ทำปุ๋ยหมัก
ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ก่อนกระแสความนิยมการเสพสื่อผ่านออนไลน์จะครอบคลุมเป็นวงกว้างไปทุกวงการ คุณประมวน กองน้อย หนุ่มหน้ามนคนมหาสารคาม เป็นผู้หนึ่งที่มีภูมิลำเนามาจากครอบครัวเกษตรกรรม แต่เจ้าตัวไม่เคยจับงานเกษตรเป็นชิ้นเป็นอันจริงจัง เพราะมีความถนัดในงานเขียนและรักในสายอาชีพผู้สื่อข่าวมากกว่า หลายปีทีเดียวก่อนการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น คุณประมวนตัดสินใจบ่ายหน้ากลับบ้านเกิด เมื่อสื่อสิ่งพิมพ์ปิดตัวลง และตั้งใจทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการเปิดร้านสะดวกซื้อ ผ่านไป 1 ปี ความมั่นคงทางรายได้มีไม่มาก จึงหวนกลับไปทำงานสายอาชีพที่ถนัดอีกครั้งในตัวจังหวัดมหาสารคาม แต่เมื่อบวกลบรายได้และค่าใช้จ่ายแล้ว เงินเดือนที่ได้รับแทบไม่เหลืออะไร ท้ายที่สุด สิ่งที่คุณประมวนคิดได้คือ การกลับไปสู่รากฐานและตัวตนของบรรพบุรุษ เขาซื้อรถไถนาหวังรับจ้างและช่วยพ่อทำนาเท่าที่พอจะทำได้ ด้วยความเป็นคนไม่หยุดนิ่ง เมื่อมีเปิดรับสมัครสอบบุคคลเข้ารับการอบรมโครงการโคกหนองนาตามแนวทางพระราชดำริ หรือที่รู้จักกันในชื่อของ โคก หนอง นา โมเดล เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางและเผยแพร่กิจกรรมของ โคก หนอง นา โมเดล ในนามของนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ จ
สวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน เป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ ในช่วงที่ราคายางและปาล์มสูง เกษตรกรมีความสุข เดิมทีการกรีดยางในระยะแรก ใช้แรงงานครอบครัวกรีดยางกันเอง ต่อมามีแรงงานชาวอีสานหันมารับจ้างกรีดยาง โดยแบ่งสัดส่วนรายได้ ระหว่างเจ้าของสวนยางกับแรงงานอยู่ที่ 60 : 40 เป็นมาตรฐาน โดยเจ้าของสวนได้ 60% คนกรีดได้ 40% อาจมีแตกต่างกว่านั้นแล้วแต่ตกลงกัน เมื่อชาวอีสานเริ่มปลูกยางได้ ก็พากันกลับบ้าน คนงานต่างด้าวซึ่งเป็นชาวพม่าเข้ามาแทนที่ ในจังหวะที่ราคายางสูงลิบ ทั้งคนงานและเจ้าของสวนต่างมีความสุขดี เมื่อเจอภาวะยางราคาตก ชาวพม่าค่อยๆ หนีไปทำงานก่อสร้างในเมือง ทิ้งให้ชาวสวนยางกรีดกันเอง เมื่อเจ้าของสวนลงมือกรีดยางเอง จึงพบว่า ช่วงที่ราคายางแพงนั้น ลูกจ้างชาวพม่าเอายาเร่งน้ำยางทามีดกรีดเพื่อให้ได้น้ำยางเยอะๆ ต้นยางจึงโทรมเร็ว ไม่สามารถกรีดได้ครบ 25 ปี จึงเกิดวลีคำหนึ่งว่า “พม่ากรีด ไทยตัด” คือหลังพม่ากรีดยางแล้ว ไทยต้องโค่นยางทิ้งปลูกใหม่ เพราะต้นยางโทรมมาก คุณชาตรี แสงทอง เกษตรกรชาวสวนยาง อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 3 ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา โทรศัพท์ 086-497-7665 คุณชาต
