ทำนาเปียกสลับแห้ง
เพราะว่า “ข้าว” คือปัจจัยหลัก และ “ชาวนา” คือกระดูกสันหลังของชาติ กรมการข้าวในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงตระหนักว่าการให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ผลิตข้าว จะมีส่วนช่วยในการสร้างผลผลิตเป็นจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น ลดการขาดทุน สร้างผลกำไร และทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผ่านการส่งมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวและการฝึกอบรม “โครงการสร้างการรับรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยีการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง สำหรับการขายคาร์บอนเครดิตในนาข้าว” ตามศูนย์ข้าวชุมชนต่างๆ นายร่ม วรรณประเสริฐ ประธานศูนย์ข้าวชุมชน ตำบลห้วยขมิ้น อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี หนึ่งในผู้ร่วมโครงการ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมากรมการข้าวมีโครงการสนับสนุนศูนย์ข้าวชุมชนห้วยขมิ้น ในการส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยสนับสนุนข้าว กข79 และ กข85 อย่างละ 1 ตัน มาขยายเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าวในชุมชน เริ่มต้นจากการเตรียมแปลงข้าวให้ดี ไถหน้าดินหลายครั้งจนมั่นใจว่าไม่มีข้าวอื่นปลอมปน จึงจะได้แปลงข้าวที่สมบูรณ์ในการทำนาหว่าน เมื่อถึงช่วงปลูกข้าว จะใช้การปลูกแบบ “เปียกสลับแห้ง” ตามที่ได้รับความรู้จากกรมการข้าว ซึ่งเป็นการบริหารจัดการการเข้าออกของน้ำในแปลงนา ให้มีทั้งช่
เมื่อพูดถึง “คาร์บอนเครดิต” อาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับหลายคน แต่ในความจริงแล้วมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาระดับนานาชาติ คาร์บอนเครดิตจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการลดโลกร้อน ทั้งนี้ “ก๊าซเรือนกระจก” นั้นไม่ได้มาจากภาคอุตสาหกรรม หรือขนส่งมวลชนเท่านั้น แต่ในกิจกรรมภาคการเกษตรอย่าง “การทำนาข้าว” ก็มีส่วนในการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเช่นกัน คุณพรพรรณ ยานะโส นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยข้าวพระนครศรีอยุธยา จะมาอธิบายให้ฟังว่า การทำนานั้นเกี่ยวกับโลกร้อนได้อย่างไร? และรู้หรือไม่ว่า แค่เปลี่ยนวิธีการทำนาก็ช่วยลดโลกร้อนได้ ทั้งยังสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการทำนาให้ดีขึ้นอีกด้วย “คาร์บอนเครดิต” คืออะไร? เกี่ยวข้องกับ “การทำนา” อย่างไร? คุณพรพรรณ อธิบายในทางหลักการว่า “คาร์บอนเครดิต” หมายถึง สิทธิที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคล-องค์กรสามารถลดหรือกักเก็บการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม โดยสิทธินี้สามารถวัดปริมาณและนำไปซื้อขายในตลาดคาร์บอนเครดิตได้ ซึ่งชนิด
