ต้นไม้
การปลูกต้นไม้ใหญ่ภายในบริเวณบ้าน ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือสร้างความร่มรื่นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้าน ประหยัดพลังงาน และสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม หลายคนยังลังเลที่จะปลูกต้นไม้ขนาดใหญ่ เพราะกังวลว่ารากจะชอนไชทำลายพื้นบ้าน กำแพง หรือระบบท่อใต้ดิน ความจริงแล้ว ต้นไม้ไม่ได้มีรากที่สร้างปัญหาเหมือนกันทุกชนิด หากเลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะกับพื้นที่ มีระยะปลูกที่เหมาะสม และดูแลอย่างถูกวิธี ก็สามารถมีทั้งร่มเงา ความสวยงาม และความปลอดภัยต่อโครงสร้างบ้านได้ นอกจากนี้ ต้นไม้หลายชนิดยังมีความหมายเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของคนไทย ช่วยเสริมความร่มเย็น ความเจริญ และความมั่นคงให้กับผู้อยู่อาศัย 🌿ต้นล่ำซำ ต้นล่ำซำ เป็นต้นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งที่หลายบ้านนิยมปลูก ทางฮวงจุ้ยถือว่าการปลูกต้นล่ำซำจะช่วยนำพาความเจริญรุ่งเรืองและความสำเร็จในหน้าที่การงานหรือธุรกิจต่างๆ มาให้แก่ผู้ปลูกและคนในบ้านด้วย ยังเป็นต้นไม้จัดสวนฟอร์มสวยที่นิยมปลูกในบริเวณบ้านเพื่อให้ร่มเงา อีกทั้งยังเป็นไม้ยืนต้นที่ใบไม่ค่อยร่วง ไม่ต้องคอยทำความสะอาดพื้นบ่อยๆ และลักษณะเป็นไม้เนื้อแข็ง ยืนต้นขนาดไม่
กระแสดังจากโลกโซเชียลมีเดีย คงหนีไม่พ้นกับกระแส การโพสต์ท่ากับต้นไม้ของเหล่าบรรดาดารา ส่งผลให้ราคาของต้นไม้ชนิดนั้นมีราคาที่สูงขึ้น และวงการต้นไม้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยกระแสดังกล่าว อาจารย์พิศาล ตันสิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตพืชและภูมิทัศน์ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.ธัญบุรี) มีเคล็ดลับในการเลือกและการดูแลต้นไม้ มาตกแต่งในสไตล์มินิมอล อาจารย์พิศาล บอกว่า สำหรับต้นไม้สไตล์มินิมอล คือการวางตกแต่งต้นไม้ภายในบ้าน โดยที่ต่างประเทศมีมานานแล้ว สำหรับประเทศไทย ด้วยพฤติกรรมช่วงโควิด-19 คนอยู่บ้าน มีการ Work From Home และถูกกระตุ้นด้วยกระแสโซเชียลมีเดีย คนไทยจึงนิยมนำต้นไม้มาตกแต่งภายในบ้าน ประกอบกับ ในงานเชิงวิจัยต้นไม้พวกนี้ ช่วยฟอกอากาศ เพิ่มโอโซนในบรรยากาศ ลดความแข็งของตัวอาคาร นอกจากนี้ ยังโดดเด่น ในเรื่องของรูปทรง ฟอร์มสวย ความเขียวทำให้ดูซอฟต์ เมื่อนำมาใส่กระถางจึงเหมือนการตกแต่งภายในบ้านไปในตัว โดยเมื่อก่อนราคาเพียงต้นละ 300 บาท เมื่อดารานำมาถือมาโพสต์ทำให้ราคาขึ้นเป็น 500-10,000 บาท สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและวงการต้นไม้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ต้น
หลายๆ ครั้งที่ผมฝันถึงการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ซึ่งผมคุ้นเคยเมื่อวัยเยาว์ ฝันถึงเพื่อนพ้อง ภูเขา ธารน้ำ หมู่ไม้และมวลดอกไม้ป่าที่คุ้นชิน วันคืนที่ผ่านล่วง ความรู้สึกโหยหาถึงอดีตที่ผ่านมา อาจเป็นเรื่องธรรมดาในช่วงปัจฉิมวัยของผู้คนบนโลกใบนี้ ที่ช่างจดจำเรื่องราวในอดีตได้แม่นยำนัก แต่มักจะลืมเลือนเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว มันเหมือนกับที่วันหนึ่ง เราไปค้นเจอแผ่นซีดีเก่าๆ สักแผ่นสองแผ่น ซึ่งบันทึกภาพสับเพเหระของเราในวันคืนดังว่าเอาไว้ เมื่อนำไปเปิดออกดู แต่ละภาพในแต่ละแผ่น ก็จะเหมือนกับการย้อนคืนกลับไปสู่หลายสิ่งหลายอย่างที่เคยประทับใจ ที่เราเคยมีความสุข สนุกสนานไปกับมัน เพียงแค่นึกถึงภาพที่เคยนอนเล่นอยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ในป่า ซึ่งเราเคยไปเที่ยวเล่น มองดูกลุ่มเฟินและกล้วยไม้อิงอาศัยหลากชนิด เกาะติดเติบโตอยู่บนคาคบ สูงต่ำไล่ระดับกันลงมา ระย้าย้อยของ ใบเฟินที่อ่อนไหวพลิกพลิ้ว คราสายลมแผ่วผ่าน สีสันและกลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้ป่า ช่างสวยงามดั่งภาพในความฝันที่ไม่เคยมีอยู่จริง วันเวลาในอดีตก็กลับมาเต้นเร่าอยู่ในหัวใจของเราแล้วล่ะครับ สิ่งเหล่านี้ สิ่งเหล่านั้น บัดนี้ล้วนถูกแปรเปลี่
จากกรณีชาวบ้านในชุมชนเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ร้องเรียนไปยังกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ว่า มีกลุ่มนายทุนอ้างเอกสารสิทธิที่ดินทำหนังสือขออนุญาตเข้าไปตัดไม้บนเขาภูนั่งยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยมะหาด-เขานั่งยอง หลังกรมป่าไม้มีการแก้ไขกฎหมายใหม่ ให้สามารถขออนุญาตตัดไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ได้ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวชาวบ้านได้ร่วมกันปลูกและดูแลรักษาต้นไม้มานานกว่า 20 ปี ซึ่งเบื้องต้นพบมีการตัดไม้ประดู่ขนาดใหญ่ ประมาณ 1 คนโอบ สูงเกือบ 5-6 เมตร ถูกตัดไปแล้ว 1 ต้น และยังมีการพ่นสีหมายเลขลงบนต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เตรียมเข้าไปตัดบนเขาอีกประมาณ 300-500 ต้น โดยพบว่า ที่ดินบริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นภูเขาอยู่ติดกับบริเวณที่ได้รับสัมปทานโรงโม่หินของบริษัทเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายอรรถพล เจริญชันษา ว่าที่อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ และดำเนินคดีสืบหาตัวผู้กระทำผิดแล้ว ทั้งนี้หนังสือที่กลุ่มนายทุนใช้อ้างกับชาวบ้านนั้น จากการที่ตนตรวจสอบพบว่า ไม่ใช่หนังสือขออนุญาตตัดไม้ในที่เอกสารสิทธิ แต่เป็นหนังส
แรกที่เดินเข้าไปในอาณาบริเวณบ้านหลังนั้น ก็สะดุดตากับตัวหนังสือบนหน้าจั่วเรือนหลังเล็ก เขียนไว้ว่า “ต้นไม้คือชัยชนะ” แม้ว่าชื่อเจ้าของบ้านฝ่ายชาย จะชื่อ ชัยชนะ ศรีภักดี แต่ประโยคที่เขียนไว้นั้น ไม่ได้มาจากชื่อ ทว่ามาจากแนวคิดของเขาที่เชื่อว่าการปลูกต้นไม้คือทางรอดของโลก ที่กำลังรุ่มร้อนอยู่ในเพลานี้ ถ้าจะพูดคำใหญ่ การปลูกต้นไม้นั่นคือการฟื้นฟูดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งมนุษย์มีส่วนสำคัญในการทำลาย กระทั่งมนุษย์นั่นเองที่กำลังเผชิญกับผลกระทบ ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เป็นบทลงทัณฑ์จากธรรมชาติ ชัยชนะ ศรีภักดี อดีตประธานสหกรณ์ ปัจจุบัน เป็นเกษตรกรเต็มตัว พำนักอยู่ที่ หมู่บ้านโพธิ์ศรี หมู่ที่ 12 อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ประสบการณ์ทำงานในสหกรณ์มายาวนาน ทำให้เขายืนยันอย่างมั่นใจว่า “ถ้าระบบสหกรณ์เข้มแข็ง จะต้านทุนนิยมได้” ดังนี้ เขาจึงอยากรณรงค์ให้เกิดระบบสหกรณ์อันเข้มแข็งในทุกพื้นที่ ก่อนที่จะหันเหมาสนใจการปลูกต้นไม้และทำธนาคารต้นไม้ เขาเคยผ่านการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาก่อน ไม่ต่างจากเกษตรกรทั่วไป “พืชเชิงเดี่ยวเลี้ยวกลับสู่วงจรหนี้สิน ที่ผ่านมาเกือบทุกชนิดแรกๆ ราคาดี แห่กันปลูก พอร
ชื่อวิทยาศาสตร์ Dillenia indica L. ชื่อวงศ์ Dilleniaceae ชื่ออื่นๆ ส้านป้าว กะปรุ ส้านท่า สัมปรุ มะส้าน แส้น แอปเปิ้ลมอญ หะเปร้า ปะฮะพร้าว (แกงมะตาดชาวเกาะเกร็ด) ฉันสะดุ้งทุกครั้งเมื่อใครเรียก มะตาด เพราะฉันเองไปนึกถึง “คัสตาร์ด” ที่มีคาราเมล หนืด นุ่ม อยู่บนก้อนเนื้อนิ่มๆ ไข่ไก่อิ่มนมสด ชื่อของฉันถูกนำไปสอบถามคนทั่วไปว่าเคยได้ยินชื่อหรือไม่ แหม! แต่ละคนตอบว่าไม่เคยได้ยิน มีเพียง 20 เปอร์เซ็นต์ ที่รู้จัก ยิ่งหนุ่มสาววัยรุ่นสมัยนี้แล้วเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่รู้จักเลยว่ามะตาดคืออะไร แต่พอถามซื้อคัสตาร์ด ทุกคนตอบว่าชอบกิน…. เรื่องของฉันกลายเป็นพรรณไม้ที่ต้องศึกษาวิจัยเพื่อการรณรงค์อนุรักษ์ไปแล้ว แต่ก็ถือเป็นเกียรติแก่ตัวฉันเองเป็นอย่างยิ่ง เพราะทั้งสถานศึกษาและสถานที่ต้องการปลูกไม้ประดับตกแต่งก็ใช้ฉันเป็นหนึ่งพรรณไม้นั้น เอ่ยถึงแต่ละสถานที่ก็ฟังแล้วเหมือนฉันถูกจัดอยู่ในพิพิธภัณฑ์กระนั้นเลย เช่นเล่ากันว่า ถ้าใครไปที่ “วิทยาลัยบ้านสมเด็จเจ้าพระยา” เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว จะพบฉันเป็นต้นไม้ใหญ่อยู่ข้างอาคารวิเศษศราวัฒน์ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว แม้แต่ชื่อ “วิทยาลัยครู” ก็กลายเป็นสถาบันราชภั
วันที่ 26 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดอุดมชัย บ้านเหล่าตามา ต.โนนแดง อ.บรบือ จ.มหาสารคาม นายยศ เหล่าอัน ประธานชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมหาสารคาม จัดพิธีปลูกป่าโดยใช้เถ้ากระดูกคนตายเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้ ในวันนี้มีญาติผู้วายชนม์จากหลายพื้นที่นำเถ้ากระดูกกระดูกมาร่วมทำพิธีจำนวนมากอาทิ จาก อ.บรบือ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม และงานนี้มีเถ้ากระดูกบุคคลสำคัญมาจาก จ.อุดรธานี เป็นเถ้ากระดูกของ พ.อ.สมคิด ศรีสังคม อดีตส.ส.อุดรธานี อดีตหัวหน้าพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย จากนั้นได้พากันขุดหลุมขนาด 3×30 ซม. ลึก 30 ซม. พร้อมนำปุ๋ยคอกผสมกับเถ้ากระดูกก่อนนำต้นไม้ลงพร้อมปักป้ายชื่อผู้เสียชีวิตไว้สำหรับพันธุ์ไม้ที่ปลูกเป็นไม้ยางนาและไม้พะยูง ที่ทางชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมหาสารคาม จัดเตรียมไว้ให้จากนั้นผู้ร่วมพิธีได้พากันไประกอบพิธีบังสุกุลอุทิศส่าวนกุศลให้เจ้าของเถ้ากระดูกบนศาลาการเปรียญวัดเป็นอันเสร็จพิธี นายยศ เหล่าอัน ประธานชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า โครงการนำเถ้ากระดูกคนตายคืนชีวิตให้ต้นไม้ ทำมาแล้วกว่า 15 ปี เนื
ดร.โมนิกา กากลีอาโน นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย ประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า “ต้นไม้” สิ่งมีชีวิตที่มนุษย์เข้าใจว่าไม่มีความรู้สึก กลับสามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของน้ำที่ไหลใต้ดินได้ จากการทดลองเพาะเมล็ดถั่วในขวดรูปทรงตัววายกลับหัว ส่วนปลายด้านหนึ่งจุ่มลงในภาชนะใส่น้ำ อีกข้างปักลงกระบะใส่ดิน พบว่าเมื่อเมล็ดถั่วแตกหน่อและราก ปรากฏว่ารากของต้นถั่วงอกยาวมาทางฝั่งที่ มีน้ำ เหมือนรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของน้ำที่ปลายขวดฝั่งนั้นจึงเลือกที่จะแผ่รากไปในทิศทางดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญระบุเชื่อมั่นว่าต้นไม้ใช้คลื่นเสียงในการตรวจจับและค้นหาแหล่งน้ำ แน่นอนว่าถ้าแหล่งน้ำอยู่ใกล้ๆ ต้นไม้อาจรับรู้การมีน้ำได้จากความชุ่มชื้นในดิน อย่างไรก็ตาม แม้ต้นไม้หลายชนิดสามารถแผ่ขยายรากไปหาแหล่งน้ำที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ข้อสันนิษฐานนี้ทำให้เข้าใจกระจ่างชัดขึ้นว่าทำไมต้นไม้และดอกไม้เล็กๆ ถึงชอบขึ้นตามท่อน้ำใต้ดิน ขณะที่การศึกษาก่อนหน้านี้ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยมิสซูรีในสหรัฐอเมริกา พบว่าต้นไม้ที่ไม่มีหู หรืออวัยวะในการรับเสียงแบบมนุษย์และสัตว์ แต่อาจได้ยินเสียงต่างๆ รอบตัวได้ด้วย ดังนั้นเมื่อต้
กรณีเหตุต้นไม้ขนาดใหญ่ บริเวณหน้าอาคารอัลม่าลิ้งค์ (แยกชิดลม) ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. ล้มทับสายสื่อสารและเหนี่ยวรั้งดึงเสาไฟฟ้าหักโค่นเสียหายทำให้เสาสายสื่อสารล้ม จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงทรัพย์สินของได้รับความเสียหายเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา วันที่ 14 พฤษภาคม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงกรณีการตรวจสอบป้ายขนาดใหญ่และการดูแลรักษาต้นไม้ในพื้นที่กทม. ว่า ทางสำนักการโยธาได้ให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของป้าย ในปัจจุบันมีป้ายขนาดใหญ่อยู่ 1,078 ป้าย ในปัจจุบันมีป้ายขนาดใหญ่อยู่ 1,078 ป้าย เนื่องจากขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูฝน ป้ายในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีจำนวนมาก อาทิ เขตจตุจักร ลาดกระบัง เป็นเขตที่มีป้ายอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมามีป้ายที่ล้มระหว่างที่เกิดลมพายุ เจ้าของป้ายต้องตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของป้ายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ.2558 รองผู้ว่ากทม.กล่าวว่า ส่วนเรื่องต้นไม้ที่ปลูกใ
