นวัตกรรมทางการแพทย์
เมื่อวันที่4 มกราคม 2566 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) “การพัฒนาวิจัยและนวัตกรรมด้านการแพทย์ การสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ” กับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข โดย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เพื่อพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม หวังยกระดับความเป็นเลิศทางวิชาการสาธารณสุขไทย พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขปัญหาตั้งแต่ระดับนโยบาย แผนงาน แนวทางการปฏิบัติ รวมทั้งการออกกฎหมาย และข้อบัญญัติตามพระราชบัญญัติสาธารณสุข ณ สโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธปาร์ค ถนนวิภาวดี กรุงเทพมหานครดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ลงนามความมือกับ กรมอนามัย ในครั้งนี้ เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่น พัฒนาโจทย์วิจัยและนวัตกรรมด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม และการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อมไปใช้ประโยชน์ รวมทั้งส่งเ
ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานพยาบาลหลายแห่งมีความต้องการใช้ก๊าซออกซิเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง เพื่อนำมาใช้รักษาผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลายแห่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณถังออกซิเจนที่โรงพยาบาลเตรียมไว้มีไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงมีความจำเป็นที่ต้องใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์ความดันบรรยากาศสูง ซึ่งส่วนใหญ่มีให้บริการเฉพาะในโรงพพยาบาลขนาดใหญ่เท่านั้น เพราะมีต้นทุนในการก่อสร้างและติดตั้งสูงมาก โรงพยาบาลขนาดกลาง ขนาดเล็กจึงไม่มีให้บริการ ทำให้ผู้ป่วยโควิดที่มีอาการวิกฤต และผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรักษาอาการด้วยออกซิเจนความดันบรรยากาศสูง เช่น ผู้ป่วยติดเชื้อเรื้อรังของเยื่อหุ้มกระดูก โลหิตจางเนื่องจากเสียเลือดเป็นจำนวนมาก โรคคาร์บอนมอนนอคไซด์เป็นพิษ / การสำลักควันไฟ ฯ ต้องมารอรับการรักษาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่เท่่านั้น สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จึงได้สนับสนุนทุนวิจัยโครงการ “การพัฒนาเครื่องผลิตแก๊สออกซิเ
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมสนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์เป็นตู้คัดกรอง 4 ตู้ และห้องแยกโรคความดันลบอีก 1 ห้อง เพื่อให้โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เตรียมความพร้อมสถานกักตัว เพื่อรับมือโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่กำลังระบาด นครราชสีมา – รศ.ดร.สาโรช รุจิรวรรธน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และผู้บริหารสถาบันฯ ให้การต้อนรับ พญ.เพิ่มศิริ เลอมานุวรรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และคณะ ในการนำเยี่ยมชมสถาบันฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 14 มกราคม 2565 พร้อมทั้งนำชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อใช้รับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) โอกาสนี้ทางสถาบันฯ จะให้การสนับสนุนตู้คัดกรองโรคความดันบวก-ความดันลบจำนวน 4 ตู้ และห้องแยกโรคความดันลบจำนวน 1 ห้อง พญ.เพิ่มศิริ เลอมานุวรรัตน์ กล่าวว่า “กำลังเตรียมรับมือการระบาดของสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน โดยมีแนวคิดการนำ Home Isolation, Community Isolation มาใช้ในกลุ่มผู้ป่วยที่สามารถดู
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบ “นวัตกรรมเตียงพลิกตะแคงระบบไฟฟ้าพร้อม Software อัตโนมัติ Smart Bed” ป้องกันแผลกดทับ นวัตกรรมทางการแพทย์ ฝีมือนักวิจัยไทย ให้แก่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์รับมือกับผู้ป่วยติดเตียง โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คำรณ พิทักษ์ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนลินี โกวิทวนาวงษ์ หัวหน้าโครงการวิจัย เป็นผู้ส่งมอบฯ และมีรองศาสตราจารย์ นายแพทย์วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ และนางชไมพร เจริญไกรกมล หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล เป็นผู้รับมอบฯ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า ตลอดจนสนับสนุนกลไกการพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาวิกฤติการณ์สำคัญของประเทศ ปัจจุบันและอนาคตของประเทศไทยกำลังก้าวส
บรรยากาศในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2564 (Thailand Research Expo 2021) เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา นิสิต นักศึกษา และประชาชนต่างทยอยเข้าชมผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายในระบบวิจัย มาจัดแสดงในงานที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายระบบวิจัยทั่วประเทศ โดยคัดเลือกผลงานวิจัยและนวัตกรรมกว่า 500 ผลงาน กว่า 100 หน่วยงาน มาจัดแสดง โดยหนึ่งผลงานวิจัยที่โชว์ในเวที “Research Expo Talk” ในวันนี้คือ นวัตกรรม “แท่นจับเลื่อยตัดกระดูกเพื่อความง่ายและแม่นยำ ของ ดร.ทศพร เฟื่องรอด นักวิจัยจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เล่าให้ฟังถึงแนวคิดว่า หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยของการปฏิบัติการทางคลินิกในห้องผ่าตัดกระดูก ข้อจำกัดและอุปสรรคในการใช้อุปกรณ์เลื่อยตัดกระดูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพทย์ศัลยกรรมกระดูกที่มีประสบการณ์ดังกล่าวหรือแพทย์ศัลยกรรมที่เพิ่งจบใหม่ ส่งผลให้การตัดกระดูดไม่เรียบ และมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดได้ในระหว่างการผ่าตัด ซึ่งอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ของการรักษาได้ นอ
