ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชู “ระบบเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม”ในงานมหกรรมยางพารา ฯ EEC 2023 ขับเคลื่อนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่ EEC สร้างอาชีพและรายได้สู่ชุมชน ผศ.ดร.สถาพร แสงสุโพธิ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้ สมาคมวิชาการและถุงมือยาง และสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทยภายใต้การนำของ ดร.อุทัย สอนหลักทรัพย์ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมยางพาราและพืชเศรษฐกิจ EEC 2023 จ.ระยอง โดย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ยื่นหนังสือ “ระบบเกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม” แก่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในโอกาสที่เป็นประธานเปิดงานเพื่อผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากปัจจุบัน คนไทยจำนวนมากประสบปัญหาสุขภาพ เจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ( NCDs : Non-Communicable diseases) เช่น โรคเบาหวาน, ไขมัน, ความดัน และมะเร็ง อันเกิดจากฐานการผลิตสินค้าเกษตรที่ใช้สารเคมีมากเกินความจำเป็น ทำให้อาหารปนเปื้อนสารเคมี ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพตามมา มหาวิทยาลัยแม่โจ้จึงวางแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยใช้หลักการ “เกษตรสุขภาพรักษ์สิ่งแวดล้อม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรานันท์ ดำรงสกุล ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่ คณะศิลปศาสตร์ ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และได้เปิดรับนักศึกษารุ่นแรก และจัดการเรียนการสอนผ่านมาแล้วหนึ่งภาคการศึกษา ในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางด้านวัฒนธรรมศึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีรานันท์ ดำรงสกุล เชื่อมั่นว่าจะอำนวยการหลักสูตรให้สามารถบรรลุผลได้ตามวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผู้ประกอบการซึ่งถึงพร้อมด้วยองค์ความรู้อันบูรณาการสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่จะทำให้ผู้มาเยือนได้มีสุขภาพดี พร้อมดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยกันถ้วนหน้า จากกรณีศึกษาเรื่องการบูรณาการองค์ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมศึกษา เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับการท่องเที่ยวไทย ผ่าน “ชามตราไก่จากลำปาง” ซึ่งปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้เป็น “ผลิตภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” (Geological Indication – GI) ที่สร้างเม็ดเงินได้อย่างมหาศาลแก่จังหวัดลำปาง จากกา
เมื่อกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเป็นที่นิยมทั่วโลก นโยบายของภาครัฐได้สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) พื้นที่ภาคตะวันออก ชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด เป็นเป้าหมายที่ภาครัฐส่งเสริมพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 1-7 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราด ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จัดอบรม “หลักสูตรนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ หลักสูตร 60 ชั่วโมง” โดย อาจารย์สืบสกุล ขุนเทพ จากสถาบัน ขุนเทพ คลินิกแพทย์แผนไทยจังหวัดจันทบุรี เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและกระจายรายได้ให้เข้าถึงชุมชน โดยผู้เข้าอบรมทั้ง 30 คน สามารถให้บริการนวดฝ่าเท้าที่ถูกวิธี และนำงานวิจัยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมครีมสกัดจากสมุนไพรในท้องถิ่นมาใช้ในการนวด ซึ่งงานวิจัยผลิตภัณฑ์นี้เป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และภูมิปัญญาที่ผู้ประกอบการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้ งานวิจัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สร้างงาน สร้างรายได้ เข้าถึงชุมชน รศ.ดร. พรรณี สวน
กระบี่เดินหน้าพัฒนาเมืองต้นแบบธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ “น้ำพุร้อน” แบบครบวงจร กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเร่งศึกษาเมืองสปา เตรียมชงคณะรัฐมนตรีไฟเขียวพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำเมืองต้นแบบสู่เส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพน้ำพุร้อนแบบครบวงจรนำร่องในจังหวัดกระบี่ ว่า นโยบายรัฐบาลต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (medical hub) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่ออนาคตในลักษณะ New S -curve ในอุตสาหกรรมกลุ่มใหม่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมที่สามารถเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ สำหรับตลาดท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (medical tourism) มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจาก Global Wellness Institute พบว่าปี 2559 ธุรกิจ Medical and Wellness มีมูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท และจะเพิ่มขึ้นอีก 49% รวมทั้ง Wellness Tourism เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่จะขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวของไทยที่น่าจับตามอง ข้อได้เปรียบคือ มีทรัพยากรที่เหมาะสมกับเทรนด์ดังกล่าวหลายอย่าง นอกจากนั้น การท่องเที่ยวที่ให้การสัมผ
“โอฬาร” แนะตั้งเขตอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร-ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในอีอีซี เหตุ 3 เมืองมีผลไม้เยอะ ต่างชาติชอบ ด้าน สศอ.หารือ “สศช.-ซีพี” ร่วมปั้นเอ็มพีไอใหม่ พร้อมดึงข้อมูลพลังงาน-น้ำประกอบด้วย นายโอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการเสวนาเรื่อง “ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เพื่อก้าวเข้าสู่ประเทศไทย 4.0” จัดโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรม (สศอ.) ว่า นโยบายประเทศไทย 4.0 โดยมีโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นตัวเชื่อมโยงนั้น เป็นแนวทางที่ถูกต้องแล้ว เป็นการต่อยอดจากอีสเทิร์นซีบอร์ดซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของอุตสาหกรรมประเทศ และยังมีการกำหนด 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายประเทศ (เอสเคิร์ฟ) แต่อย่างไรก็ตาม พบว่ารัฐบาลอาจมุ่งเน้นอุตสาหกรรมหลัก และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากเกินไป อยากให้ทบทวนแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้เข้มข้นขึ้นกว่านี้ อาจประกาศเป็นเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเพิ่มจากปัจจุบันที่มีเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมจะเน้นพื้นที่ลงทุนอุตสาหกรรมเป็นหลัก “การที่ให้สนั
