ทุเรียนมูซังคิง
“มูซานคิง” (Musang King) หรือ “มูซังคิง” บางทีก็เรียก ทุเรียนเหมาซานหวาง หรือ เหมาซานหว่อง คือ ทุเรียนสายพันธุ์ดีของมาเลเซีย ที่คนรักทุเรียนต้องลองชิม เพราะมีรสอร่อยมาก เนื้อแห้งสีเหลืองเข้มไม่มีเส้นใย เม็ดลีบ มีกลิ่นหอม รสสัมผัสนุ่ม เหนียวเนียน รสชาติหวานมัน อร่อยครบเครื่อง ทำให้ทุเรียนมูซังคิงได้รับความนิยมบริโภคสูงสุดในประเทศมาเลเซีย จีน ไต้หวัน ฯลฯ อ.เบตง ยะลา ทำเลเป็นต่อ ปลูกมูซังคิง แหล่งแรกในไทย พื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน “มาเลเซีย” ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของทุเรียนมูซังคิง อำเภอเบตง มีสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเขา สภาพอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิต่ำ ใกล้เคียงกับสภาพภูมิประเทศของมาเลเซีย จึงเอื้อต่อการเจริญเติบโตของทุเรียนมูซังคิง กลายเป็นปลูกทุเรียนมูซังคิงแหล่งแรกในประเทศไทย คุณโอ หรือ นายศักดิ์ศรี สง่าราศรี เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ของอำเภอเบตง และเป็นเจ้าของ สวนศักดิ์ศรี ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นหนึ่งในเกษตรกรรุ่นแรกๆ ของอำเภอเบตงที่ปลูกทุเรียนมูซังคิง เดิมทีครอบครัวคุณโอทำสวนยางพารา และทำสวนส้มเ
สถานการณ์ไวรัส โควิด-19 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มีคนเป็นห่วงราคาทุเรียนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะต้นตอของโรคร้ายอยู่ที่จีน ซึ่งซื้อผลผลิตจากไทยเป็นหลัก ดังนั้น จึงพบข่าวปลอมอยู่เสมอว่า ราคาทุเรียนตกต่ำส่งจีนไม่ได้ แต่ข้อเท็จจริงแล้ว เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ราคาซื้อขายทุเรียนที่จันทบุรี เกรด เอ บี กิโลกรัมละ 140 บาท เข้าสู่เดือนเมษายนลดลงเหลือ 120 บาท เกรดซีและดีก็ลดหลั่นกันไป สรุปแล้วราคาทุเรียนปีนี้ในภาคตะวันออก สูงกว่าปีที่แล้วราว 20 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากช่วงนี้เป็นยุคทองของทุเรียน เกษตรกรจึงหันมาสนใจปลูกกันมาก คุณชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6 ให้ข้อมูลว่า ระยะ 4-5 ปีมานี้ เกษตรกรซื้อต้นทุเรียนไปปลูกไม่ต่ำกว่า 10 ล้านต้นทั่วประเทศ แต่รอดไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะปัจจัยไม่เหมาะสม กระแสความนิยมของทุเรียนพุ่งสูง แต่ปัจจัยหลักอย่างน้ำ กลับมีน้อยลง เพราะคนใช้กันเยอะ อนาคตเรื่องน้ำเป็นเรื่องใหญ่แน่ ปีไหนฝนดีก็รอดตัวไป แต่ปีไหนแล้ง จะเสียหายในวงกว้าง ทุเรียนมูซังคิง จากมาเลย์ สู่เมืองไทย พันธุ์ทุเรียนของไทย เบอร์ 1 ต้องยกให้ หมอนทอง เคยสัมภาษณ์ ดร. ทรงพล สมศรี น
ความหมายของชื่อภาษามลายู “ราชาแมวป่า” ถิ่นกำเนิด ประเทศมาเลเซีย สถาบันวิจัยและพัฒนาการเกษตร มาเลเซียได้พัฒนาปรับปรุงพันธุ์ เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน มีชื่อเรียกตามพื้นบ้านว่า “พันธุ์คุนยิต” หลังจากประกวดและได้รับความแพร่หลาย เป็นทุเรียนรสชาติดีนิยมจากผู้บริโภคในประเทศจีน จึงถูกขนานนามว่า ราชาแห่งทุเรียนมาเลเซีย “มูซังคิง” แต่อาจจะเรียกเพี้ยนเป็น เหมาซังคิง เหมาซานหว่อง เหมาซานหวัง หรือคนมาเลเซีย เรียกว่า ราจาคุนยิต (Raja Kunyit) มืชื่อวิทยาศาสตร์และลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนทุเรียนทั่วไป เป็นทุเรียนพันธุ์เบา ผลสวย ลักษณะเด่น มีเอกลักษณะประจำพันธุ์ คือบริเวณก้นผลจะเป็นรูปดาว 5 แฉก เปลือกบาง เมล็ดเล็กและลีบบาง เนื้อสีเหลืองเข้มละเอียดเนียน รสชาติหวานมันและหวานแหลม มีกลิ่นเฉพาะตัว รสชาติอร่อยมาก ออกดอกติดผลใช้เวลาปลูก 4 ปี การเก็บ นิยมปล่อยให้ผลทุเรียนสุกจัดจนหล่นจากต้นเอง ตลาดและความนิยม คนจีน และมาเลเซีย ราคาทุเรียนมูซังคิงในมาเลเซียไม่เคยตกและไม่เพียงพอต่อความต้องการของชาวจีนและมาเลเซีย พื้นที่เหมาะกับการปลูก ต้องเป็นเนินสูงและเขาชัน ประเทศไทย
“มูซังคิง” ทุเรียนแห่งอนาคต โดยมีราคาขายเฉลี่ย 450-750 บาทต่อกิโลกรัม เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวจีนกระเป๋าหนัก เนื่องจากรสชาติหวาน เม็ดลีบ นิยมกินเมื่อแก่จัด สุกมาก ก้นผลทุเรียนเป็นแฉกคล้ายปลาดาว คุณอนวัช สะเดาทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์เด้น คิงส์แพล้นท์ จำกัด เชี่ยวชาญการทำสวนทุเรียนสมัยใหม่ เผยว่า ปัจจุบันมีช็อปขาย มูซังคิงโดยเฉพาะมากมาย ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ราคาขายคิดเป็นเงินไทย 2000-4000 บาท/ กก. ทั้งนี้ คุณสัญชัย ปุรณะชัยคีรี อดีตนายกสมาคมผู้ค้าและผู้ส่งออกผลไม้ไทย ได้เคยเปิดเผยถึง ทุเรียนมูซังคิง มากับ ผู้สื่อข่าวของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ว่า ของมาเลเซียว่าเป็นทุเรียนพื้นบ้านของมาเลเซีย จัดอยู่ในทุเรียนพันธุ์เบา ปัจจุบันทุเรียนพันธุ์นี้ได้รับความนิยมอย่างมากในมาเลเซียเอง รวมถึงประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่สำหรับส่งออกทุเรียน แม้ว่าทุเรียนมูซังคิงจะเป็นทุเรียนที่ได้รับความนิยมของมาเลเซีย แต่ปัจจุบันมีปลูกในประเทศไทย โดยเฉพาะในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งผลผลิตที่ได้ส่งออกไปยังประเทศจีนเกือบทั้งหมด โดยจีนเป็นประเทศที่บริโภคทุเรียนที่นำเข้าจากประเทศไทย ประมาณ 80%
เป็นทุเรียนสายพันธุ์พื้นบ้านของประเทศมาเลเซีย ทุเรียนพันธุ์มูซังคิง แปลตามความหมายของชื่อคือ ราชาแมวป่า หรืออาจได้ยินเรียกทุเรียนพันธุ์นี้ว่า เหมาซานคิง ก็ไม่ผิด เพราะเป็นการออกเสียงของชาวจีนในมาเลเซีย ทุเรียนพันธุ์มูซังคิง มีชื่อเรียกตามพื้นบ้าน ว่า พันธุ์คุนยิต แต่ภายหลังเมื่อมีการประกวดทุเรียนภายในประเทศ พันธุ์คุนยิตได้รับเลือกเป็นทุเรียนพื้นบ้านที่มีรสชาติดีที่สุด และได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในประเทศจีน จึงได้รับขนานนามว่าราชาแห่งทุเรียนมาเลเซีย หรือ มูซังคิง และอาจมีเสียงเรียกเพี้ยนไปเป็น เหมาซังคิง หรืออีกชื่อที่เรียกกันเป็นที่เข้าใจของคนมาเลเซีย คือ ราจาคุนยิต (Raja Kunyit) แต่เมื่อเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวจีน ก็ออกเสียงตามสำเนียงจีนว่า เหมาซานหว่อง หรือ เหมาซานหวัง จัดว่าเป็นทุเรียนที่มีราคาสูงที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง และได้รับการตอบรับดีจากผู้บริโภคชาวจีนอย่างล้นหลาม ด้วยรสชาติหวาน มัน มีเมล็ดลีบ ขณะกินสุก 100% ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 2,000 บาท ในประเทศจีน น้ำหนักผล เฉลี่ย 2-2.5 กิโลกรัม ราคาจำหน่ายในประเทศมาเลเซีย ราว 100-120 ริงกิต หรือ 800-900 บาท ต่อกิโลกรัม ส่วนราคาจำหน่ายในปร
