ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
เพื่อนฝูงที่ยังรวมกลุ่มกันทำแผนงานกินเปลี่ยนโลก (Food 4 Change) ชักชวนไปสังเกตการณ์การระดมความคิดร่วมกันของแกนนำผู้ปฏิบัติงานชุมชนตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มชาวบ้านที่นี่มีทั้งงานดูแลจัดการป่าชุมชน โครงการทางเลือกใหญ่ๆ อย่างแม่ทาออร์แกนิก ซึ่งผลิตผักสดปลอดสารส่งให้พื้นที่ภาคเหนือหลายจังหวัด เรียกว่ามีชื่อเสียงในด้านการอยู่ร่วมและใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างสร้างสรรค์ มีคณะบุคคลเข้าพื้นที่ศึกษาดูงานอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ดี สมาชิกรุ่นใหม่ๆ หลายคนก็ยังรู้สึกว่า ที่ผ่านมาเหมือนพวกเขายังทำไม่มากพอ และด้วยความเป็นคนใน อีกทั้งหลายคนยังเป็นคนหนุ่มสาว จึงมีความกังวลลึกๆ ว่า พวกเขาอาจยังมองปัญหาไม่เห็น จนกระทั่งละเลยความสำคัญบางจุดไป จึงได้ชักชวน “คนนอก” มาช่วยกันมองประเด็นให้เข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น การพูดคุยแบบกันเองที่ผมได้ร่วมฟังบางช่วงในเวลา 1 วันครึ่ง นับว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะน่าจะเป็นแง่คิดสำหรับชุมชนอื่นที่สนใจประเด็นนี้ไม่มากก็น้อย เลยอยากเอามาเล่าให้ฟังคร่าวๆ ครับ ผมคิดว่า สิ่งที่เพื่อนๆ ชาวแม่ทาอยากรู้ก็คือ กิจกรรมเกี่ยวกับอาหารที่พวกเขาทำอยู่ขณะนี้เมื่อมีคณะจากภายนอกเข้าพักในพ
สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ร่วมกับภาคประชาชน “บ้านปงไคร้” ปล่อยฟ้ามุ่ยคืนสู่ป่า เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ BEDO ร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเพาะเลี้ยงฟ้ามุ่ยบ้านปงไคร้ จัดทำโครงการธนาคารกล้วยไม้ระดับชุมชนบ้านปงไคร้ ภายใต้โครงการธนาคารความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน เพื่อการอนุรักษ์ใช้ประโยชน์กล้วยไม้ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน กิจกรรมการปล่อยฟ้ามุ่ยคืนสู่ป่า ณ บ้านปงไคร้ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ของผู้บริหาร ประชาชนและสื่อมวลชในครั้งนี้เพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 “ฟ้ามุ่ย” เป็นกล้วยไม้ที่อยู่ในบัญชี 1 ไซเตส บัญชีควบคุมทางการค้าระหว่างประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อควบคุมไม่ให้มีการนำต้นออกจากป่ามาจำหน่าย ต่อมาปี พ.ศ. 254
ผศ.ดร.ทัชชญา สังขะกูล หลักสูตรสาขาวิชาสถาปัตยกรรม อาจารย์เรืองรัมภา อินทรักษ์ หัวหน้าหลักสูตรสาขาวิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ดร.กาญจน์ เพียรเจริญ ประธานกรรมาธิการสถาปนิกทักษิณ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณอดิศร จงวัฒนไพบูลย์ รองประธานกรรมาธิการสถาปนิกทักษิณ ร่วมกับ คุณรินทร์ ไชยวงศ์ เลขานุการนายก องค์การบริหารส่วนตำบลคลองหอยโข่ง นายซอและ แซ่หล๊ะ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านเก่าร้าง นายครรชิต สุวรรณชาตรี รองประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านเก่าร้าง นายวิชิต นพรัตน์ ปฎิคม นายไล มืดภา กรรมการฝ่ายทะเบียน นายจเด็จ ยูหนู ผู้ช่วยฝ่ายปกครอง และตัวแทนชาวบ้าน ร่วมประชุมหารือแผนและแนวทางการจัดการ “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านเก่าร้าง” ณ ศาลาประชาคมบ้านเก่าร้าง หมู่ที่ 6 ตำบลคลองหอยโข่ง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา วัตถุประสงค์ในการจัดประชุมหารือในครั้งนี้ เพื่อหารือแนวทางในการพัฒนาศักยภาพพื้นที่สู่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การพัฒนาอย่างยั่งยืน และหนุนเสริมระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (BCG) แก่ชุมชนบ้านเก่าร้า
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานเปิดงาน “รักษ์ชุมพร เที่ยวชุมพร ณ จุดชมจันทร์ @ เนินทรายงาม” พร้อมมอบรางวัลการแข่งขันจักรยานและการปั้นประติมากรรมทราย ซึ่งเป็นความร่วมมือ ระหว่างกรมการท่องเที่ยว จังหวัดชุมพร และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชุมพร โดยมี นายทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว พร้อมด้วย นายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว เข้าร่วม ณ จุดชมจันทร์ แหล่งท่องเที่ยวเนินทรายงาม (Sand Dune) อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ทั้งนี้ เนินทรายงาม (Sand Dune) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัดชุมพร ตั้งอยู่ที่อำเภอปะทิว เป็นเนินทรายที่มีความยาวและมีความสูงที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่กว้างขวางถึง 2,000 ไร่ ความยาว 10 กิโลเมตร มีจุดสูงสุดยอดเนินทรายในบางจุดสูงถึง 30 เมตร จากระดับน้ำทะเล นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพันธ์พืชเฉพาะถิ่น ที่สามารถเจริญเติบโตได้ในระบบนิเวศป่าเนินทรายเท่านั้น เหมาะกับการเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านพันธ์ไม้ นอกจากนี้เนินทรายงาม (Sand Dune) ยัง
เมื่อไม่นานมานี้มีโอกาสลงไปที่ “ไร่ชุนโด” บ้านศรีวิไล ตำบลฝายกวาง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ สวนเกษตรอินทรีย์และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมแห่งหนึ่งของ อำเภอเชียงคำ เพื่อชมและชิมรสชาติของ “เสาวรสยักษ์” หรือ “สุคนธรส” ซึ่งถือว่าเป็นพืชที่หาดูยาก ปลูกยาก หากินยาก สารพัดคุณประโยชน์ทางยา ภายในไร่ชุนโด ถูกจัดเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านเกษตรอินทรีย์อย่างเป็นสัดส่วน มีการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และที่พิเศษสุดคือ การปลูกต้นสุคนธรส ซึ่งชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น เช่น ภาคกลางเรียก สุคนธรส ภาคกลางบางส่วนและภาคตะวันตกเรียก แตงกะลา มะแตงสา หรือแตงสา ภาคใต้เรียก มะละกอย่าน ส่วนภาคเหนือเรียก มักซูรด หรือกะทกรกยักษ์ ซึ่งได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เนื่องจากความที่เป็นพืชหายาก กลิ่นหอม รสชาติหวานนำเปรี้ยว ปลูกยาก และมีราคาแพง คุณประเสริฐ หาญพิศุทธิ์ อายุ 42 ปี เจ้าของไร่ชุนโด เผยว่า ตนเองได้นำเมล็ดพันธุ์ต้นสุคนธรส มาจากผู้เฒ่าในหมู่บ้านซึ่งเหลือแต่เมล็ดพันธุ์ ส่วนต้นที่เคยปลูกก็ไม่มีแล้ว ด้วยความที่ตนเองรักในการปลูกต้นไม้และชอบปลูกพืชหายาก จึงได้ทดลองปลูก เนื่องจากต้นสุคนธ
