การเลี้ยงแพะ เป็นหนึ่งในอาชีพสำคัญของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ส่วนใหญ่เลี้ยงแพะแบบปล่อยและกึ่งขังคอก โดยปลูกหญ้าเนเปียร์เป็นอาหารหยาบในการเลี้ยงแพะ เนื่องจาก จังหวัดนราธิวาสมีฝนตกชุกและมีสภาวะอากาศแปรปรวน เกิดภัยแล้งและน้ำท่วมเป็นระยะ จึงมักประสบปัญหาขาดแคลนอาหารสัตว์เพราะหญ้าธรรมชาติมีไม่เพียงพอในช่วงฝนตก น้ำท่วมหรือภัยแล้ง
ที่ผ่านมา เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะจึงต้องซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูปจากภายนอก ซึ่งค่าอาหารสัตว์ คิดเป็น 60-70% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ( ค่ายาและเวชภัณฑ์ 5-10% ค่าแรง 10-15% และค่าลงทุนอื่นๆ ) ทุกวันนี้ ค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์ผันผวน ควบคุมไม่ได้ ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

ผศ.ดร.ซารีนา สือแม คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ศึกษาพบว่า ในจังหวัดนราธิวาส มีการปลูกและบริโภคทุเรียนอย่างแพร่หลาย ทำให้มีของเหลือทางการเกษตรคือ เปลือกทุเรียนจำนวนมากตลอดฤดูการผลิต ซึ่งเปลือกทุเรียนเป็นขยะทางการเกษตรที่กำจัดยากและเกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม จึงเกิดแนวคิดนำเปลือกทุเรียนหมัก เป็นแหล่งอาหารทางเลือกใหม่ในการเลี้ยงแพะ ปรากฎว่า สามารถลดต้นทุนค่าอาหารได้มากกว่าเดิมถึง 4-5 เท่าตัว ทำให้เกษตรกรมีผลกำไรเพิ่มขึ้น สร้างอนาคตการเลี้ยงสัตว์อย่างยั่งยืน

นวัตกรรมการแปรรูป เปลือกทุเรียนหมัก ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก
ผศ.ดร.ซารีนา กล่าวว่า ขบวนการทำเปลือกทุเรียนหมัก เป็นเทคโนโลยีที่ง่าย เกษตรกรสามารถทำ เองได้ โดยขั้นตอนแรก เริ่มจาก 1. คัดเลือกเปลือกทุเรียนสด ที่ไม่เน่าเสีย ไม่มีเชื้อรา 2. นำเปลือกทุเรียนมาสับให้มีขนาดพอเหมาะ ประมาณ 2-3เซนติเมตร 3. เตรียมส่วนผสมหมักด้วยจุลินทรีย์ร่วมกับแหล่งคาร์โบไฮเดรต ควบคุมเวลาและสภาพแวดล้อม 4. นำเปลือกทุเรียนที่สับแล้วไปผสมกับวัตถุดิบหมัก ได้แก่ กากน้ำตาล เกลือ ยูเรีย น้ำ และน้ำตาลทรายแดง 5. นำเปลือกทุเรียนหมักก่อนนำไปบรรจุในถังหรือกระสอบ ปิดให้สนิท 21 วัน 6. เปิดถังหรือกระสอบเพื่อประเมินคุณภาพ ทางโภชนาการ ค่า Ph กลิ่น สี และการยอมรับของสัตว์ 7. หากตรวจสอบแล้วพบว่า เปลือกทุเรียนหมักมีกลิ่นหอม ไม่เน่าเสีย ก็สามารถนำไปใช้เป็นอาหารแพะได้

ผลการทดลอง
โดยทั่วไป เปลือกทุเรียนสดจะมีเยื่อใยสูง ช่วยกระตุ้นการเคี้ยวและการย่อย เปลือกทุเรียนมีลักษณะคล้ายหญ้า ถือเป็นแหล่งอาหารหยาบที่มีศักยภาพแล้ว ยังมีระดับโปรตีนรวม 4.64% และพลังงานสูงประมาณ 5003.86 Kcal/kg เมื่อไปผ่านขบวนการหมัก ยิ่งเพิ่มความน่ากิน ทำให้ย่อยง่ายขึ้น เพิ่มโปรตีนและพลังงาน ลดสารต้านโภชนะ ที่สำคัญเก็บรักษาได้นาน ถึง 1 ปี
หลังจากทดลองใช้เปลือกทุเรียนหมัก ทดแทนอาหารแพะบางส่วน พบว่า ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนอาหารได้ 45% ขณะเดียวกันนวัตกรรมนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแพะเนื้อให้มีสุขภาพดี โตไว ได้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันโปรตีนในเนื้อแพะยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ทำให้ เนื้อแพะมีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด


“ เปลือกทุเรียนหมัก นุ่มและมีกลิ่นหอม วัวและแพะชอบกิน ที่สำคัญช่วยให้สัตว์มีสุขภาพแข็งแรง ขยายพันธุ์ได้ตามปกติ ช่วยประหยัดค่าอาหารได้อย่างมหาศาล ” เสียงสะท้อนจากเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะที่หันมาใช้เปลือกทุเรียนหมักเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์


นวัตกรรมนี้ ถือว่า ใช้ต้นทุนต่ำ และปลอดภัย ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ทำให้เกษตรกรมีผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยเปลี่ยน “เปลือกทุเรียน ” ของเหลือทิ้งจากล้ง สวนทุเรียน และโรงงานแปรรูปทุเรียน ให้เกิดประโยชน์ ในรูปแบบอาหารสัตว์เพิ่มคุณค่า ใช้เลี้ยงวัว และเลี้ยงแพะได้ ควบคู่กับการลดต้นทุนแล้ว ยังสามารถต่อยอดสู่รูปแบบธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ชุมชนได้อีก

นวัตกรรมนี้มีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจและเป็นระบบการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ลดการใช้สารเคมี ลดมลพิษและของเสีย ตอบโจทย์โมเดลเศรษฐกิจ BCG สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)เล็งเห็นว่า งานวิจัยนี้ไม่เพียงช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมในจังหวัดนราธิวาส จึงจัดงบสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เผยแพร่นวัตกรรมดังกล่าวไปยังแหล่งเลี้ยงแพะในพื้นที่ต่างๆ ในจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาปศุสัตว์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดขยะทางการเกษตรในพื้นที่ไปพร้อมๆ กัน


