นาเกลือ
ปัจจุบัน มีการนำหุ่นยนต์และยานยนต์พลังงานไฟฟ้ามาใช้งานในชีวิตประจำวันของมนุษย์เพิ่มมากขึ้นในหลายด้านและหลายภาคส่วน ล่าสุด มีความพยายามในการนำเทคโนโลยีทั้ง 2 มาประยุกต์ใช้กับภาคการเกษตรโดยเฉพาะเกษตรกรชาวนาเกลือ โดย นายนรวิศว์ หนังสือ นักศึกษาปริญญาโท สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม หรือ ฟีโบ้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้คิดค้นและพัฒนา “หุ่นยนต์ปรับหน้าดินอัตโนมัติ 5G Zero Carbon สำหรับเกษตรกรชาวนาเกลือ” เพื่อช่วยชาวนาเกลือประหยัดแรงงาน ลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิง สามารถปรับหน้าดินในนาเกลือให้เรียบและแน่นขึ้น และยังช่วยลดมลภาวะรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมี รศ. ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ดร.ปราการเกียรติ ยังคง และ ผศ. ดร.ถวิดา มณีวรรณ์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ผลงานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนในส่วนของตัวรถที่เอาไว้ใช้ในการดัดแปลงจาก นายอาภรณ์ หนังสือ และได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) นายนรวิศว์ เจ้าของผลงานหุ่นยนต์ปรับหน้าดินอัตโนมัติ กล่าวว่า หุ่นยนต์ที่พัฒนาขึ้นนี้ เป็นรถหุ่นยนต์ไร้คนขับ เพื่อตอบโจทย์นวัตกรรมการปรับหน้าดินนาเกลือของคุณพ่อ โดยได้ดัดแปลงมาจากรถ
ปัจจุบันเกลือทะเลหรือเกลือสมุทรนับเป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญ สร้างรายได้ให้เกษตรกรนาเกลือได้ปีละไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ประเทศไทยทำนาเกลือเป็นอาชีพดั้งเดิมมีตั้งแต่โบราณ ปัจจุบันมีเกษตรกร 1,200 ครัวเรือน มีพื้นที่ทำนาเกลือทั้งหมดประมาณ 84,485 ไร่ โดยแบ่งแหล่งผลิตที่สำคัญ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีการผลิตมาก ประมาณร้อยละ 90.0 ของผลผลิตทั้งประเทศ อยู่ที่ 3 จังหวัดภาคกลาง คือ จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และกลุ่มที่มีการผลิตเล็กน้อย ประมาณร้อยละ 10.0 ของผลผลิตทั้งประเทศ อยู่ที่ 4 จังหวัดในภาคกลางและภาคใต้ คือ จังหวัดชลบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา และปัตตานี โดยในแต่ละปีจะมีผลผลิตเกลือทะเลทั่วประเทศประมาณเกือบ 1 ล้านตัน ดังนั้น เมื่อ 1 มีนาคม 2554 คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้เกลือทะเลเป็นสินค้าเกษตรกรรมขั้นต้น ทำให้การทำนาเกลือเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพเกษตรกรรม อาชีพการทำนาเกลือ ด้าน น.ส.เกตุแก้ว สำเภาทอง เกษตรกรนาเกลือทะเลบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันมีการนำเข้าเกลือจากประเทศอินเดียจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาเกลือทะเลที่เกษตรกรชาวนาเกลือผลิตภายในประเทศมีราคาตกต่ำอย่างหนัก
กรมส่งเสริมสหกรณ์หนุนเกษตรกรทำ “แปลงใหญ่นาเกลือ” ในพื้นที่นิคมสหกรณ์โคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร สืบเนื่องจากปัญหาราคาเกลือทะเลตกต่ำ กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้นำแนวทางส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร พร้อมร่วมมือกับหอการค้าจังหวัดในรูปแบบประชารัฐ “โครงการ 1 หอการค้า 1 สหกรณ์การเกษตร ”เพื่อสร้างเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกลือทะเลในรูปแบบเกลือสปา และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่โดยส่งเสริมเกษตรกรที่ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน รวมกลุ่มกันบริหารจัดการ ตั้งแต่ผลิตสินค้าจนถึงการตลาดโดยมีผู้จัดการแปลงใหญ่เป็นผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมในแปลงใหญ่บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร เพื่อให้เกิดการลดต้นทุน การผลิตเพิ่มผลผลิตพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรกรมีตลาดรับซื้อแน่นอนและเกิดสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานสินค้า อันจะนำไปสู่ความเข้มแข็งของเกษตรกร จนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด สหกรณ์กรุงเทพ จำกัด นับเป็นแกนนำหลักในการพัฒนา
สมัยก่อน หากใครเดินทางลงไปทางภาคใต้ ผ่านจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี จะเห็นพื้นที่นาเกลือดูกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา การทำนาเกลือทะเลแบบโบราณนิยมใช้เครื่องกังหันลมผันน้ำเข้านา ระยะหลังลมฟ้าอากาศไม่สม่ำเสมอ การใช้กังหันลมแบบเดิมไม่ได้ผลเท่าที่ควร จึงเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ช่วยสูบน้ำเข้านาเกลือแทน แม้เครื่องจักรประเภทลูกกลิ้ง-เครื่องยนต์ จะกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยทุ่นแรงในการผลิตเกลือทะเล แต่เกษตรกรนาเกลือส่วนใหญ่ยังคงอนุรักษ์กรรมวิธีการผลิตเกลือทะเลแบบโบราณไว้อย่างครบถ้วน โดยปล่อยน้ำทะเลใส่ในแปลงนา แล้วปล่อยให้น้ำระเหยจนกลายเป็นเม็ดเกลือในที่สุด การผลิตเกลือทะเล ขั้นตอนที่ 1 ของการทำนาเกลือ เริ่มจากปรับพื้นที่นาเกลือ ขูดขี้แดดนาเกลือ ซึ่งเป็นแผ่นตกสะเก็ดอยู่ที่พื้นผิวดินอันนาเกลือ ซึ่งพบมากในนาอันเชื้อ และนาอันตาก ต้องขูดขี้แดดนาเกลือ หรือ “ดินหนังหมา” ออกทิ้งให้หมด เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกลือเกิดน้อยและคุณภาพเม็ดเกลือสกปรก ขั้นตอนที่ 2 สูบน้ำเข้านาอันขังน้ำ หรือนาขังน้ำให้เต็ม ขั้นตอนที่ 3 ปล่อยน้ำจากนาอันตาก อันเชื้อ และอันปลง เพื่อให้ดินนิ่ม ใช้พลั่วแทงดินทำคันนา
พื้นที่ในตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตเกลือทะเลที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย ปัจจุบันเกษตรกรที่ยึดอาชีพการทำนาเกลือมีจำนวนลดลง กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเกษตรกรผู้ประกอบอาชีพทำนาเกลือ จึงได้นำแนวทางการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่เข้ามาดำเนินการสนับสนุนให้เกษตรกรชาวนาเกลือในพื้นที่นิคมสหกรณ์โคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร รวมกลุ่มกันบริหารจัดการนาเกลือแบบแปลงใหญ่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกร ช่วยลดต้นทุนการผลิต และพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกลือให้ได้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะทำให้สามารถส่งไปแข่งขันในตลาดได้กว้างมากยิ่งขึ้น และยังช่วยแก้ไขปัญหาราคาเกลือทะเลตกต่ำได้อีกทางหนึ่ง โดยได้เริ่มดำเนินการที่สหกรณ์กรุงเทพ จำกัด เป็นสหกรณ์นำร่องด้านการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่นาเกลือ สหกรณ์กรุงเทพ จำกัด มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ปี 2480 รัฐบาลสมัยนั้นได้จัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฎรที่ไม่มีที่ทำกิน แล้วมีนโยบายให้พื้นที่ที่ติดกับทะเลประกอบอาชีพการทำนาเกลือ ต่อมาใน ปี 2485 ก็เริ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์ขึ้นในรูปแบบของสหกรณ์ โดยตั้งชื่อสหกรณ์แห่งแรกว่า “สหกรณ
มูลนิธิสยามกัมมาจล ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ภาพเกลือสีขาวส่องประกายระยิบระยับกองเรียงราย คือภาพชินตาของคนในชุมชนตันหยงลุโละ อ.เมือง จ.ปัตตานี แต่เป็นภาพแปลกตาสำหรับคนต่างถิ่น ด้วยไม่คิดว่าจะมีนาเกลืออยู่บนแหลมมลายูแห่งนี้ เพราะต้องการอนุรักษ์อาชีพดั้งเดิมซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไว้กลุ่มเยาวชนบ้านตันหยงลุโละ ประกอบด้วย ฮาฟิส-อับดุลฮาฟิส แวอาลี, รอกิ-อับดุลอาซิส แม, มาโจ้-นีมูหัมหมัด นิเดร์หะ นักศึกษาสาขาเศรษฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ณา-สุรีณา เจสะมะแอ นักศึกษาสาขาพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ทักษิณ และเฮาะ-อิสเฮาะ เจะมามะ เยาวชนในพื้นที่ รวมตัวกันทำโครงการเกลือหวานตานี ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงพลังพลเมืองเยาวชนสงขลา ที่ดำเนินการโดยสงขลาฟอรั่ม สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเรียนรู้ให้เด็กเยาวชน และคนในชุมชนตระหนักและเห็นคุณค่าของการทำนาเกลือ จนเกิดการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำนาเกลือให้คงอยู่กับชุมชนต่อไป ในอดีตคนในชุมชนตันหยงลุโ
วันนี้ (11 ม.ค.) นายเชาว์ เฮงสกุล ประธานสหกรณ์การเกษตรนาเกลือ จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งทำนาเกลือ 120 ไร่ กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสงคราม ปัจจุบันมีพื้นที่ทำนาเกลือประมาณ 4,200 ไร่ แม้น้ำจะไม่ท่วมแต่ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องช่วงนี้ ก็ทำให้น้ำทะเลที่เกษตรกรชาวนาเกลือผันหรือสูบเข้ามาตากในนาเกลือตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม ซึ่งเกลือเริ่มจับเม็ดใกล้ที่จะรื้อเกลือ หรือเก็บผลิตเกลือเข้ายุ้งฉากได้แล้ว ต้องละลายไปกับน้ำจนหมดทำให้ชาวนาเกลือต้องขาดรายได้จุนเจือครอบครัวและได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า นายเชาว์ กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ทำให้ชาวนาเกลือได้รับความเดือดร้อนมาก เพราะเกลือที่ใกล้เก็บได้ต้องละลายสูญหายไปกับน้ำ ทำให้ต้องเริ่มผันน้ำทะเลเข้านาตากเกลือใหม่ทั้งหมด ทำให้เสียเวลาไปอีกประมาณ 1 เดือน และต้องสูญเสียรายได้ไม่น้อย เนื่องจากขณะนี้ราคาเกลือดีมาก อยู่ที่เกวียนละ 1,400 ถึง 1,500 บาท แต่ชาวนากลับไม่มีเกลือขาย เพราะเกลือละลายไปกับน้ำฝน นอกจากนี้ในช่วงหน้าฝนยังต้องยืดเวลาทำนาเกลือออกไปจากเดิม 30 วัน เป็น 45 วัน ทำให้มีรายได้ช้าลง ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังลูกจ้างทั้งกระบวนการ เช่น คนงานรื้อเกลือ,
