นำเข้าหมูสหรัฐ
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกระแสการต่อต้านการนำเข้าเนื้อหมูและชิ้นส่วนจากสหรัฐ ว่า ที่ผ่านมาไทยยังไม่ได้เจรจากับทางการสหรัฐ อนุญาตให้นำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐ ซึ่งจากกระแสข่าวที่ระบุว่า ผู้นำไทยและสหรัฐ ตกลงกันในเรื่องดังกล่าวเรียบร้อยแล้วนั้น ไม่เป็นความจริง แม้ว่าไทยและสหรัฐต่างก็เป็นสมาชิกของโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ หรือ CODEX และการที่ทางสหรัฐควบคุมการใช้สารเร่งเนื้อแดงให้ได้ตามมาตรฐาน CODEX แต่ไทยก็ยังจะต้องศึกษาข้อดี-ข้อเสียที่ชัดเจนก่อน ทำให้ไม่สามารถตกลงอนุญาตให้นำเข้ามาได้เลยทันที โดยนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับผิดชอบดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานที่มาจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู เพื่อมาร่วมกันศึกษาในเรื่องดังกล่าวเป็นการเร่งด่วนแล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ แม้ไทยจะต้องปฏิบัติตามพันธกรณี แต่ก็มีระเบียบที่ระบุไว้ว่า จะต้องไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมในประเทศหรือเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู หรือต่อผู้บริโภคจากการเปิดเสรี ดังนั้นการพิจารณาในรายละเอียดต่างๆ อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร จึงไม่อยากให้หลายฝ่ายตื่นตระหนกในเรื่องนี้มาก
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใดของไทย กล้าออกมายืนยันอย่างชัดเจนและเป็นทางการว่า การพบกันของผู้นำไทยกับสหรัฐเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีการหยิบยกเรื่องนำเข้าหมูขึ้นมาพูดคุยบนโต๊ะเจรจาหรือไม่ เพื่อลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ แสดงความเป็นห่วงและคัดค้านการนำเข้าว่า ชิ้นส่วนหมูนำเข้า เป็นส่วนที่คนสหรัฐไม่กิน ทั้งหัว เครื่องใน และมีสารเร่งเนื้อแดงด้วย จะส่งผลต่ออาชีพและการค้าหมูในไทยทั้งอุตสาหกรรมที่มีมูลค่า 2 แสนล้านบาท กระทบทั้งห่วงโซ่การเลี้ยงหมู เช่น พืชไร่ อาหารสัตว์ ซึ่งอาจเสียหายทั้งห่วงโซ่รวมถึง 1 ล้านล้านบาท ขณะที่การผลิตหมูในประเทศเพียงพอกับการบริโภคอยู่แล้วโดยไม่ต้องนำเข้า ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ออกมาให้ข้อมูลว่า ไทยเป็นสมาชิกขององค์การอาหารและเกษตรสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งมีคณะกรรมาธิการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (CODEX) อยู่ภายใต้องค์การดังกล่าว มีมติเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 กำหนดค่าปริมาณสารเร่งเนื้อแดงในหมูตกค้างที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้ประเทศผู้ส่งออกผลักดันให้ไทยเร่งยกเลิกการห้ามนำเข้าเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์ที่ม
เปิดต้นตอนำเข้าหมูสหรัฐ มติโคเด็กซ์ตั้งแต่ปี 2555 กำหนดสารเร่งเนื้อแดงไม่เกินมาตรฐาน ทำให้มะกันกดดันไทยนำเข้าหมู ‘ฉัตรชัย’ ชงถามพาณิชย์ในครม.เรื่องเจรจากับสหรัฐ ค้านนำเข้าหวั่นกระทบผู้เลี้ยงหมู นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยกรณีกระแสข่าวไทยถูกกดดันจากประเทศผู้ส่งออก ประเด็นนำเข้าเนื้อสุกรที่มีสารเร่งเนื้อแดงนั้น กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศขอชี้แจงว่า สืบเนื่องจากคระกรรมาธิการ CODEX (โคเด็กซ์) หรือ Codex Alimentarius Commission หน่วยงานขององค์การอาหารและเกษตรสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) มีสมาชิก 187 ประเทศ รวมทั้งไทย ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานอาหารที่ปลอดภัยต่อการบริโภค โดย โคเด็กซ์ มีมติเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 กำหนดค่าปริมาณสารเร่งเนื้อแดงในสุกรตกค้างที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภตในเนื้อสุกร 4 ชนิด คือ กล้ามเนื้อ ไขมัน ตับ และไต ทำให้ประเทศผู้ส่งออก เช่น สหรัฐอเมริกา และแคนาดา ผลักดันให้ไทยเร่งดำเนินการยกเลิกการห้ามนำเข้าเนื้อสุกร และผลิตภัณฑ์ที่มีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างและให้เปิดให้มีการนำเข้าได้ในระดับที่ไม่เกินมาตรฐานที่โคเด็ก
