ต้นดีหมี
“เหตุที่ได้ชื่อว่าชาดีหมี มิใช่มีหมีใหญ่ในไพรสัณฑ์ แต่เป็นไม้ใหญ่น้อยนับร้อยพัน เรียงรายกันที่ท่าน้ำแสนงามตา นำเปลือกใบมาต้มรสขมปี๋ รสชาติเหมือนดีหมีที่ในป่า โบราณกล่าวหวานเป็นลมขมเป็นยา จึงชื่อว่าชาดีหมีเช่นนี้เอย” ด.ต. บุญเรือง สีดาพิมพ์ หรือ ดาบบุญเรือง เกษตรกรผู้ปลูก “ต้นดีหมี” ในพื้นที่บ้านท่าดีหมี ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ที่ทำการเพาะปลูก “ต้นดีหมี” ภายในชุมชน เพื่อสานต่อภูมิปัญญาชาวบ้านจากบรรพบุรุษ ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้เรื่องสมุนไพรสู่ลูกหลาน เป็นรุ่นๆ และยังเป็นอัตลักษณ์ของบ้านท่าดีหมี ในอดีตมักจะนำราก ลำต้น เปลือก ใบ มาต้มดื่มเพื่อสุขภาพที่ดีภายในชุมชนนั่นเอง จุดเริ่มต้นของการปลูกนั้น เริ่มจากต้นดีหมีเกิดขึ้นจำนวนมากที่หมู่บ้าน จึงเป็นเหตุผลของความเป็นมาของชื่อของหมู่บ้านว่า “บ้านท่าดีหมี” หมายถึง หมู่บ้านที่มีต้นดีหมีอยู่ที่ท่าน้ำแม่น้ำโขงเชื่อมต่อแม่น้ำเหือง ติดกับแขวงไซยะบุรี สปป.ลาว จนกระทั่งในปี 2559 จึงทำให้มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนชาใบต้นดีหมี ต่อมาในปี 2561 ได้พัฒนาการแปรรูปใบจากต้นดีหมีเป็นชาสมุนไพร ชงในน้ำร้อน โดยบรรจุในซองเยื่อไม้เพื่อสะดวกในการบร
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการวิจัยการพัฒนาตลาดดิจิทัลเพื่อยกระดับสินค้าและบริการ จังหวัดเลย โดยมีกิจกรรมย่อย 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรม “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชาต้นดีหมีของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านท่าดีหมี” และ กิจกรรม “การยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมสีธรรมชาติจากใบต้นดีหมีสู่ตลาดสีเขียวยุคดิจิทัล” ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาดีหมี บ้านท่าดีหมี ตำบลปากตม อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย นำโดย รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมองของชาติ ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ผู้ตรวจสอบโครงการวิจัย ตามนโยบาย “การขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันในพื้นที่จังหวัดเลย” พร้อมด้วย นายธีรวัฒน์ บุญสม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม วช. และคณะ โดยโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก วช. รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ถือเป็นกลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่สำคัญประเทศ หากได้รับการสนับสนุนส่งเสริมและเสริมความรู้ เพิ่มขีดความสามารถ ภายใต้แนวทางการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้เป็นอาชี
