ทุ่นยางพาราดักผักตบชวา
การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกหรือการชลประทาน นับว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาอาชีพของเกษตรกร ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ พื้นที่การเกษตรบริเวณใดมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกพืชได้ตลอดปี ย่อมมีฐานะความเป็นอยู่และรายได้ที่มั่นคงตามไปด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เล็งเห็นความสำคัญของอาชีพเกษตรกรรม จึงสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อให้เกิดการสร้างองค์ความรู้ด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริหารจัดการน้ำ ลดปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม เกิดการใช้ประโยชน์น้ำอย่างคุ้มค่าและได้ประสิทธิภาพสูงสุด นวัตกรรมเครื่องกำจัดวัชพืชลอยน้ำ สู่การใช้ประโยชน์ทางการเกษตรของชุมชน แม่น้ำสาขาเหนือเขื่อนภูมิพลมีผักตบชวาจำนวนมาก มีความลำบากในการกำจัด รวมถึงวัชพืชลอยน้ำ ผักตบชวา ไหลมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากบริเวณเหนือเขื่อนภูมิพลและโรงไฟฟ้าเขื่อนเจ้าพระยา ได้รับผลกระทบต่อกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับชุมชนรอบเขื่อน คุณนพวัฒน์ ฟักใส นักวิจัยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) จึงมีแนวคิดประดิษฐ์เรือเก็บผัก
กรมชลประทาน มุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้พัฒนา“ทุ่นยางพาราดักผักตบชวา” ใช้ยางแผ่นรมควันจากเกษตรกรเป็นวัสดุทำทุ่น กางแผนปี 2564 ปูพรม ติดตั้ง 10,149 ทุ่น ครอบคลุมคลองส่งน้ำและประตูระบายน้ำของสำนักงานชลประทานที่ 1-17 คาดช่วยแก้ปัญหาวัชพืชกีดขวางการไหลของน้ำในระบบชลประทานได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมต่อ ยอดวิจัยสาร “สวพ.62-RID No.1” ใช้กำจัดผักตบชวาตายโดยสิ้นเชิง ไม่ทำลายคุณภาพน้ำ ต้นทุนต่ำ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นายธนา สุวัฑฒน ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน โดยสำนักวิจัยและพัฒนา ได้มุ่งพัฒนานวัตกรรมเครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้พัฒนา “ทุ่นยางพาราดักผักตบชวา” (Para.-Log Boom) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นเอง โดยนำยางพารามาใช้เป็นวัสดุทำเป็นทุ่นดักผักตบชวา เพื่อสร้างเป็นต้นแบบแนวทางการใช้ยางแผ่นรมควันจากเกษตรกรให้มากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ และแก้ปัญหายางพาราล้นตลาด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำแ
