นาเกลือทะเล
เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 7 มีนาคม นางฉัตรพร ราษฏรดุษดี ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋สไตล์ลึกซึ้ง Art Of Salt ครั้งที่ 6 ตอน “ให้เขารู้ว่า… ก. เกลือมีดี ” ซึ่งอำเภอบ้านแหลม และองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว โดยการสนับสนุนของจังหวัดเพชรบุรี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี , OTOP จังหวัดเพชรบุรี , บริษัท กังหันทอง จำกัด , บริษัท น้ำดื่มตราสิงห์ , หจก.เตียมุ่ยกวง และบริษัท เบสท์ เอ็คเพิร์ท อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด กำหนดจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 18 มีนาคม 2561 เวลา 16.00 – 22.00 น.ณ บริเวณ กม.41 ตรงข้ามปั๊ม ปตท. บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี โดยมี นายศรีธรรม ราชแก้ว นายอำเภอบ้านแหลม นายอัครวิทย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี นายเอกชัย เดียเจริญ นายก อบต.บางแก้ว ร่วมแถลงข่าว นายอัครวิทย์ เปิดเผยว่า อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของ จ.เพชรบุรีที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ในพื้นที่ อ.บ้านแหลม มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจให้เที่ยวชมมากมาย อาทิ โครงการพระราชดำริแหลมผั
รมช. เกษตรฯ ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี พูดคุยกับชาวนาเกลือ เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ เล็งยกระดับคุณภาพเกลือไทยให้ได้มาตรฐานผ่านระบบสหกรณ์ สามารถสร้างตลาดทั้งภายในและนอกประเทศ หวังเพิ่มช่องทางตลาด พร้อมผลักดันเกลือไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชมกระบวนการผลิตเกลือทะเลของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี จำกัด พร้อมรับฟังปัญหาการทำอาชีพเกลือทะเล ที่ ตำบลบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ทั้งนี้ พบว่าจังหวัดเพชรบุรีมีพื้นที่ในการทำนาเกลือของเกษตรกรผู้ผลิตเกลือทะเล รวมทั้งสิ้น 32,000 ไร่ โดยเกษตรกรสมาชิกของสหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี จำกัด มีพื้นที่ทำนาเกลือ จำนวน 16,286 ไร่ คิดเป็น ร้อยละ 45.24 ของพื้นที่ทำนาเกลือทั้งหมดของจังหวัดเพชรบุรี นับตั้งแต่ปี 2536 เกษตรกรผู้ทำนาเกลือได้รวมกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตรชาวนาเกลือบ้านแหลม จำกัด ซึ่งเป็นสหกรณ์ประเภทการเกษตร มีสมาชิกแรกเริ่ม 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบ้านแหลม กลุ่มบางขุนไทร กลุ่มปากทะเล และกลุ่มบางแก้ว-พะเนิน สมาชิกแรกตั้ง 111 คน ทุนดำ
อุตสาหกรรมเกลือทะเลในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตใหญ่ของประเทศ เผชิญภาวะราคาผันผวนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 ราคาเกลือทะเลเคยตกต่ำไปอยู่ที่ 800 บาท/เกวียน แต่ปีนี้ราคาขยับขึ้นมาที่ 2-3 พันบาท/เกวียน ทั้งนี้ มีหลายปัจจัยที่ทำให้ราคาเกลือตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศร้อนที่ทำให้มีการตกผลึกเกลือเพิ่มขึ้นถึง 15% แต่ปริมาณการใช้เกลือกลับน้อยลง เนื่องจากอุตสาหกรรมหมักดองทั้งปลาและผักลดลง จึงมีการสต๊อกเกลือทะเลตั้งแต่ปี 2558-2559 อีกทั้งผู้ประกอบการหันไปใช้เกลือสินเธาว์มากขึ้น สถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไป และราคาเกลือตกต่ำ ทำให้เกษตรกรชาวนาเกลือทะเลต้องเร่งปรับตัวให้อยู่รอด ซึ่งขณะนี้มี 2 แนวทางคือ การแปรรูปเพิ่มมูลค่าเกลือ ด้วยการผลิตสินค้าใหม่ๆ จาก “ดอกเกลือ” เพื่อเจาะตลาดสปาและอาหาร รวมทั้งผนึกกำลัง 5 สหกรณ์การผลิตเกลือใน 3 จังหวัด ทำระบบเกษตรแปลงใหญ่ ภายใต้การสนับสนุนส่งเสริมจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับจุดเด่นของดอกเกลือ คือ เป็นเกลือชุดแรกที่ลอยตัวขึ้นมาเกาะตัวเป็นแพบนผิวน้ำ ไม่ใช่เกลือที่รอให้น้ำระเหยออกไปจนตกผลึก รสชาติดีไม่เค็มจัด
