ทรัพยากรธรรมชาติ
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดโครงการ “สื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ปี 2568” นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมผลสำเร็จการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี การพัฒนา“จากยอดเขา สู่ท้องทะเล” ที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาอาชีพของราษฎรอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงทะเล ปัจจุบันศูนย์ฯ ได้กลายเป็น “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” และแหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศที่สำคัญของประเทศ โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้การต้อนรับพร้อมกล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. กล่าวถึงการจัดโครงการครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จและองค์ความรู้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้แก่สื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ซึ่งสื่อมวลชนคือกำลังสำคัญในการถ่ายทอดพระราชปณิธานการพัฒนา สู่การรับรู้ของสังคมอย่างถูกต้องและกว้างขวางต่อไป นางกัญญารัตน์ สุนทรา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพร
“เราต้องการผลักดันให้คนในชุมชน เห็นคุณค่าของการอนุรักษ์ป่า ผ่านการทำโครงการที่ทำให้มีรายได้ จากการสร้างอาชีพ การท่องเที่ยว เพื่อเป็นตัวจุดประกายว่า ทำไมเราต้องอนุรักษ์ป่า ทำไปแล้วได้อะไร” เสียงสะท้อนจากชาวบ้านต.บางหญ้าแพรก จ.สมุทรสาคร “ชัชวาล ชาวสมุทร “อายุ 55 ปีหรือ น้าหนุ่ย อาชีพต่อเรือประมงจำลองขาย และมีส่วนร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนในพื้นที่ มาตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ปลูกต้นไม้ไม่ขึ้น จนถึงปัจจุบันที่มีป่าชายเลน ทั้งต้นแสมขาว ต้นแสมทะเล เขียวเต็มแนวชายฝั่ง น้าหนุ่ย หนึ่งในคณะกรรมการอนุรักษ์ป่าชายเลน ในโครงการ “ซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน” เป็นตัวแทนของชุมชนในพื้นที่ ที่ทำงานอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และภาครัฐ คือ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ซึ่งในระยะที่หนึ่งของโครงการ (ปี 2557 -2561) อนุรักษ์ป่าไปแล้ว 500 ไร่ และปลูกใหม่ 104 ไร่ และในระยะที่สอง(2562-2566) บริษัท ชุมชน และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะร่วมกันอนุรักษ์ป่า 14,000 ไร่ แ
SCG Experience ศูนย์รวมนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยและบริการพร้อมโซลูชั่น เปิดโอกาสให้คนรักษ์โลกที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เข้าร่วมโครงการ “Upcycling Design Contest” ใช้ความคิดสร้างสรรค์ออกแบบผลิตภัณฑ์ในโจทย์ “Upcycling Think from Waste” ตามแนวทาง SCG Circular Way ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากเศษวัสดุเหลือใช้ของ SCG เช่น วัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้าง เศษกระดาษ กล่องกระดาษลัง และท่อพลาสติกใช้แล้ว ฯลฯ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าและมีมูลค่าเพิ่ม เพื่อร่วมชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 80,000 บาท ทั้งนี้ Upcycling เป็นอีกหนึ่งวิธีการยืดอายุวัสดุให้เป็นขยะช้าลง ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการใส่ความคิดสร้างสรรค์ให้กับสิ่งของที่ไม่ใช้ประโยชน์แล้วให้เป็นวัสดุใหม่หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ แต่มุ่งใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น โคมไฟจากกล่องพัสดุเหลือใช้ ที่รองแก้วจากถุงพลาสติกใช้แล้ว หรือกระเป๋านามบัตรจากป้ายไวนิล ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดใบสมัคร
การสำรวจพื้นที่ป่า โดยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เมื่อปลายปี 2555 พบว่า พื้นที่ป่าประเทศไทย น่าจะเหลืออยู่ 171,586 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ร้อยละ 33 ของพื้นที่ที่ดินประเทศไทย เมื่อเทียบกับเนื้อที่ป่าเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา จะมีพื้นที่ป่าลดลงไปถึง ร้อยละ 50 ของที่เคยมี ป่า ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กับป่าที่อยู่ภายใต้การดูแลโดยองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยคณะรัฐมนตรี เมื่อปี 2490 ซึ่งมีภารกิจหลักด้านการทำไม้ ขณะเดียวกัน ก็รับงานแปรรูปไม้ของโรงเลื่อยจักร และงานเก็บหาของป่าบางชนิด ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ขณะนั้นมาดำเนินการด้วย อีกเหตุผลหนึ่ง ที่ อ.อ.ป. ได้รับการก่อตั้งขึ้น เพราะพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยที่มีผืนป่าอุดมสมบูรณ์มากที่สุด มีแหล่งไม้สักขนาดใหญ่ ถูกสัมปทานโดยชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด เพื่อให้การทำไม้ การค้าไม้ และการแปรรูปไม้ ได้รับการควบคุมและรักษาระดับราคาไม้ในตลาดไม่ให้ผันแปรและมีคุณภาพ โดยเฉพาะ “ไม้สัก” นอกจากนี้ การบริหารจัดการสวนป่าให้มีคุณภาพ คงความอุดมสมบูรณ์ของท
ภาควิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) กำหนดจัดการประชุมวิชาการทรัพยากรธรรมชาติ สารสนเทศภูมิศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม นเรศวร ครั้งที่ 2 ขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคมนี้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างนักวิชาการที่ครอบคลุมองค์ความรู้และยุทธศาสตร์ในด้านทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิศาสตร์ ภูมิสารสนเทศ และวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ทางด้านสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในด้านนิเวศวิทยาดิน น้ำ ป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ การเก็บกักและปลดปล่อยคาร์บอน การวิเคราะห์การตอบสนองทางชีวภาพต่อภาวะอากาศ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจัดการและฟื้นฟูมลภาวะทางอากาศทางดินและทางน้ำ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การจัดการขยะและของเสียอันตราย นอกจากนี้ เพื่อส่งเสริมพัฒนาคุณภาพของงานวิจัยทางด้านภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ และเผยแพร่ความรู้ความก้าวหน้าทางวิชาการด้านภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ขอบคุณข้อมูลจากข่าวสด
