น้ำท่วมนาข้าว
น้ำท่วมซ้ำอีกระลอกนาข้าวหอมมะลิภาคอีสาน พื้นที่การเกษตรลุ่มน้ำชีสาหัสทั้งมหาสารคาม ร้อยเอ็ด ขณะที่ราคาข้าวถีบตัวสูงขึ้นแตะเกวียนละ 14,000 บาท ด้านผู้ประกอบการโรงสีรุกส่งออกเอง ลดพึ่งพ่อค้ารายใหญ่ นายสมเกียรติ ชัยคณารักษ์กูล ประธานหอการค้าจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า เขื่อนอุบลรัตน์จะระบายน้ำออกจากเขื่อนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวบางส่วนอาจมีระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร ต้องดูพายุฝนที่จะมาว่ารุนแรงมากน้อยแค่ไหน “ตอนนี้พื้นที่ปลูกข้าวใน จ.ร้อยเอ็ดที่เสียหายไม่น้อยกว่า 5 แสนไร่ น้ำระลอกใหม่จากเขื่อนคงจะขยายพื้นที่เพิ่ม แต่ภายในตัวเมืองไม่กระทบเท่าไหร่ มีเพียงพื้นที่ลุ่มน้ำทำการเกษตร บริเวณพนังกั้นลำชีที่เป็นทางเดินน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนลำปาวไหลมารวมกันในลำน้ำชีสู่ที่ราบลุ่มของ จ.ร้อยเอ็ด” ด้านนางจวงจิรา สุริยวนากุล ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า ปีนี้ราคาข้าวมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะฤดูการผลิตปี 2560/2561 ที่จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตปลาย ต.ค.-พ.ย.60 ราคาเริ่มปรับสูงขึ้นแล้ว เนื่องจากผลผลิตออกมาน้อย ความต้องการของตลาดในช่
วันที่ 21 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้ระบายน้ำเพียง 16.70 ล้าน ลูกบาศก์เมตร หลังจากตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ระบายวันละ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ลำน้ำเสียวซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของลำน้ำพอง ยังมีปริมาณ มากและ ได้ไหลเข้าท่วมนาข้าว ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง โดย ปริมาณน้ำมากจนล้นตลิ่ง และน้ำได้ไหล เข้าท่วม นาข้าวของเกษตรกรที่บริเวณบ้านกุดน้ำใสน้อย ต.น้ำพอง และบ้านเสียว ต.วังชัย โดยทั้ง 2 ตำบล มีน้ำท่วมขังนาข้าวไปแล้วกว่า 500 ไร่ ซึ่งนาข้าว ได้จมน้ำมานานกว่า 2 สัปดาห์ ข้าวเริ่มตาย เพราะจมน้ำนานเกินไป นายศุภชัย ลีเขาสูง นายอำเภอน้ำพอง กล่าวว่า ขณะนี้ทางอำเภอยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำ ในแม่น้ำพองต่อเนื่องเพราะยังมีปริมาณมาก โดยได้ประสานกับทางเขื่อนอุบลรัตน์ในการระบายน้ำ โดยที่ บริเวณบ้านท่าเม่า จะมีเครื่องวัดปริมาณน้ำและเมื่อในลำน้ำพองมีปริมาณมาก ทางเขื่อนอุบลรัตน์จะลดการ ระบายน้ำลงตามข้อตกลงของคณะบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่น ในส่วนของพื้นที่น้ำท่วมจากการสำรวจ พบว่า ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีพื้นที่นาข้าวถูกน้ำท่วมไปแล้ว 23,000 ไร่ ในส่วนพื้นที่น้ำล้นตลิ่งจาก ลำห้วยเสียวต้อ
วันที่ 20 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม สถานการณ์น้ำยังคงต้องเฝ้าระวังการเกิดปัญหาน้ำโขงหนุนเอ่อท่วมต่อเนื่อง หลังจากระดับน้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วันละประมาณ 50 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ 9.50 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 50 เซนติเมตร ห่างจากจุดวิกฤตแค่ประมาณ 3.50 เมตร คือที่ 13 เมตร หากระดับน้ำโขงถึงจุดวิกฤต จะส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำเอ่อท่วมพื้นที่ลุ่ม รวมถึงติดลำน้ำสาขาสายหลักมากขึ้น เช่นเดียวกันกับพื้นที่ติดกับลำน้ำก่ำ ที่รองรับน้ำมาจาก หนองหาร จ.สกลนคร เป็นระยะทางยาวกว่า 120 กิโลเมตร ผ่าน อ.โพนนาแก้ว อ.โคกศรีสุมพรรณ จ.สกลนคร มายัง อ.นาแก อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ในช่วงนี้เริ่มมีปริมาณน้ำสูง เริ่มเอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน เนื่องจากระดับน้ำโขงสูง ทำให้ลำน้ำก่ำไหลระบายลงน้ำโขงช้า เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า มีพื้นที่การเกษตร นาข้าวของเกษตรกร ที่อยู่ตามแถบลุ่มน้ำก่ำ ได้รับผลกระทบ จากปัญหาน้ำท่วมขัง แล้วเกือบ 1,000 ไร่ ซึ่งหากระดับน้ำไม่ลดอีกประมาณ 1 สัปดาห์คาดว่านาข้าวจะได้รับความเสียหายจำนวนมาก โดยทางด้าน โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำตอนล่าง ตามแนวทางพระราชดำริ
วันที่ 3 มิถุนายน 60 นายโบแดง ทาแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พร้อมสั่งการด่วน ให้ทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือชาวนา โดยเฉพาะใน 5 อำเภอ ของ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งแปลงข้าวนาปรัง ถูกน้ำฝนท่วมขัง พร้อมย้ำว่ารัฐบาล มีความเป็นห่วงใยชาวนา ด้วยหากข้าวนาปรังอายุ 1 เดือนไม่เน่าตายในช่วงนี้ และครบกำหนดเก็บเกี่ยว ที่ไม่เกินเดือนกันยายนปีนี้ จะให้ผลผลิตรวม 250-300 ล้านบาท ทั้งนี้แนวทางแก้ไข คือเร่งสูบน้ำจากลำคลองกลางทุ่งนา ลงแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย อีกทั้งเร่งผลักดันน้ำลงทะเล ซึ่งล่าสุดช่วยเหลือไปได้แล้วกว่า 120,000 ไร่ คงเหลืออีกกว่า 20,000 ไร่เท่านั้น คาดว่าภายใน 3-4 วันนี้จะแล้วเสร็จ นอกจากนี้หน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังต้องเร่งสำรวจเกษตรกรที่ทำนา เลี้ยงปลากระชัง และพืชสวน ว่าได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด จากภาวะฝนตกหนักติดต่อกัน และผลกระทบจากการพร่องน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ทั้งนี้ได้ชมเชยการกำหนดโซนนิ่งและเวลาเพาะปลูกทำนาปรัง พร้อมกันทั้งจังหวัด ทำให้การบริหารจัดการน้ำในทุ่งนาง่ายมากขึ้น ที่มา
วันที่ 10 ต.ค. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองผวจ.ปทุมธานี นางสายใจ มีชนะ นายอำเภอหนองเสือ นายอนุกูล สุริยสวัสดิ์ นายก อบต.หนองสามวัง ได้นำเครื่องสูบน้ำพร้อมเครื่องจักรกลหนักเข้าช่วยเหลือชาวนาบริเวณหมู่ที่ 6 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ที่ประสบปัญหาน้ำภายในคลอง 13 ไหลเอ่อเข้าคลองซอยแล้วไหลเข้าท่วมแปลงนาจนต้องลุยน้ำเกี่ยวข้าว รวมทั้งได้นำรถแบคโฮขนาดใหญ่และเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งและตีคันล้อมรอบในนาข้าวแล้วเร่งสูบน้ำออก พร้อมประสานรถเกี่ยวข้าวมาเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบที่บริเวณแปลงนาของนายสมนึก แปลงงาม อายุ 49 ปี พบรถเกี่ยวข้าวและชาวนาอยู่ระหว่างช่วยกันเกี่ยวข้าวที่ออกรวงสวยงามท่ามกลางน้ำที่ท่วมขังสูงประมาณ 1 เมตร บนเนื้อที่ 20 ไร่ โดยรถเกี่ยวข้าวต้องค่อยๆ เร่งเครื่องเดินหน้ารถเกี่ยว มิเช่นนั้นจะทำให้คลื่นน้ำจากรถเกี่ยวไปผลักดันต้นข้าวให้ล้มจนได้รับความเสียหาย ขณะที่นายสมนึก เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้น้ำในคลอง 13 ได้ไหลเข้าท่วมแปลงนาจนมิดยอดข้าว ตนรู้สึกเครียด พูดไม่ออก โชคดีที่ทางนายก อบต.และผู้ใหญ่บ้านเข้ามาพูดคุยและช่วยเหลือสูบน้ำให้ ต้องขอขอบพระคุณทุกๆคนมากๆ ทางด้านนา
