นักวิจัย
(ซินหัว) — คณะนักวิจัยของอิสราเอลเผยการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ที่สามารถตรวจจับความหิวของปลาได้ผ่านการวิเคราะห์เสียงที่ปลาส่งออกมาขณะกินอาหาร ซึ่งถือเป็นเครื่องมือใหม่สำหรับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ชาญฉลาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น ทีมวิจัยจากศูนย์การเพาะเลี้ยงในทะเลแห่งชาติ (NCM) ในเมืองเอลัตและสถาบันเทคโนโลยีของอิสราเอล ได้ฝึกฝนอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องจักรให้สามารถระบุเสียงเฉพาะที่ปลากะพงทะเลส่งออกมาเวลากัดกินอาหารเม็ด และกรองเสียงรบกวนจากฟาร์มปลาออกไป ทำให้ระบบนี้สามารถตรวจสอบกิจกรรมการกินอาหารของปลาได้แบบเรียลไทม์ และประเมินได้ว่าปลาหิว อิ่ม หรือเครียด นักวิจัยระบุว่าการควบคุมการให้อาหารมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ทว่าปัจจุบันฟาร์มปลาส่วนใหญ่มักอาศัยการประมาณการทั่วไปจากตารางน้ำหนักตัวและการให้อาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่การให้อาหารที่มากเกินไป นับเป็นการเพิ่มต้นทุนและก่อมลพิษทางน้ำ ส่วนการให้อาหารน้อยเกินไปก็อาจทำให้ปลาเครียด เจริญเติบโตช้าลง และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค แนวทางดังกล่าวจะได้รับการเผยแพร่ในวารสารคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ทางการเกษตร (Com
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ลงนามการให้ทุนพัฒนาเส้นทางอาชีพนักวิจัยและนวัตกรรม และการวิจัยเพื่อฐานทางวิชาการร่วมกับ 36 หน่วยงาน และภาคเอกชน 54 บริษัท ทุนพัฒนาเส้นทางอาชีพนักวิจัยและนวัตกรรม และการวิจัยเพื่อฐานทางวิชาการที่ลงนามนี้เป็นการสนับสนุนทุนพัฒนานักวิจัยรุ่นกลาง (เมธีวิจัย) ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ ทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) และทุนโครงการพัฒนานักวิจัยและงานวิจัยเพื่ออุตสาหกรรม (พวอ.) รวมทั้งสิ้น 422 โครงการ ร่วมกัน 36 หน่วยงาน และภาคเอกชน 54 บริษัท ทุนพัฒนาเส้นทางอาชีพนักวิจัยและนวัตกรรม และการวิจัยเพื่อฐานทางวิชาการ ที่ วช. ดำเนินการนี้ เป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาบุคลากรวิจัย เป็นทุนที่สร้างนักวิจัยและนวัตกรรมหลักของประเทศ โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มจำนวนและคุณภาพของบุคลากรวิจัยให้สร้างผลงานและนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ แก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม โดย วช. สนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาบุคลากร ตั้งแต่บัณฑิตศึกษา ปริญญาโท ปริญญาเอก นักวิจัยหลังปริญญาโทและปริญญา
นักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยีเเห่งประเทศไทย (วว.) ประชุมหารือแนวทางและขั้นตอนการพัฒนาเชิงลึกให้กับเกษตรกรในเขตพื้นที่จังหวัดชัยนาท เเละจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมส่งเสริมเกษตรกรไทยให้สามารถขอใบรับรองคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร ตามระบบมาตรฐาน GAP เเละนำผลผลิตที่มีคุณภาพต่อยอด สร้างรายได้ขยายฐานการส่งออกไปต่างประเทศ ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารถ่ายทอดเทคโนโลยี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์เเละเทคโนโลยีเเห่งประเทศไทย (วว.) จังหวัดปทุมธานี
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับจังหวัดอุตรดิตถ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์และเครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคเหนือ แถลงข่าว “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค ประจำปี 2563(Regional Research Expo 2020)” วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี ผศ.ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายสมเกียรติ พูลสุขเสริม รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ รศ.ดร.สุภาวิณีย์ สัตยาภรณ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ และ ผศ.ดร.สิริวดี พรหมน้อย รองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ร่วมแถลงข่าว การจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาคประจำปี 2563(Regional Research Expo 2020)” ครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 1 -2 มีนาคม 2563 ณ อาคารหอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ลำรางทุ่งกะโล่ จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นการขยายผลสำเร็จจากการจัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ (Thailand Res
นางสาวอนงค์วดี จีระบุตร กรรมการบริหารและประชาสัมพันธ์ สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ดร.พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุม กรรมการบริหารสมาคมนักวิจัยฯ ครั้งที่ 2/2563 ณ ห้องประชุม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มีระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญเกี่ยวกับการบริหารงานของสมาคมฯ นายกสมาคมนักวิจัยฯ แจ้งต่อที่ประชุมถึงความร่วมมือภาคีเครือข่ายกัญชาชง ที่จะจัดงานตักศิลาไทยเพื่อผู้ป่วย ณ วัดจอมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสมาคม และภาคีเครือข่ายกัญชาชง เพื่อใช้กัญชา กัญชง ในการรักษาโรค และผลักดันกฎหมาย ให้มี พ.ร.บ. ให้กัญชาและกัญชง เป็นพืชเศรษฐกิจ มีคุณประโยชน์ในการรักษาโรคให้กับผู้ป่วยได้ ทางอนุกรรมการ ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ ของสมาคมฯ ได้นำเสนอโครงการนักวิจัยน้อย หรือ Yong Research Ambassador เป็นการประกวดนักวิจัยน้อย (YRA) เพื่อเฟ้นหานักวิจัยผู้มีความรู้ ความสามารถ ผลิตผลงานวิจัยที่เป็นที่ยอมรับให้กับสมาคมนักวิจัย และช่วยเพิ่มจำนวนสมาชิกและขยายกลุ่มอายุสมาชิกของสมาคม พร้อมทั้งสร
นักวิจัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟผ.) ศึกษาวิจัยการใช้ยิปซัมสังเคราะห์เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นวัตถุพลอยได้จากกระบวนการผลิตไฟฟ้า ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง พบว่ายิปซัม เป็นวัสดุปรับปรุงดินชั้นเยี่ยม ช่วยให้พืชโตไว ได้ผลผลิตดี ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปฏิภาณ สุทธิกุลบุตร อาจารย์/นักวิจัย สาขาปฐพีศาสตร์ คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า “จากการศึกษาวิจัยและทดลองใช้ยิปซัมสังเคราะห์ในการปลูกอ้อย ข้าวโพด และถั่วลิสง มากว่า 4 ปี พบว่า ยิปซัมสังเคราะห์มีคุณสมบัติเป็นวัสดุปรับปรุงดินชั้นเยี่ยม ยิปซัมไม่ใช่ปุ๋ยแต่เป็นแคลเซียมซัลเฟต เป็นธาตุอาหารตัวหนึ่ง ที่ช่วยในการเจริญเติบโตของพืช มีกลไกพิเศษในการแยกตัวหลังจากการไถกลบไปในดินแล้วเมื่อละลายน้ำ แคลเซียมและกำมะถันจะแยกออกจากกัน ค่อยๆ เคลื่อนตัวลงไปกับน้ำใต้ดินสู่ดินชั้นล่าง ในระดับราก ทำให้รากของพืชสามารถเจริญเติบโตยาวได้เพิ่มขึ้น เมื่อรากยาวกว่าเดิม พืชจึงสามารถหาอาหารได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เพิ่มผลผลิตได้มาก และยังลดการใช้สารเคมีได้อีกด้วย นอกจากนั้น ได้มีการตรวจวิเคราะห์ธาตุอ
วช. นำคณะนักประดิษฐ์/นักวิจัยไทยเข้าร่วมงาน “The 71st International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products” (iENA 2019) ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) โดย ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำคณะนักประดิษฐ์/นักวิจัยไทยเข้าร่วมประกวดและนำเสนอผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมในงาน “The 71st International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products” (iENA 2019) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2562 งาน iENA 2019 ถือเป็นการประกวดสิ่งประดิษฐ์ระดับนานาชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของสหภาพยุโรป ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งมีนักวิจัยจากทั่วโลกนำผลงานเข้าประกวดและจัดแสดงกว่า 800 ผลงาน จากกว่า 30 ประเทศ ในปีนี้ วช.ได้นำนักวิจัย/นักประดิษฐ์มากกว่า 70 คน ในหลากหลายความเชี่ยวชาญ ร่วมนำเสนอผลงานภายในงาน iENA 2019 ในด้านต่างๆ ได้แก่ -Medical or veterinary science;Hygiene -Chemistry,metallurgy -Electricity -Performing operations,t
น.ส.ชลลดา บุราชรินทร์ และ น.ส.พัลลภา วุฒิภาพรกุล นักวิจัย ตัวแทนจากสถาบันผลิตผลเกษตรฯ KAPI พร้อมด้วย ดร.ศิรศักดิ์ เทพาคำ, นายอมร ประดับทอง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS) และ น.ส.ณัฐฐพัชร์ อั้นทรัพย์, นายวัชรพันธุ์ พิทักษ์ภากร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เข้าร่วมงานประชุมวิชาการ The 7th Forum on China-ASEAN Technology Transfer and Collaborative Innovation, CAEXPO 2019 ณ นครหนานหนิง มณฑลกว่างสี สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้รับความอนุเคราะห์จากอัครราชทูตที่ปรึกษา ฝ่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ในการเข้าร่วมประชุมวิชาการ ที่ผ่านมา
วช. เปิดบ้าน วช.5G : Change for the Future (ภาคเหนือ)ประกาศกรอบทุนวิจัยและนวัตกรรมพร้อมทุนพัฒนาบุคลากรการวิจัยของประเทศ เน้นประเด็นสำคัญของประเทศ ตามที่ รัฐบาลได้มีการปฏิรูประบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อเป็นกลไกการบูรณาการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศให้ตรงกับความต้องการและเป็นไปในในทิศทางเดียวกัน และได้จัดตั้ง “กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” ขึ้น โดย วช. ได้รับมอบหมายให้เป็น Funding Agency หลักของประเทศ ทำหน้าที่ในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมแก่หน่วยงานในระบบวิจัยและสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งได้แก่ นักวิจัย หน่วยงานและองค์การมหาชนทั้งภายในและภายนอกกระทรวงการอุดมศึกษาฯ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษา ครอบคลุมทั้งการวิจัยพื้นฐาน วิจัยประยุกต์ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ รวมทั้งสหสาขาวิชาการ ดังนั้น เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจแก่หน่วยงานในส่วนภูมิภาค วช. จึงได้จัดงาน OPEN HOUSE “เปิดบ้าน วช. 5G : Change for the future” (ภาคเหนือ) วันอังคารที่ 3 กันยายน 2562 ณ ห้องประชุมวังจันทน์ คอนเวนชั่น โรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัด
นักวิจัยและอาจารย์วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ดร. พทป.วัชระ ดำจุติ ศึกษาฤทธิ์การเหนี่ยวนำการนอนหลับจากสารสกัดยาหอมแก้ลมวิงเวียน พัฒนาในรูปแบบเม็ดฟู่ ทานง่าย สะดวก ได้รับปริมาณยาที่พอเหมาะ ช่วยการนอนหลับ ดร. พทป.วัชระ ดำจุติ นักวิจัย เล่าว่า ยาหอมแก้ลมวิงเวียนได้ถูกบรรจุในบัญชียาจากสมุนไพร ของบัญชียาหลักแห่งชาติ แต่ยังขาดงานวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ยาที่ชัดเจน บวกกับการทานยานอนหลับเป็นเวลานานๆ มีผลข้างเคียง ทำให้คนมีอาการเสพติดของยา จึงได้ทำการวิจัยและศึกษาฤทธิ์การเหนี่ยวนำการนอนหลับจากสารสกัดยาหอมแก้ลมวิงเวียน และการพัฒนายาหอมแก้ลมวิงเวียนชนิดเม็ดฟู่ขึ้นมา ซึ่งสูตรตำรับนี้ สรรพคุณช่วยในการนอนหลับ และคลายกังวล ปัจจุบัน พบว่าคนไทยมีภาวะอาการนอนไม่หลับเพิ่มมากขึ้นจากความเครียดหรือวิตกกังวล อาการของคนที่นอนไม่หลับมีหลายกลุ่ม เช่น บางคนหัวถึงหมอนแต่นอนไม่หลับ บางคนหัวถึงหมอนหลับ แต่คุณภาพในการหลับไม่ดี ซึ่งยาตัวนี้จะช่วยให้นอนเร็วขึ้นและนานขึ้น การศึกษาฤทธิ์การเหนี่ยวนำการนอนหลับจากสารสกัดยาหอมแก้ลมวิงเวียน ได้สกัดสารสกัดยาหอมแก้ลมวิงเวียนมาทำการทดลองก
