น้ำบาดาลเพื่อการเกษตร
โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ พื้นที่ 500 ไร่ บ้านเขาหินตั้ง หมู่ 2 ต.สมเด็จเจริญ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี ภายใต้การสนับสนุนกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ทำให้ชีวิตชาวบ้านดีขึ้น มีรายได้ตลอดปี ส่งพืชสวนครัวทั้งพริกขี้หนูสวน ผักชี คื่นช่ายไปตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดราชบุรี นายสันติ ใจชื้น ชาวบ้านบ้านเขาหินตั้ง หมู่ 2 กล่าวว่า ในพื้นที่บ้านเขาหินตั้ง หมู่ 2 เดิมขาดแคลนน้ำมาก อาศัยแต่น้ำฝน แต่อย่างไรก็ตามในพื้นที่มีลักษณะเป็นหลุบเขาขนาบซ้ายขวา พอลมมาพัดเอาเมฆฝนไปตกที่อื่นหมด ทำให้ไม่ค่อยมีน้ำ แม้จะมีการทำฝนเทียม แต่ก็ไปตกในพื้นที่อื่น พอกรมทรัพยากรน้ำบาดาลมาทำโครงการฯ ในปี 2564 ทำให้ชาวบ้านมีความหวัง ที่สำคัญเมื่อมีน้ำ ชาวบ้านสามารถกำหนดได้ว่าเมื่อเพาะปลูกพืช จะได้รับผลตอบแทนในอัตราที่แน่นอน เพราะมีน้ำ ต่างจากเมื่อครั้งที่ยังไม่มีการทำโครงการฯ ชาวบ้านเมื่อไม่มีน้ำก็ขาดความมั่นใจในการทำการเกษตร ทำไปก็มีแต่หนี้ เมื่อมีโครงการฯ ขึ้นมาทำให้ชีวิตชาวบ้านดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือและจะดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะทำแล้วได้ตามที่คิด เพราะมีน้ำสมบูรณ์ แล
ในยุคที่ปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำทวีความรุนแรงขึ้น น้ำบาดาลกลายเป็นแหล่งน้ำที่มีบทบาทสำคัญต่อภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาน้ำอย่างต่อเนื่องในการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ น้ำบาดาล คือ น้ำใต้ดินที่ถูกกักเก็บและสะสมอยู่ภายในช่องว่างและรอยแตกของชั้นหินและชั้นดินตะกอนลึกลงไปใต้พื้นดิน จากการหมุนเวียนของ “วัฏจักรน้ำ” (Hydrologic Cycle) ในธรรมชาติ ซึ่งมีจุดกำเนิดจากหยาดน้ำฟ้า (Precipitations) หรือน้ำในบรรยากาศ (Atmospheric Water) ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของน้ำฝน หิมะ เมฆหมอก หรือไอน้ำ ที่ตกลงสู่ผืนดินจนกลายเป็นน้ำผิวดิน (Surface Water) ให้กำเนิดแม่น้ำ ลำคลอง และมหาสมุทร น้ำผิวดินบางส่วนไหลลงสู่ใต้ดิน ซึมอยู่ภายในช่องว่างของเม็ดดินกลายเป็นน้ำในดินที่สามารถระเหยกลับไปเป็นน้ำฟ้าอีกครั้ง เมื่อถูกแสงแดดแผดเผา แต่ยังน้ำบางส่วนที่ไหลลึกลงไปสู่ชั้นหินและชั้นดินตะกอนด้านล่าง เติมเต็มช่องว่างและรอยแตกของชั้นหินเหล่านั้น จนกลายเป็นจุดกำเนิดของแหล่งน้ำใต้ดิน (Subsurface Water) หรือน้ำบาดาลนั่นเอง มักอยู่ลึกลงไปหลายเมตรขึ้นอยู่กับบริเวณที่พบน้ำบาดาล บางสถานที่อาจจะอยู่ลึกลงไปหลายกิโลเม
