ถั่ว
ทุกวันนี้ ผู้คนจำนวนมากหลงเชื่อโฆษณา ซื้อวิตามินและอาหารเสริมบำรุงร่างกายกันอย่างเต็มที่เพื่อหลีกหนีโรคภัยนานาชนิด ความจริงแล้ว การกินอาหารไม่ถูกส่วน กินวิตามินมากเกินไป อาจทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ เช่น กินอาหารเสริมประเภทสารเบต้า-แคโรทีน มากเกินไป เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดได้ง่าย หากใครต้องการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงสมบูรณ์ ขอแนะนำให้กิน “แมคคาเดเมีย” ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งถั่ว” เป็นประจำ แมคคาเดเมีย มีรสชาติอร่อยสุดๆ แล้ว ยังเป็นถั่วที่อุดมไปด้วยวิตามินมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย หากกินเป็นประจำจะช่วยถนอมหัวใจเพราะแมคคาเดเมีย มีไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยลดคอเลสเตอรอล LDL ซึ่งเป็นไขมันตัวร้ายในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงจากอาการเส้นเลือดอุดตัน สาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจและหลอดเลือด มีผลงานวิจัยยืนยันว่า การบริโภคแมคคาเดเมีย ร่างกายจะได้รับกรดไขมันไม่อิ่นตัวสูงถึง 40% ช่วยลด น้ำหนักได้เหมือนอาหารไขมันต่ำ ลดไขมันโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ได้มากกว่า 5% ด้าน “น้ำมัน แมคคาเดเมีย” ก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพสูง เพราะช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานในร่างกายเพิ่มขึ้น ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี และลดคอเลสเตอรอล
รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นำทีมเยี่ยมชมโครงการ “เกษตรวิชญา” บ้านกองแหะ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมส่งเสริมการดำเนินการสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิก เมื่อเร็วๆ นี้ นายประยูร อินสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการ “เกษตรวิชญา” บ้านกองแหะ ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งดำเนินการในลักษณะคลินิกเกษตร เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและเทคโนโลยีการเกษตรจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในรูปแบบของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีชุมชน เป็นศูนย์ฝึกอบรม และวิจัยพัฒนาการเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ รวมทั้งเพื่อการฟื้นฟูและอนุรักษ์สภาพแวดล้อมให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งผลิตอาหารธรรมชาติ และมีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติแบบอย่างยั่งยืน นายประยูร กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยสำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้ส่งเสริมให้สหกรณ์การเกษตรบ้านกองแหะ จำกัด ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมในโครงการ 32 ราย ได้รับจัดสรรที่ทำกินจากโครงการรายละ 1 ไร่ โดยสหกรณ์ได้ส่งเสริมให้สมาชิกปลูกหอมหัวใหญ่ รอบการผลิตใช้เวลา 6 เดือน ผลผล
ถั่วลิสง เป็นผลผลิตทางการเกษตรประเภทหนึ่ง ที่ผู้คนนิยมบริโภคในหลายรูปแบบ เช่น ถั่วลิสงต้มสุก ถั่วลิสงคั่ว นำไปแปรรูปอาหารได้หลากหลายชนิด เป็นส่วนผสมของขนมคาวหวาน เช่น แกงฮังเล น้ำพริกคั่ว ถั่วลิสงต้มกระดูกหมู ไก่สามอย่าง เมี่ยงคำ ส้มตำไทย ส่วนผสมของน้ำจิ้มต่างๆ ถั่วลิสงชุบแป้งทอด สกัดเป็นน้ำมันถั่วลิสง ส่วนที่เหลือจากการสกัดน้ำมัน นำไปทำเป็นอาหารสัตว์ ฯลฯ ทั้งนี้ เพราะถั่วลิสงมีคุณค่าทางอาหารสูง เป็นแหล่งโปรตีนและพลังงาน มีโปรตีนเท่ากับถั่วแดง ถั่วดำ และถั่วเขียว นอกจากประโยชน์มากมายแล้ว ในทางตรงกันข้ามก็มีโทษเช่นกัน คือถั่วลิสงมักเกิดเชื้อราชนิดหนึ่งที่เรียกว่า อะฟลาท็อกซิน ซึ่งเป็นสารพิษร้ายแรงต่อสุขภาพ หากได้รับในปริมาณมาก อาจเป็นสาเหตุเกิดโรคมะเร็งที่ตับ หัวใจ สารพิษนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอนของการปลูก การเก็บเกี่ยว การตากแห้ง รวมถึงการเก็บรักษาก่อนถึงมือผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน เชื้อราชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว จะเริ่มปนเปื้อนในระยะการสร้างฝัก จังหวัดลำปาง มีพื้นที่ปลูกถั่วลิสงอยู่หลายอำเภอ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของจังหวัดก็ว่าได้ ส่วนใ
ถั่วลิสง เป็นพืชอาหารชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมบริโภคค่อนข้างมาก ทั้งใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารหวานคาวต่างๆ และผลิตภัณฑ์แปรรูป มีบางส่วนนำไปสกัดน้ำมันและกากใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ด้วย ปัจจุบัน การผลิตถั่วลิสงของไทยยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าจากจีน อินเดีย พม่า เวียดนาม รวมถึง สปป. ลาว แต่ละปีมีปริมาณกว่า 30,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า ประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ถั่วลิสง เป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงการปนเปื้อนอะฟลาทอกซิน ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภคได้ โดยเฉพาะถั่วลิสงที่มีการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวไม่ดี มีโอกาสที่จะเกิดเชื้อราและมีอะฟลาทอกซินปนเปื้อนสูง สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จึงเร่งจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง เมล็ดถั่วลิสง : ข้อกำหนดปริมาณอะฟลาทอกซิน (มกษ. 4702-2557) และประกาศใช้เป็นมาตรฐานบังคับของประเทศ ซึ่งจะเริ่มมีผลตั้งแต่ วันที่ 7 มกราคม 2560 เพื่อควบคุมคุณภาพเมล็ดถั่วลิสงนำเข้า และช่วยปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคของไทยด้วย นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช
นายวรกุล บุตรดาจักร หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดหนองบัวลำภู แจ้งเตือนเกษตรกรให้ระวังพืชกรตูลถั่วจะทบหนาว โดยถั่ว เป็นพืชที่ไม่ชอบอากาศหนาวเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเชียส ซึ่งจะทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต โดยเฉพาะถั่วเขียวจัดทำเป็นพืชที่ไม่ชอบอากาศเย็นอย่างมาก หากอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ในช่วงปลูกจะทำให้เมล็ดงอกช้า ต้นแคระแกรน แต่ถ้าถั่วเขียวกระทบอากาศหนาวเย็นในช่วงที่พืชโตแล้ว (อายุมากว่า 20 วัน ) ต่อเนื่องไม่เกิน 3 วัน ก็ยังสามารถเจริญเติบโตได้ตามปกติแต่ถ้ากระทบอากาศหนาวเย็นนานเป็นสัปดาห์ จะทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต และผลผลิตลดลงอย่างมาก กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดหมายอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยในภาคเหนือตอนบน พบว่าในช่วงเดือนธันวาคม และเดือนมกราคม จะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ดังนั้น คำแนะนำในการปลูกถั่วเขียว คือ ให้ปลูกถั่วเขียวในช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทบอากาศหนาวเย็นในช่วงเดือนธันวาคมและเดือนมกราคม ในขณะที่พืชยังเป็นต้นกล้า อย่างไรก็ตามในเดือนธันวาคมและมกราคม หากอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ยาวนานติดต่อกันเป็นสัป
