ถ่านไบโอชาร์
การชาร์จถ่านไบโอชาร์ (Biochar charging) ก่อนนำไปใช้ทางการเกษตร มีเป้าหมายหลักคือ ทำให้รูพรุนของไบโอชาร์มีน้ำ ธาตุอาหาร และจุลินทรีย์อยู่ก่อน เพื่อไม่ให้ไบโอชาร์ไปดึงสิ่งเหล่านี้จากดินในช่วงแรก ทำไมต้องชาร์จไบโอชาร์ 1. ป้องกันการดึงธาตุอาหารจากดิน 2. ไบโอชาร์มีรูพรุนและพื้นที่ผิวสูง จึงสามารถดูดจับ N, P, K และธาตุอาหารอื่นๆ 3. ถ้าใส่ไบโอชาร์ที่ยังไม่ได้ชาร์จลงดิน อาจเกิดการจับธาตุอาหารไว้ชั่วคราว ทำให้พืชได้รับธาตุอาหารช้าลงในระยะแรก 4. เพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำ 5. เมื่อน้ำเข้าไปอยู่ในรูพรุนก่อน ไบโอชาร์จะช่วยเก็บน้ำในบริเวณรากได้ดีขึ้น เหมาะกับดินทราย ดินลูกรัง และดินอินทรียวัตถุต่ำ 6. เติมธาตุอาหารเข้าไปในไบโอชาร์ สามารถใช้สิ่งเหล่านี้ชาร์จได้ เช่น ปุ๋ยหมัก น้ำหมักอินทรีย์ มูลไก่หมัก ปุ๋ยคอกที่ผ่านการหมัก ปุ๋ย N P K ในอัตราที่เหมาะสม 7. ช่วยให้จุลินทรีย์ตั้งถิ่นในรูพรุน รูพรุนของไบโอชาร์เป็นพื้นที่ที่จุลินทรีย์บางชนิดสามารถอาศัยและหลบหลีกการถูกรบกวนได้ เมื่อชาร์จร่วมกับปุ๋ยหมักหรือวัสดุอินทรีย์ จึงช่วยให้เกิดระบบ ไบโอชาร์–จุลินทรีย์–รากพืช ได้เร็วขึ้น 8. ลดผลกระทบจากความ
ในวันที่โลกกำลังเผชิญวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ทั้งภัยแล้ง อุณหภูมิสูง ดินเสื่อม และต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น การทำเกษตรจึงยากกว่าที่เคย โดยเฉพาะปัญหาราคาปุ๋ยและคุณภาพดินที่ถดถอยต่อเนื่อง จนเกษตรกรจำนวนมากต้องลงทุนเพิ่ม แต่ผลผลิตกลับไม่เพิ่มตาม “ไบโอชาร์” จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางรอดสำคัญของภาคเกษตรยุคใหม่ เพราะไม่ใช่เพียงถ่านธรรมดา แต่คือคาร์บอนจากชีวมวลพืชที่มีโครงสร้างรูพรุนสูง ช่วยฟื้นฟูดินถึงระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ลดการสูญเสียธาตุอาหาร และช่วยให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เติบโตได้มากขึ้น และสิ่งที่น่าสนใจคือ เกษตรกรสามารถผลิตไบโอชาร์ใช้เองได้จากเศษวัสดุในไร่นา ไม่ว่าจะเป็นฟางข้าว ใบอ้อย กิ่งไม้ ซังข้าวโพด หรือเศษพืชจากสวนผลไม้ เพราะพืชทุกชนิดล้วนมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบ เมื่อนำมาเผาภายใต้สภาวะออกซิเจนจำกัด ก็จะได้ไบโอชาร์ที่สามารถนำกลับไปฟื้นดินในแปลงของตัวเองได้อีกครั้ง คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม สระแก้ว ได้ให้มุมมองในเรื่องของไบโอชาร์ไว้ว่า แม้ไบโอชาร์จะไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ได้ทุกปัญหาในทั
ถ้านับกันแล้ว “หนองบัวลำภู” เป็นจังหวัดน้องใหม่ของภาคอีสาน เป็นดินแดนที่มั่งคั่งไปด้วยมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมซึ่งสั่งสมมาตั้งแต่อดีตและสืบทอดส่งต่ออย่างเข้มแข็งมาจนถึงปัจจุบัน ขณะเดียวกันผู้คนส่วนใหญ่ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก็ยังให้ความสำคัญกับวิถีเกษตรอินทรีย์ที่สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกอีกด้วย “วิสาหกิจชุมชนถ่านไบโอชาร์และเกษตรอินทรีย์ ตำบลป่าไม้งาม” แห่งอำเภอเมืองฯ จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการรวมกลุ่มเพื่อทำเกษตรอินทรีย์ ที่มีผลเชิงประจักษ์ให้เกิดการต่อยอดขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ได้ นางสะคร นาคศรี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนถ่านไบโอชาร์และเกษตรอินทรีย์ ตำบลป่าไม้งาม บอกเล่าเรื่องราวของกลุ่มฯ ไว้น่าฟังว่า ที่นี่ทำเกษตรอินทรีย์ เพราะทุกคนเชื่อว่าดีต่อทั้งต่อผู้ผลิต ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม ผลผลิตสำคัญคือการแปรรูปผลิตภัณฑ์ “ถ่านไบโอชาร์” หรือ “ถ่านชาร์โคลคาร์บอน” เป็นถ่านที่มีประสิทธิภาพสูง เมื่อนำไปใช้หุงต้ม ช่วยให้ประหยัดถ่าน ทั้งยังสามารถไปใช้ปรับปรุงบำรุงดินเพื่อการการเกษตรได้ด้วย “เรายังมีการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีก เช่น สบู่ ยาสีฟัน ครีมอาบน้ำ เกล
