ต้นกล้า
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมมีความสงสัยว่า การปลูกต้นไม้จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยหรือไม่ ผมเคยดูทีวี เห็นว่าเกษตรกรหลายท่านปลูกพืชผลไม่มีการใส่ปุ๋ยเคมีแต่อย่างใด จะใส่เพียงปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว อีกทั้งยังขายได้ราคาดีอีกด้วย คุณหมอเกษตร ในฐานะที่ท่านคร่ำหวอดอยู่ในวงการเกษตร ท่านมีความเห็นอย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ วรพจน์ วงศ์อำนวย กาญจนบุรี ตอบ คุณวรพจน์ วงศ์อำนวย ปุ๋ย หมายถึงวัสดุที่ใส่ลงในดิน หรือฉีดพ่นที่ใบ แล้วปลดปล่อยธาตุอาหารที่จำเป็นแก่พืช ได้แก่ ธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม สามารถทำให้ต้นไม้เจริญเติบโต ให้ผลผลิต และสืบเผ่าพันธุ์ได้อย่างสมบูรณ์ ในธรรมชาติของต้นไม้ วงจรชีวิตเริ่มจากเมล็ด แล้วงอกเป็นต้นกล้า เข้าสู่ระยะเจริญเติบโตเป็นวัยเจริญพันธุ์ และสุกแก่ลงในที่สุด ภายในผลมีเมล็ดอยู่ภายใน ตั้งแต่ 1 เมล็ด ไปจนถึงจำนวน 100 เมล็ด ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช การเจริญเติบโตจนถึงระยะสุกแก่ ต้นไม้ต้องผ่านขบวนการสังเคราะห์แสง ที่ใบไม้ที่มีสีเขียวของคลอโรฟีล เป็นโรงงานผลิตแป้งและน้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรต (CHON) แสงแดด เป็นปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่ง รวมทั้งก๊าซคาร์บอนไดออก
นอกจากยางพาราที่ทำให้เกิดรายได้ของอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬแล้ว การผลิตกล้ายางที่มีคุณภาพยังเป็นอาชีพสำคัญอีกอย่างที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านไม่น้อย ทั้งนี้เพราะนอกจากผลิตขายในพื้นที่ของอำเภอแล้ว ยังผลิตขายส่งให้กับต่างอำเภอ อีกทั้งยังจำหน่ายในจังหวัดอื่นอีกด้วย สำนักงานเกษตรอำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ ให้การสนับสนุนการผลิตกล้ายางแก่ชาวบ้าน ให้ข้อมูลว่า ในพื้นที่หมู่บ้านกำแวงถือเป็นแหล่งผลิตกล้ายางที่ได้คุณภาพ และมาตรฐานจากกรมวิชาการเกษตร เพราะผ่านกระบวนการและวิธีตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามหลักวิชาการทำให้ได้กล้าที่ให้ผลผลิตยางได้ดีเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่ ดังนั้น จึงชักชวนชาวบ้านที่สนใจในการเรียนรู้เรื่องการปลูกยางและการทำต้นกล้ามารวมตัวกันเพื่อผลิตต้นกล้าจำหน่าย แล้วกำหนดชื่อว่า “กลุ่มผลิตกล้ายางบ้านกำแวง” เมื่อเห็นว่าภาคอีสานสามารถปลูกยางได้จึงชักชวนชาวบ้านที่สนใจมาปลูก พอชาวบ้านขาดแคลนพันธุ์ก็ต้องดิ้นรนหาพันธุ์มาให้ปลูก ครั้นปลูกกันมากขึ้น ชาวบ้านบอกว่าไม่ต้องไปหาพันธุ์ที่แหล่งอื่นอีกแล้ว ชวนกันมาทำพันธุ์ขายเองดีกว่า ทำครั้งแรกจุดประสงค์เพื่อให้แก่ชาวบ้านในท้องถิ่นมีพันธุ์ปลูก ต่อมามี
ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดสรรงบประมาณการวิจัยให้แก่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ในการคัดเลือกและบริหารโครงการภายใต้แผนงานวิจัยมุ่งเป้าตอบสนองความต้องการประเทศโดยเร่งด่วน : กลุ่มเรื่องข้าว ภายใต้ยุทธศาสตร์ในการวิจัย 6 ด้าน ซึ่งได้มีการสนับสนุนทุนอุดหนุนการวิจัยแก่โครงการวิจัย เรื่อง เครื่องปลูกข้าวแบบใช้ต้นกล้านาโยน ของ นายสมพร หงษ์กง และนายตะวัน ตั้งโกศล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร การทำนาโยน เป็นวิธีการทำนาแบบใหม่ คือการโยนต้นกล้า ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของเกษตรกร เนื่องจากเป็นนวัตกรรมการทำนาที่ช่วยป้องกันปัญหาการเกิดข้าววัชพืช และการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้เป็นอย่างดี โดยไม่ต้องใช้สารเคมีทุกชนิด ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น นับว่าเป็นทางเลือกใหม่ของการทำนาแบบยั่งยืนและทำให้อาชีพชาวนาเกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจยิ่งขึ้น ภูมิปัญญาการทำนาโยนมีต้นกำเนิดที่ประเทศญี่ปุ่นและจีน และเข้ามาในประเทศไทยได้ไม่นาน แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลา
