ทุเรียนชุมพร
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่เยี่ยมชมสวนทุเรียน GAP โรงรวบรวมผลทุเรียนและโรงคัดบรรจุ ณ อ.หลังสวน จ.ชุมพรว่า ตามนโยบายของรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า) และรักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอรรถกร ศิริลัทธยากร) ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลคุณภาพผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และมีศักยภาพในการผลิตและส่งออกมากที่สุดในเวลานี้ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทุเรียนโดยประมาณ 1,054,868 ไร่ ปลูกมากในพื้นที่ จ.จันทบุรี ชุมพร ระยอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช และสามารถปลูกได้ในทุกภูมิภาคของประเทศ ในปี 2566 มีปริมาณการส่งออก 1,094,900 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่า 164,787 ล้านบาท ทั้งในรูปแบบทุเรียนผลสด ทุเรียนแช่แข็ง ทุเรียนกวน และทุเรียนอบแห้ง โดยประเทศที่ไทยส่งออกทุเรียนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง และมาเลเซีย ซึ่งคาดว่าการส่งออกของผลทุเรียนและผลิตภัณฑ์จะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการของตลาดต่างประเทศยั
ที่สวนน้าพงศ์พอเพียง เลขที่ 203 หมู่ 12 ต.ท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นายสุบรรณ รักษ์ทอง เกษตรจังหวัดชุมพร นายวีรวัฒน์ จีรวงศ์ นายกสมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดชุมพร และสื่อมวลชน ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อต้องการทราบสถานการณ์การผลิตทุเรียนคุณภาพของสวนดังกล่าว โดยมี นายสมพงศ์ เหมาะสม เจ้าของสวนให้การต้อนรับ นายสมพงศ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทุเรียนของจังหวัดชุมพรจริงๆ ยังไม่มีผลผลิตออกสู่ท้องตลาด ต้องรออีกประมาณ 60 วัน ทุเรียนของชุมพรจึงจะมีผลผลิตออกสู่ท้องตลาด ดังนั้น ทุเรียนที่วางขายอยู่ริมถนนใน จ.ชุมพร รวมทั้งที่มีการขายออนไลน์ในขณะนี้ทั้งหมดจึงเป็นทุเรียนที่ผู้ค้ารับมาจากจังหวัดอื่น เพราะทุเรียนชุมพรรุ่นแรกในสวนของตนจะมีรอบตัดในวันที่ 5-20 มิถุนายน ซึ่งออกดอกมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และใน 1 แปลงคงไม่สามารถตัดในรอบเดียวได้ ดังนั้น ขอยืนยันว่าทุเรียนที่กำลังวางขายในชุมพรขณะนี้ล้วนแต่เป็นทุเรียนที่รับมาจากจังหวัดอื่น นายวีรวัฒน์ กล่าวว่า สมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดชุมพรได้หารือกับจังหวัดชุมพรเรื่องคนคัดและคนตัดทุเรียนจะต้องเป็นผู้ที่มีฝีมือและเชื่อถือได้
ยามนี้ หมดช่วงฤดูทุเรียนของภาคตะวันออกและภาคอีสานแล้ว ขอพาท่านผู้อ่านไปชมและชิมทุเรียนรสอร่อยกันต่อที่จังหวัดชุมพร หนึ่งในทำเลทองของการปลูกทุเรียนของพื้นที่ภาคใต้ ทุเรียนชุมพรมักจะมีผลผลิตออกเข้าสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ทุเรียนชุมพรมีรสชาติโดดเด่นถูกใจผู้ซื้อคนไทยและต่างชาติ เพราะทุเรียนชุมพรมีเนื้อเหนียวละเอียดแห้ง หอมหวาน รสชาติมันกลมกล่อม สร้างรายได้เข้าจังหวัดชุมพรไม่ต่ำกว่าปีละ 6,000 ล้านบาท แหล่งปลูกทุเรียนชุมพร ทุเรียน เป็นไม้ผลที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าไม้ผลชนิดอื่นๆ เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและส่งออก สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรที่ปลูกทุเรียนอยู่แล้ว รวมทั้งเกษตรกรรายใหม่หันมาขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนมากขึ้น ประกอบกับ ผลกระทบจากวิกฤตราคายางพาราตกต่ำ จูงใจให้เกษตรกรบางส่วนตัดสินใจโค่นต้นยาง และหันมาปลูกทุเรียนแทน ส่งผลทำให้พื้นที่การปลูกทุเรียนของจังหวัดชุมพรขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี จังหวัดชุมพรจึงเป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ทุกวันนี้จังหวัดชุมพรมีเนื้อที่ปลูกทุเรียนมากเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดจันทบุรี ในปี 2560 จัง
ทุเรียน นับเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมบริโภคทั้งในไทยและต่างประเทศ ส่งผลให้ในปัจจุบันเกษตรกรหลายรายหันมาปลูกทุเรียนทดแทนพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชุมพร ซึ่งนับเป็นแหล่งผลิตทุเรียนคุณภาพแหล่งใหญ่ของประเทศ คุณพงษ์ศักดิ์ ผลมรุกต์ (คุณปาล์ม) เกษตรกรทำสวนทุเรียน นับเป็นอีกหนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่กล้าหันหลังให้กับชีวิตอันศิวิไลซ์ในเมืองกรุง กลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัวดูแลสวนทุเรียนหมอนทอง ภายใต้แนวคิด “ลดต้นทุนการผลิตทุเรียน” อาศัยการนำความรู้ในการทำเกษตรแบบเก่าเข้ามาผสมผสานกับองค์ความรู้สมัยใหม่ เพื่อเป้าหมายลดรายจ่ายทั้งในส่วนของปุ๋ยบำรุงต้น และยารักษาโรค ซึ่งนับเป็นรายจ่ายหลักที่ชาวสวนทุเรียนจะต้องพบเจอ คุณพงษ์ศักดิ์ บอกเล่าเรื่องราวของตนเองอย่างอารมณ์ดีว่า ก่อนที่จะมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำสวนทุเรียนอย่างเต็มตัวนั้น เดิมทีได้ทำงานอยู่ในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ตำแหน่ง IT Support เนื่องจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ในสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ภายหลังจากทำงานมาได้ระยะหนึ่งจึงเกิดความเบื่อหน่าย หมดความท้าทายกับการใช้ชีวิตในเมืองกรุง จึงได้ตัดสินใจลาออกกลับมาทำสว
ทุเรียน เป็นผลไม้เมืองร้อน ที่มีผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก สามารถปลูกได้ทั้งในภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปจนถึงภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรนับเป็นแหล่งผลิตทุเรียนคุณภาพส่งออก ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดชุมพรที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของทุเรียน จึงมักพบทุเรียนสายพันธุ์พื้นบ้านคุณสมบัติโดดเด่นอยู่บ่อยครั้ง คุณอภิสิทธิ์ อยู่สุข หนุ่มร่างสันทัด เป็นเกษตรกรปลูกทุเรียนพันธุ์เพชรชุมพร และเจ้าของไร่พอใจสไตล์ลุงแอ้ป จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี วิทยาเขตปทุมธานี (เกษตรปทุม) คณะเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ วิชาเอกสัตวศาสตร์ เล่าว่า “ก่อนที่จะมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมนั้น ได้ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ประมาณ 9 ปี ภายหลังถึงจุดอิ่มตัว ผนวกกับครอบครัวตนเองมีสวนทุเรียนอยู่ที่บ้านเกิดในจังหวัดชุมพร จำนวน 18 ไร่ มีทุเรียนประมาณ 200 ต้น จึงเริ่มหันเหให้กับการทำงานในเมือง แล้วมุ่งหน้าสู่วิถีเกษตรอย่างเต็มตัว” ที่นี่มีทุเรียนคุณสมบัติโดดเด่น นามว่า “เพชรชุมพร” โดยจุดเริ่มต้นของการค้นพบทุเรียนพันธุ์เพชรชุมพรมาจากบิดา (คุณทวีป อยู่สุข) เดิมทีประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกกาแฟ แต่ประสบปัญหาราคาผลผล
คอทุเรียนเฮต่อ เมืองชุมพรให้ผลผลิตเกือบ 1.3 แสนตัน ออกสู่ตลาดเยอะเดือนมิถุนายน-ตุลาคม สร้างรายได้เข้าจังหวัดกว่า 6,000 ล้านบาท ต่อปี ผู้ว่าฯ เข้ม งัดกฎหมายลงโทษคนค้าทุเรียนอ่อน หวั่งทำลายตลาดส่งออก ด้านเกษตรจังหวัดเร่งปั้นมาตรฐาน GAP ทุเรียน นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า จังหวัดชุมพรเป็นแหล่งผลิตทุเรียนที่สำคัญของประเทศ มีเนื้อที่ปลูกเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศ รองจากจังหวัดจันทบุรี ซึ่งข้อมูลปี 2560 จังหวัดชุมพรมีเนื้อที่ปลูกทุเรียน 164,099 ไร่ เนื้อที่เก็บเกี่ยว 114,572 ไร่ ประมาณการผลผลิตมีจำนวน 128,894 ตัน ผลผลิตออกสู่ตลาดกระจายตัวเกือบทั้งปี สร้างรายได้ให้แก่จังหวัดไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท ต่อปี และเกษตรกรปลูกทุเรียนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ประกอบกับช่วงระยะเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ทุเรียนในตลาดภายในและส่งออกมีราคาสูงมาก จึงเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนกันเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จังหวัดชุมพรมักประสบปัญหาเรื่องการตัดทุเรียนอ่อน เนื่องจากมีการออกดอกหลายรุ่นในต้นเดียวกัน เกษตรกรขาดความชำนาญในการตัด และราคาทุเรียนต้นฤดูกาลมักจะแพง เกษตรกรจึงรีบตัดทั้งที่ยังสุกไม่ไ
