นโยบายตลาดนำการผลิต
นายพัด ไชยวงค์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาอาชีพทำนา ประจำปี 2565 และประธานศูนย์ข้าวชุมชนนาแปลงใหญ่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้เริ่มต้นอาชีพทำนาในปี 2535 ช่วงแรกยังเน้นการทำนาแบบใช้สารเคมี ต่อมาในปี 2551 ได้เริ่มศึกษาเรียนรู้ และปรับเปลี่ยนมาทำนาธรรมชาติจนถึงปัจจุบัน ซึ่งให้ความสำคัญกับการทำงานภายใต้แนวคิด ทำการเกษตรแบบยั่งยืน เพิ่มพูนผลกำไร รักษาระบบนิเวศน์สิ่งแวดล้อม และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นายพัด กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมีพื้นที่รวม 38 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่นา 20 ไร่ ที่เหลืออีก 18 ไร่เป็นที่อยู่อาศัย และไร่นาสวนผสม โดยการทำนาจะเน้นแบบประณีต มุ่งให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพ และมาตรฐานของผลผลิต ขณะนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานข้าว GAP จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และอยู่ระหว่างขอการรับรองจากกรมการข้าว ทั้งนี้ จะปลูกข้าวปีละ 2 ครั้ง คือ นาปี และนาปรัง โดยเน้นการปักดำ เพื่อให้ช่วยประหยัดเมล็ดพันธุ์ และลดการระบาดของศัตรูข้าว ข้าวที่ปลูกเป็นพันธุ์สันป่าตอง 1 ได้ผลผลิตเฉลี่ย1,051 กิโลกรัม ต่อไร่ ที่ความชื้น 15% นับเป็นปริมาณที่สูงกว่าผลผลิตข้าวเฉลี่ยของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ที่ 61
11 มิถุนายน 2564 กรมหม่อนไหมเริ่มต้นฤดูกาลผลิตการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม ประจำปี 2564 จัดทำพิธีลงนามข้อตกลงซื้อขายรังไหมอุตสาหกรรมในระบบเกษตรพันธสัญญา ระหว่างกลุ่มเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม จ.น่าน เชียงราย พะเยา และบริษัท จุลไหมไทย จำกัด ยุค New Normal เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยออนไลน์ผ่านแอพพลิเคชั่น Zoom Meeting จากกรมหม่อนไหม ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ น่าน และ บริษัท จุลไหมไทย จำกัด โดยมี นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เป็นประธานและสักขีพยาน และมีผู้บริหารกรมหม่อนไหม ผู้บริหารบริษัท จุลไหมไทย จำกัด หัวหน้าส่วนราชการส่วนภูมิภาค ประธานกลุ่มผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม 3 จังหวัด และเกษตรกรเข้าร่วมพิธี พร้อมคาดการณ์ผลผลิตปี 2564 ไม่น้อยกว่า 75 ตัน และสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรมากกว่า 12 ล้านบาท นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดน่าน เชียงราย พะเยา กรมหม่อนไหมได้ส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมอุตสาหกรรม ตามนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ของดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหก
เกษตรกรหม่อนไหม New Normal ขายรังไหมแก่บริษัทจุลไหมไทย ซึ่งถ่ายทอดสดการคัดเกรดและตีราคารังไหมผ่านเฟซบุ๊ค โปร่งใส เป็นธรรม และปลอดภัย มีรายได้ต่อเนื่องในยุคโควิด-19 ช่วง 1 – 3 พฤษภาคม 2564 สร้างรายได้ถึง 5.35 ล้านบาท นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหมได้ส่งเสริมเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในระบบเกษตรพันธสัญญา หรือการซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า ตามนโยบายตลาดนำการผลิต ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้เกษตรกรหม่อนไหมมีรายได้มากขึ้น และมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน ปัจจุบันได้ประสานให้มีการทำสัญญาซื้อขายระหว่างเกษตรกรกับ บริษัท จุลไหมไทย จำกัด ซึ่งรับซื้อรังไหมตามเกณฑ์มาตรฐานและเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ ทำให้มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตามมาตรการของรัฐบาล บริษัทจุลไหมไทยได้ปรับกระบวนการรับซื้อรังไหมในรูปแบบ New Normal คือเปลี่ยนจากการรับซื้อ ตรวจคุณภาพและตีราคารังไหมในพื้นที่ เป็นการรับรังไหมกลับมาที่บริษัท
“คุณหมู” หรือ คุณกรวิชญ์ มาระเสนา อดีตวิศวกรโยธา ที่ตัดสินใจลาออกแล้วเบนเข็มสู่อาชีพเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว โดยมุ่งทำสวนเกษตรผสมผสานตามศาสตร์พระราชา นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและการตลาดมาใช้ผลิตและจำหน่ายสินค้า สร้างรายได้หลายแสนบาทต่อไร่ สร้างวิถีชีวิตแห่งความสุข บนเส้นทางอาชีพเกษตรกร เดิมทีครอบครัวคุณหมูทำธุรกิจเกษตรและประมง พ่อแม่ตั้งใจส่งเสริมให้คุณหมูเรียนจบสูงๆ เพราะไม่ได้อยากให้มาทำอาชีพเกษตรกรรม หลังคุณหมูเรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธาจากมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ ก็ทำงานประจำในตำแหน่งวิศวกรโยธา ทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง เมื่อ 10 ปีก่อน คุณหมูจึงตัดสินใจลาออกแล้วกลับมาทำเกษตรที่บ้านเกิด เพื่อจะได้มีโอกาสดูแลพ่อแม่ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง ในระยะแรก คุณหมูไม่มีพื้นฐานด้านงานเกษตร ก็พยายามเรียนรู้ข้อมูลด้านการผลิต-การตลาด จากหนังสือด้านเกษตรและข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เนื่องจากกระแสนิยมบริโภคผักอินทรีย์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณหมูจึงสนใจเรื่องการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่ให้ผลตอบแทนสูง คุณหมูเป็นแกนนำรว
นายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหม ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องการตลาดนำการผลิต โดยเน้นเปิดการตลาดผ้าไหมในทุกระดับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล่าสุด ได้นำร่องตลาดผ้าไหมพรีเมี่ยม ในงานมหกรรมผ้าไหม 2562 : ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 9 ในระหว่าง วันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด กรุงเทพฯ โดยเน้นจำหน่ายผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ผ้าไหม GI และผ้าไหมเกรดพรีเมี่ยมจากจังหวัดต่างๆ ของไทย สวนกระแสเศรษฐกิจขาลง “เพียง 5 วัน ยอดจำน่ายทะลุเป้าถึง 3.5 ล้านบาท ถือว่ามีผลตอบรับที่น่าพอใจมาก ซึ่งกรมหม่อนไหมจะเร่งเปิดตลาดผ้าไหมในพื้นที่ต่างๆ ทั้งตลาดพรีเมี่ยมและในตลาดอื่นๆ ให้ครอบคลุมในพื้นที่ต่างๆ มากยิ่งขึ้น รวมทั้งเร่งปริมาณการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำด้วย” อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าว
“ประภัตร” หนุน “มกอช.” สู่องค์กรนำด้านมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารที่ทั่วโลกยอมรับ พร้อมโชว์ผลงานรอบ 17 ปี ผลักมาตรฐานสินค้าเกษตรสำเร็จ 322 เรื่อง มาตรฐานระหว่างประเทศ 22 เรื่อง และมาตรฐานอาเซียน 12 เรื่อง ดันยอดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารพุ่ง 1.12 ล้านล้านบาท พร้อมวางเป้า ปี 63 เดินหน้าหนุนยุทธศาสตร์เกษตรและสหกรณ์ 20 ปี สานต่อนโยบายตลาดนำการผลิต รุกเกษตรอินทรีย์ ตีตลาดผ่านออนไลน์ เสริมแกร่งภาคเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ครบรอบ 17 ปี ว่า ปัจจุบัน “มกอช.” นับเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรและเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการตลาดนำการเกษตร ตามนโยบายหลัก 12 ด้าน ที่รัฐบาลแถลงไว้ ใน ปี 2563 เป็นปีแห่งการยกระดับคน/และการบริหารจัดการมาตรฐานสินค้าเกษตร สู่เกษตร 4.0 จะมุ่งยกระดับด้านระบบมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย สนับสนุนตลาดนำการผลิต มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ตลาดออนไลน์ /DGT Farm/ และระบบตามสอบย้อนกลับ QR Trace รวมทั้
นายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ อธิบดีกรมหม่อนไหม มอบแนวทางการปฏิบัติราชการให้แก่ผู้บริหารและข้าราชการกรมหม่อนไหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมหม่อนไหม คนที่ 8 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 โดยได้วางแนวทางการปฏิบัติราชการในปีงบประมาณ 2563 เน้นการทำงานที่มุ่งเป้าไปที่การเพิ่มผลผลิต เร่งระดมข้อมูลกำลังการผลิตสินค้าหม่อนไหมและความต้องการใช้ของแต่ละจังหวัด ได้แก่ รังไหมอุตสาหกรรม เส้นไหมหัตถกรรม หม่อนผลสด ชาหม่อน และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวต่อไปว่า กรมหม่อนไหมยังทำงานเชื่อมโยงกับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการส่งเสริมโครงการหรือกิจกรรมที่มีศักยภาพ มีผลผลิต และมีความคุ้มค่า ขณะเดียวกันก็ดำรงไว้ซึ่งงานมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งในพื้นที่อนุรักษ์และในพื้นที่ที่สร้างงานขึ้นมาใหม่ โดยวางแนวทางขับเคลื่อนนโยบายในระดับพื้นที่เป็นสำคัญ นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับนโยบายตลาดนำการผลิต โดยส่งเสริมการตลาดในประเทศ รณรงค์ให้คนไทยสวมใส่ผ้าไหมมากขึ้น อย่างน้อยในงานเทศกาลและงานวันสำคัญต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมการตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศที่เป็นคู่ค้าสำค
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ภายใต้การทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เพื่อแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำผลผลิตล้นตลาด ประกอบกับปัจจุบันปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ จึงได้เสนอให้เกษตรกรลดรอบการปลูกข้าว โดยจัดทำโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนาขึ้น ภายใต้มาตรการรักษาเสถียรภาพสินค้าเกษตรและรายได้เกษตรกร นอกจากจะเป็นการเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศแล้ว เกษตรกรยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนการปลูกข้าวที่ให้ผลตอบแทนที่น้อย และช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวมาเป็นการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กรมส่งเสริมการเกษตร สนองนโยบายรัฐบาล ดำเนินโครงการฯ ตามกระบวนการตั้งแต่การประชาสัมพันธ์ เชิญชวนเกษตรกรและหน่วยงานต่างๆ ทั้งกรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหน่วยงานภาคเอกชน ร่วมสำรวจพื้นที่ วิเคราะห์ ตรวจสอบ คัดเลือก รับสมัครเกษตรกรที่สมัครใจเข้าร่วมโครงกา
ก. เกษตรฯ เดินหน้ายกระดับผลผลิต-บริหารจัดการน้ำ ประกาศเพิ่มสินค้าเป้าหมาย 5 ชนิด ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา สานต่อนโยบายตลาดนำการผลิต ภายใต้งบประมาณ ปี 2562 เริ่ม ต.ค. นี้ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2562 ที่จะเริ่มต้นในเดือนตุลาคมนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้รับการจัดสรร จำนวน 111,762 ล้านบาท จำแนกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ จำนวน 25,492 ล้านบาท 2) กลุ่มงบประมาณรายจ่ายของกระทรวง/หน่วยงาน (Function) จำนวน 25,021 ล้านบาท 3) กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ (Agenda) จำนวน 53,366 ล้านบาท และ 4) กลุ่มงบประมาณรายจ่ายพื้นที่ (Area) จำนวน 7,882 ล้านบาท ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังเน้นสานต่อนโยบายตลาดนำการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ สร้างความเป็นธรรมด้านราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งสนับสนุนเกษตรกรให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกร เพื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เน้นดำเนินการ 2 เรื่องหลัก คือแผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพการผลิตภาคเกษตร และการบริหารจัดการ น้ำ วงเงิน
