ทำไข่เค็ม
ประเทศไทยอยู่ในเขตเมืองร้อน ส่งผลให้อาหารสดเน่าเสียได้ง่าย โดยเฉพาะผลิตผลทางการเกษตร ที่มีอายุการเก็บไม่นาน ในบางช่วงฤดูการผลิตของเกษตรกร ที่มีผลผลิตออกมามากจนล้นตลาด เกษตรกรจึงต้องหาแนวทางในการแก้ปัญหา ทั้งยังเพิ่มมูลค่าของสินค้าจากการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร เมื่อช่วงต้นปี 2563 มีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ส่งผลต่อสภาวะเศรฐกิจเป็นอย่างมาก เกษตรกรในตำบลบางเป้า ได้รวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอาชีพเสริมในเวลาว่าง โดยเริ่มจากทำไข่เค็มดองน้ำเกลือ ต่อมากลุ่มได้พัฒนาและเรียนรู้จนกลายมาเป็นไข่เค็มพอกใบเตย จุดแตกต่างที่ทำให้ไม่หมือนกับไข่เค็มทั่วไป ด้วยเห็นว่าในชุมชนมีใบเตยจำนวนมากและไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร จึงได้ทดลองนำใบเตยผสมผสานในไข่เค็มจนกลายเป็น “ไข่เค็มพอกใบเตย” ไข่เค็มพอกใบเตย แค่ได้ฟังชื่อก็ต้องรู้สึกได้ถึงความสดชื่นที่มาจากของกลิ่นใบเตย หอมเย็นช่วยผ่อนคลาย ซึ่งปกติแล้วเราจะได้กลิ่นใบเตยจากของหวาน แต่เมื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในของคาว ด้วยรสชาติและกลิ่น สีของไข่แดงที่แดงฉ่ำและมีความมันกว่าไข่เค็มปกติ กลิ่นหอมใบเตยอ่อนๆ ที่ถูกแทรกซึมไปในเนื้อไข่เป็ด ในระยะเวลากว่า 15 วัน ความเค็มที่กำลังพอด
ไข่เค็ม อสม. ของฝากจากไชยา ไข่แดง มัน อร่อย เค็มพอดี ก่อนที่จะไปรู้จัก ไข่เค็มไชยา ของฝากคู่เมืองสุราษฎร์ ผู้เขียนจะขอเล่าถึงประวัติความเป็นมาของไข่เค็มให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกันสักนิด ไข่เค็มไชยา มีประวัติเรื่องเล่าต่อกันมาว่า เกิดจากการถนอมอาหารของคนจีน ชื่อว่า นายกิ่ง แซ่ปั๊ก เป็นช่างทำรางรถไฟ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในสมัยนั้นชาวบ้านเห็นนายกิ่งนำเอาไข่เป็ดมาถนอมอาหาร เขานำไข่เป็ดไปฝังที่ดินทะเลไว้ 15 วัน แล้วนำมาต้มกิน ชาวบ้านแถบอำเภอไชยาก็สังเกตเห็นว่าดินที่นายกิ่งใช้หมักไข่เป็ดเป็นดินทะเลเค็มและเป็นดินเหนียว จึงมีการดัดแปลงใช้ดินจอมปลวกแทนดินทะเล เพราะดินจอมปลวกมีลักษณะคล้ายดินทะเล ไม่มีเม็ดทราย และเหนียว เกาะไข่ได้ดี ต่อมาจึงมีการพัฒนาเชิงการค้า พัฒนาคุณภาพและรสชาติให้มีชื่อเสียงจนถึงทุกวันนี้ ป้าประสงค์ หีตอนันต์ ประธานกลุ่มไข่เค็ม อสม. อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 5 ตำบลเลม็ด อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เล่าว่า ไข่เค็ม อสม. เกิดขึ้นจากชาวบ้านที่นี่มีอาชีพเป็นชาวนาปลูกข้าวเป็นหลัก แต่ต้องประสบปัญหาหอยเชอรี่แพร่ระบาดอยู่เป็นประจำ ปราบเท่าไรก็ไม่หมดไป จนชาวบ้านทนไม่ไหวก็นำเรื่องไปปรึ
