ธรรมชาติ
หลายๆ คน อาจจะประสบปัญหาปลวกที่แอบซ่อนอยู่ในบ้าน เฉพาะบ้านที่มีโครงสร้างไม้ หรือใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีไม้เป็นวัสดุหลักย่อมมีความเสี่ยงจากปลวกด้วยกันทั้งนั้น เนื่องจากปลวกตอบสนองได้ดีต่อความชื้น และขยายอาณาจักรด้วยการเลือกสถานที่ที่อบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นความอบอุ่นจากแสงไฟหรือแสงอาทิตย์ และปลวกยังเป็นแมลงที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เราจึงต้องหาวิธีกำจัดปลวกให้หมดไปจากบ้านทำด้วยตัวเองได้ง่ายๆ แต่ถ้าไม่อยากใช้สารเคมี วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านมีเคล็ดลับกำจัดปลวกแบบไม่ใช้สารเคมี อุปกรณ์หาได้ง่ายๆ และทำตามกันได้ ไปดูว่ามีวิธีไหนกันบ้าง ใบขี้เหล็ก ต้องบอกเลยว่าประสิทธิภาพการกำจัดปลวกของใบขี้เหล็กนั้นดีเยี่ยม เป็นวิธีกำจัดปลวกด้วยธรรมชาติ ที่สามารถกำจัดปลวกได้เป็นอย่างดี วิธีทำ : นำใบขี้เหล็กประมาณ 5 กรัม มาบดหรือปั่นเพื่อให้มีความละเอียด จากนั้นจึงผสมน้ำลงไป 20 ลิตร ก่อนจะบรรจุใส่ขวดสเปรย์เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยฉีดในจุดที่ปลวกขึ้น และฉีดซ้ำๆ ประมาณ 3-5 วัน ปลวกที่คอยรังควานบ้านก็จะค่อยๆ ลดหายไป น้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูเป็นวัตถุดิบสารพัดประโยชน์ เป็นของใช้ในบ้านที่มีประโยชน์มากจริงๆ นอกจากใช้ทำอาหาร
เสียงหัวเราะลั่นของเด็กๆ ยามวิดน้ำใส่กัน พวกเขาพยายามทรงตัวกลางสายน้ำเชี่ยว ทั้งๆ ที่ตื้นแค่เข่า แต่กระนั้นก็ยังยากจะทรงตัวเพราะความเชี่ยวของสายน้ำ ขณะที่เมฆฝนลอยผ่านไปอย่างช้าๆ เหนือขุนเขา เสียงน้ำครึกโครมแทรกผ่านหินผา ทุกอย่างคือความสุข คือสวนสนุกของเด็กๆ เพราะไม่มีสวนสนุกใดจะให้ความสุขได้อย่างละเมียดละไมแบบนี้ บางช่วงของต้นน้ำวังหีบคือลานสไลเดอร์ยาวร่วมยี่สิบเมตร เป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ในความทรงจำของผู้ใหญ่หลายคนเมื่อครั้งยังเยาว์และมันจะเป็นความสุขของคนรุ่นต่อๆ มา ตราบที่ป่าและสายน้ำยังคงเดิม ที่วังหีบ คนรุ่นแรกต้องแลกชีวิต เพื่อมีที่ทำกินและป่ายังสมบูรณ์อยู่อย่างนี้ นั่นคือ การคัดค้านเอกชนที่สัมปทานไม้ “เราไม่ให้ใครเข้ามาตัดไม้ ตายเป็นตายก็ต้องสู้กัน” ลุงนิด ผาสุข ชายวัยแปดสิบกว่าบอกเล่าด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ แกและเพื่อนๆ ผ่านเรื่องร้ายคราวนั้นมาได้ เพราะใจสู้ จนกระทั่งวันนี้ แกก็ยังต้องต่อสู้ แต่เป็นการต่อสู้กับรัฐที่ต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้สร้างเขื่อน เมื่อราว 60 ปีมาแล้ว นายนิดและครอบครัวได้เข้ามาหักร้างถางพงเพื่อทำมาหากินตามประสาคนชนบท ในวังหีบแห่งนี้ยังมีความดิบเถื่อนครบทุกประการ
กลิ่นปากเป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างมาก และเป็นปัญหาในการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน เป็นเรื่องที่ถ้าไม่สนิทกันจริง ก็ยากที่จะบอกกันได้ จึงทำให้ทุกวันนี้ น้ำยาบ้วนปาก ขายดีพอๆ กับยาสีฟัน ความเป็นจริงสมุนไพรของไทยหลายชนิด สามารถแก้ปัญหากลิ่นอันไม่พึงประสงค์ แต่ยังไม่เป็นที่นิยม ประกอบกับด้านวิทยาศาสตร์ มีการพัฒนาเจริญก้าวหน้ามากขึ้น สังเคราะห์และผลผลิตยาจากสารเคมี ในรูปที่ใช้ประโยชน์ได้ง่าย สะดวกสบายในการใช้มากกว่าสมุนไพร แต่ที่โรงเรียนบ้านค้างปินใจ จังหวัดแพร่ กลุ่มนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษา สวนกระแสในเรื่องนี้เพราะเห็นว่า สมุนไพรที่อยู่ในท้องถิ่น นำมาแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นปากได้อย่างสบาย จึงจัดทำโครงงาน น้ำยาบ้วนปาก สูตรสมุนไพรภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีครูผู้ช่วย ครูณชนก แปงอินเต๊ะ ให้คำปรึกษาโครงงาน เนื่องจากกลุ่มนักเรียนที่ทำโครงงานอาศัยอยู่ในท้องถิ่นชนบทที่มีพืชสมุนไพรธรรมชาติมากพอสมควร และได้รับความรู้จากการบอกเล่าผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน ถ่ายทอดเรื่องราวสมุนไพรที่อยู่รอบบ้าน เริ่มจากต้นข่อยที่มีอยู่ไปทั่วในหมู่บ้าน ใช้ประโยชน์ตั้งแต่รากถึงต้น และใบ เช่น การทำความสะอาดฟันจะใช้กิ่งข่อย ทุบให้นิ่มใช
คนเขาเรียกกันว่า “ผักกูด” หลายคนได้ยินชื่อคงอาจหลับตานึกเห็นภาพ รูปพรรณสัณฐานที่น่าอัปลักษณ์เป็นแน่ แท้ที่จริงแล้ว ต้นผักกูดเป็นพืชที่มีความงดงามตามธรรมชาติยิ่งนัก งามยิ่งกว่าพืชอื่นอีกหลายๆ อย่าง ในมิติมุมมองอย่างศิลปะ เชื่อว่าผักกูด มีความเป็นเลิศในเชิงศิลป์ ที่ธรรมชาติรังสรรค์มา หลายท่านคงอยากรู้จักผักกูดอย่างลึกซึ้งมากขึ้น โดยเฉพาะอยากรู้คุณสมบัติพิเศษของผักกูดนอกเหนือจากความงดงามแล้ว น้อยคนจะรู้ว่าเขาคือ พืชตัวชี้วัดระดับคุณภาพ ความบริสุทธิ์สะอาดของ ดิน น้ำ ลม ฟ้า สภาวะทางธรรมชาติ ที่ทำกินของชาวบ้านเรา ชาวบ้านที่ออกหาเก็บ “ผักกูด” ตามแหล่งธรรมชาติ เพื่อเอามาบริโภค หรือจำหน่ายเป็นรายได้ ผักกูดเป็นพืชที่เป็นที่นิยมกันมากอันดับต้นๆ คนเข้าป่าก็หาผักง่ายๆ เอามาประกอบอาหารกินกัน พืชพื้นบ้าน พืชตามป่าเขา ต้นพืชไหนที่พวกเขารู้ว่านำมากินได้ ก็จะได้รับคัดเลือกมาปรุงแต่งเป็นอาหารกิน เรียกพืชที่เอามากินว่า “ผัก” ก็คงมียกเว้นพืชป่าบางอย่าง เช่น ต้นอ่อนไผ่เรียก “หน่อไม้” ไม่เรียกว่าผักไผ่ ดอกกล้วยเรียก “หัวปลี” ความนิยมชมชอบขึ้นอยู่กับคนกิน ที่แน่นอนชัดเจนที่สุด คือความผูกพันที่ชาวบ้านมีกับพืชป
“ดินแดนป่าสอนลอน สะออนสาวบ้านแต้ งามแท้แลคิ้งไกล น้ำพรมไหลผ่าน สงกรานต์ภูกุ้มข้าว นมัสการพระเจ้าองค์ตื้อ ลือพระไกรสิงหนาท พระธาตุกุดจอก นามบ่งบอกคือเกษตรสมบูรณ์” จากข้อความข้างต้นได้บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นผืนป่า ผืนน้ำ ความเจริญทางวัฒนธรรมประเพณีที่เก่าแก่สืบทอดกันมายาวนานของชาวเกษตรสมบูรณ์ เกษตรสมบูรณ์ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดชัยภูมิในจำนวน 16 อำเภอ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดชัยภูมิ ตอนกลางของพื้นที่อำเภอ เป็นที่ราบลุ่ม สลับเนินมีลำน้ำสายสำคัญได้แก่ “ลำน้ำพรม” ไหลผ่าน ลำน้ำสายนี้ถือเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชาวชัยภูมิตอนบนเกือบทุกอำเภอ และเป็นลำน้ำสาขาของน้ำพอง พื้นที่เป็นดินเหนียวปนทราย เหมาะแก่การปลูกข้าว ตอนเหนือของพื้นที่อำเภอเป็นที่ราบสลับเนิน เหมาะแก่การปลูกพืชไร่และเลี้ยงสัตว์ ทิศใต้และทิศตะวันตก เป็นพื้นที่ป่าไม้และภูเขา มีภูเขาสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะด้านทิศตะวันตก มีเทือกเขาภูเขียวซึ่งเป็นพื้นที่ป่าไม้ที่เป็นแหล่งต้นน้ำขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ปัจจุบันได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ (International
