ธนาคารออมสิน
“บ้านปูนา อ่องปูนา” ผลงานของ ทีม “ในน้ำมีปลา ในนามีปู” คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คว้ารางวัล ชนะเลิศ ประเภท “กินดี” Best of the Best ระดับประเทศ ในโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2567 ซึ่งจัดขึ้นโดยธนาคารออมสินที่เปิดเวทีในนักศึกษาได้เรียนรู้ บูรณาการพัฒนาร่วมกับชุมชน เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมแข่งขันทั่วประเทศกว่า 67 สถาบันการศึกษา ทั้งนี้ ได้เข้ารับโล่รางวัล พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ นนทบุรี ทีม “ในน้ำมีปลา ในนามีปู” เป็นนักศึกษาคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ ได้แก่ นางสาวไอยเรศ เสาร์คำ, นายสรวิชญ์ จันทร์แดง, นางสาวไอซามี พงษ์จิระสกุลชัย, นางสาวเกวลิน กรแก้ว นางสาวภัสสิรา สิงห์อูป โดยมี อาจารย์ ดร.นงพงา แสงเจริญ, ผศ.ดร.ดารชาต์ เทียมเมือง และ อาจารย์ ดร.วาธิณี อินทรพงษ์นุวัฒน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา “บ้านปูนา อ่องปูนา” เป็นการทำงานร่วมกับวิสาหกิจชุมชนศูนย์เรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูนาสันทราย ตำบลหนองแหย่ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยนำความรู้มาศึกษาปัญหาเดิมของก
อาจารย์สุภาพร ไชยรัตน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ไสใหญ่) เป็นประธานในพิธีเปิด การนำเสนอผลสัมฤทธิ์ “โครงการออมสิน ยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น ประจำปี 2565” รับเกียรติจาก คุณเสาวนีย์ พิมเสน การะกรณ์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเขตนครศรีธรรมราช 2 ธนาคารออมสินสาขาทุ่งสง หน่วยพัฒนาสังคมและชุมชน และผู้ประกอบการ ร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุมศรีสรรพวิทย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารออมสิน กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ในการพัฒนาชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่นเข้ากับวิทยาการสมัยใหม่ของสถาบันอุดมศึกษา โดยการนำนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาเข้าไปเรียนรู้และพัฒนาชุมชนควบคู่กับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของกลุ่มผู้บริโภค พัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชให้มีมาตรฐานเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับของกลุ่มนักท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ในการทำงาน และส่งเสริมศักยภาพของนักศึกษาให้สามาร
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ และ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำนวัตกรรมงานวิจัยมาใช้พัฒนายกระดับการผลิตหน่อกะลา ซึ่งเป็นพืชพื้นบ้านของเกาะเกร็ด ตั้งแต่การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การใช้เทคโนโลยียืดอายุวัตถุดิบ การใช้ประโยชน์จากของเหลือทิ้งทางการเกษตร และการจัดจำหน่าย เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจชุมชน กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหน่อกะลาในชุมชนเกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี หน่อกะลา หน่อกะลา เป็นพืชท้องถิ่นของเกาะเกร็ด ซึ่งเป็นชุมชนชาวมอญ เดิมสันนิษฐานว่า คนมอญที่อพยพมาจากพม่า ได้นำต้นหน่อกะลาติดตัวมาด้วย คนไทยเชื้อสายมอญส่วนใหญ่นิยมนำหน่อกะลามารับประทานในรูปแบบผักสด ต้มกะทิจิ้มน้ำพริก เนื่องจากหน่อกะลาเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยขับลม จากการสำรวจเชิงพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) สุวรรณภูมิ พบว่า หน่อกะลา เป็นพืชที่ขึ้นง่ายตามบริเวณริมน้ำ มีราคาต่อกิโลกรัมที่สูง ถือเป็นพืชอนุรักษ์ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพร
ธนาคารออมสิน ถือกำเนิดโดยพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2456 ธนาคารออมสิน มากกว่าการธนาคาร ธนาคารเพื่อสังคม คือหนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่สนับสนุนกิจกรรมและโครงการต่างๆ ของ ศูนย์ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ ด้วยดีตลอดมา เพื่อร่วมกันสืบสานการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข น้อมนำตามแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสาธารณประโยชน์ ภายใต้ร่มพระบารมี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ด้วยทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญ ทรงมีพระเมตตา พระราชทานโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เป็นต้นแบบแห่งการทำความดี ของหน่วยงาน ประชาชน ทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ แก่พสกนิกรชาวไทยทุกภาคส่วน ธนาคารออมสิน หนึ่งในสถาบันการเงินหลักของประเทศไทย ภายใต้การขับเคลื่อนแบบ “มากกว่าการธนาคาร ธนาคารเพื่อสังคม” บริหารงานโดย คุณช
ธนาคารออมสิน มากกว่าการธนาคาร ธนาคารเพื่อสังคม คือหนึ่งในพันธมิตรสำคัญที่สนับสนุนกิจกรรมและโครงการต่างๆ ของ ศูนย์ “หนึ่งใจ…ช่วยเหลือเกษตรกร” มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ฯ ด้วยดีตลอดมา เพื่อร่วมกันสืบสานการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข น้อมนำตามแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่ประชาชนชาวไทยได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และการดำเนินกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสาธารณประโยชน์ ภายใต้ร่มพระบารมี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ด้วยทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชาชนเป็นสำคัญ ทรงมีพระเมตตา พระราชทานโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” โดยทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หน่วยงาน ประชาชน ทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสา บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้แก่ พสกนิกรชาวไทยทุกภาคส่วน ธนาคารออมสิน หนึ่งในสถาบันการเงินหลักของประเทศไทย ภายใต้การขับเคลื่อนแบบ “มากกว่าการธนาคาร ธนาคารเพื่อสังคม” โดย คุณชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ธนาคารออมสินมุ่งให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเริ่มต้น (สตาร์ตอัพ) ที่มีนวัตกรรม ซึ่งจากที่ขณะนี้พอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีคงค้างของธนาคารอยู่ที่ราว 1 แสนล้านบาท สำหรับในปี 2561 ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อรวมเติบโต 4-6% หรือ 1-1.5 เท่าของ GDP คิดเป็นมูลค่าสินเชื่อเติบโตที่ 8 หมื่นล้านบาทถึง 1.2 แสนล้านบาท และตั้งเป้าขยายสินเชื่อเอสเอ็มอีเติบโต 40% หรือ 4 หมื่นล้านบาท “ปีนี้สินเชื่อเอสเอ็มอีน่าจะปล่อยได้ 2 หมื่นล้านบาท เติบโตในระดับใกล้เคียงกับตลาดที่ 6-7% แต่ปีหน้าเราได้รับนโยบายให้ปล่อยเอสเอ็มอีและเศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น โดยกลุ่มเอสเอ็มอีก็จะเน้นกลุ่มที่ต่ำกว่า 50 ล้านบาทที่มีนวัตกรรม เรียกว่าเอสเอ็มอีสตาร์ตอัพ ซึ่งเรามีโมเดลที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน เน้นชุมชนที่ทำโฮมสเตย์ แบบทำกันทั้งหมู่บ้าน ไม่ใช่บ้านหนึ่งทำเดี่ยว ๆ โดยจะสนับสนุนให้เกิดการสร้างมัคคุเทศก์ชุมชน ร้านขายของที่ระลึกในชุมชน” นายชาติชายกล่าว ทั้งนี้ เพื่อรองรับการขยายสินเชื่อเอสเอ็มอีดังก
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาทำโครงการสร้างอาชีพผู้มีรายได้น้อย และผู้สูงอายุ โดยจะปล่อยกู้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท คิดอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกับธนาคารประชาชน 0.75-1% ต่อเดือน เพราะเป็น กลุ่มมีความเสี่ยงมากกว่าปกติ แต่หากรัฐบาลกำหนดให้เป็นโครงการจากนโยบายรัฐ (พีเอสเอ) อาจจะลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงได้อีก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะกู้เงินต้องผ่านการฝึกอบรมตามที่ธนาคารกำหนด ขณะนี้ธนาคารมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย 20 แห่ง คาดว่าปีหน้าจะเพิ่มอีก 20 แห่ง รวมเป็น 40 แห่ง โดยมีแผนจัดอบรมตลอดทั้งปีใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัย ซึ่งธนาคารจะสนับสนุนค่าวิทยากร และค่าอาหารสำหรับผู้ร่วมอบรม คาดว่าจะสามารถอบรมได้ประมาณ 2-3 หมื่นคน ต่อปี ”ในการฝึกอบรมธนาคารไม่จำกัดเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐที่ธนาคารดูแลอยู่ 3 ล้านคน แต่จะเปิดกว้างสำหรับผู้สนใจทั่วไป โดยอาชีพที่อบรม ต้องดูตามความเหมาะสมของผู้เข้าร่วมอบรม และความเหมาะสมในแต่ละท้องถิ่น เช่น อบรมเรื่องอาหาร หัตถกรรม สอนภาษาจีนเพื่อต้อนรับทัวร์จีน” นายชาติชาย กล่าวนายชาติชาย กล่าว
แบงก์ออมสินเปิดตัวสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ เตรียมวงเงิน 1 หมื่นล้านยกระดับคุณภาพชีวิตวัยชรา อัดโปรโมชั่นแรงไม่คิดดอกเบี้ยนาน 2 ปี เริ่มปล่อยกู้ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่วนต่างจังหวัดให้บริการอำเภอเมืองก่อนขยายไปทั่วประเทศ พร้อมกำหนดคุณสมบัติชัด นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 มีมติเห็นชอบมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีเรื่องสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ (RM) ที่ธนาคารออมสินได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ดำเนินการรวมอยู่ด้วย ซึ่งกำหนดแนวคิดให้ผู้สูงอายุที่มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภาระหนี้และเป็นเจ้าของบ้าน มีรายได้ในการดำรงชีพ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และลดภาระทางการคลังของรัฐบาลในระยะยาว โดยธนาคารออมสินเตรียมวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ให้บริการสินเชื่อดังกล่าว ทั้งนี้ สินเชื่อดังกล่าวเหมาะกับการนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการครองชีพให้วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 10 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR-1% ต่อปี โดยผู้กู้ที่ได้รับการอนุมัติช่วงเปิดตัวนี้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 ธนาคารจะไม่ค
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่าได้ลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรรวม 7 แห่งประกอบด้วย ธนาคารออมสิน กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมอนามัย มูลนิธิเพื่อสถาบันอาหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และบริษัท ทีดับเบิลยู มอเตอร์กรุ๊ป จำกัด (ผู้ผลิตและจำหน่ายรถขายอาหารและเครื่องดื่มเคลื่อนที่) ในโครงการ Thailand Street Food by GSB เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้ ยกระดับผู้ค้าขายอาหารริมทาง และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย ให้ได้มีโอกาสสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งทางอาชีพ โดยได้เปิดตัวโครงการนี้่แห่งแรกที่ซอยอารีย์และจะจัดนำร่องให้ครบทุกภูมิภาคทั่วประเทศภายในปีนี้ นายชาติชาย กล่าวว่า ในแต่ละหน่วยงานที่ได้ลงนามร่วมกันนั้นจะมีหน้าที่แตกต่างกัน โดย กทม.จะเป็นผู้ดูแลพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิเพื่อสถาบันอาหาร จะร่วมกันดูแลคุณภาพอาหารทั้งด้านโภชนาการและรสชาติของอาหาร โดยจะมีการรับรองรสชาติความอร่อยจากรายการกินเที่ยวอะราวเดอะเวิลด์ จะมีป้ายสัญลักษณ์รับรอง ซึ่งจะมอบให้แก่เจ้าของร้านค้าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและ
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่าได้ลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรรวม 7 แห่งประกอบด้วย ธนาคารออมสิน กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรมอนามัย มูลนิธิเพื่อสถาบันอาหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และบริษัท ทีดับเบิลยู มอเตอร์กรุ๊ป จำกัด (ผู้ผลิตและจำหน่ายรถขายอาหารและเครื่องดื่มเคลื่อนที่) ในโครงการ Thailand Street Food by GSB เพื่อส่งเสริมการสร้างรายได้ ยกระดับผู้ค้าขายอาหารริมทาง และพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย ให้ได้มีโอกาสสร้างความมั่นคงและมั่งคั่งทางอาชีพ โดยได้เปิดตัวโครงการนี้่แห่งแรกที่ซอยอารีย์และจะจัดนำร่องให้ครบทุกภูมิภาคทั่วประเทศภายในปีนี้ นายชาติชาย กล่าวว่า ในแต่ละหน่วยงานที่ได้ลงนามร่วมกันนั้นจะมีหน้าที่แตกต่างกัน โดย กทม.จะเป็นผู้ดูแลพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิเพื่อสถาบันอาหาร จะร่วมกันดูแลคุณภาพอาหารทั้งด้านโภชนาการและรสชาติของอาหาร โดยจะมีการรับรองรสชาติความอร่อยจากรายการกินเที่ยวอะราวเดอะเวิลด์ จะมีป้ายสัญลักษณ์รับรอง ซึ่งจะมอบให้แก่เจ้าของร้านค้าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและ
