาสเติบโตสูงมากในสหรัฐฯ และอุตสาหกรรมอาหารที่ทำจากแมลงสามารถขยายตัวเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้ ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นแหล่งอุปทานอาหารที่ทำจากแมลง เนื่องจากไทยมีแมลงที่สามารถรับประทานได้มากกว่า 300 สายพันธุ์ กลยุทธ์หนึ่งของการตลาดสินค้าแมลงในสหรัฐฯ คือ เน้นการนำเสนอแมลงในฐานะอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีรสชาติอร่อย ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคมีความเต็มใจบริโภคมากยิ่งขึ้น อาหารจากแมลงที่ปัจจุบันมีการเสนอให้ลูกค้าในสหรัฐฯ มีหลากหลายและแปลกใหม่ เช่น ทาโก้ทำจากตั๊กแตน ดักแก้ตัวหนอนไหมทอด โปรตีนบาร์ที่ทำจากแมลงแป้งจิ้งหรีด คุกกี้ที่ทำจากแป้งจิ้งหรีด จิ้งหรีดเคลือบช็อกโกแลต นอกจากนี้ยังนำไปเป็นส่วนผสมของเครื่องดื่ม เช่น ตากีล่า เป็นต้น “การนำแมลงมาปรุงแต่งจนผู้บริโภคไม่เห็นรูปลักษณ์ของตัวแมลงด้ว
