น้ำพริกอ่อง
เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีหนังสือเล่มเล็กๆ ตีพิมพ์ออกวางจำหน่ายตามโครงการ “ผักยืนต้นกับความมั่นคงทางอาหารระดับชุมชน” ของมูลนิธิชีววิถี (BioThai) คือ “50 สูตรอร่อยกับผักยืนต้น จาก 8 พื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร” ผมเห็นว่าน่าสนใจดี จึงขอเอามาแนะนำสักเล็กน้อย และมีประเด็นที่อยากจะชวนให้ลองคิดกันต่อไปอีกหน่อยหนึ่งด้วยครับ โครงการผักยืนต้นฯ นี้ เป็นโครงการระยะยาวของ BioThai ที่รณรงค์เรื่องการเรียนรู้ เข้าใจ และรู้จัก “ผักยืนต้น” (Perennial vegetables) มีเครือข่ายย่อยอยู่หลายแห่งในภูมิภาค ซึ่งมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความเชื่อที่ว่า การเลือกกินผักที่หลากหลาย มาจากแหล่งต่างๆ ที่เชื่อถือได้ ย่อมลดความเสี่ยงที่จะบริโภคผักซึ่งมีสารเคมีพิษตกค้างจากกระบวนการปลูกและจัดการโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตปกติประจำวัน และการรู้จักกินผักยืนต้น ทั้งจากการลงมือปลูกเอง หรือออกไปหาเก็บจากธรรมชาติ ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่งทั้งตอบโจทย์ยากๆ นี้เป็นการเฉพาะหน้า และยังผลักดันโดยอ้อมไปยังนโยบายการจัดการพื้นที่สาธารณะ ทั้งในและนอกชุมชนในอนาคตข้างหน้าด้วย หนังสือ “50 สูตรอร่อยกับผักยืนต้นฯ” ซึ
การรับประทานอาหารแต่ละวันในคนปกติ มักจะยึดแนวทางตามหลักการบริโภคให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่ สัดส่วนมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับอายุ แต่ในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย สัดส่วนการบริโภคอาหาร 5 หมู่ จะแตกต่างออกไป อัตราความต้องการการบริโภคโปรตีนมีมากกว่าสารอาหารอื่น ยิ่งสภาวะปัจจุบัน มีโรคที่เกิดขึ้นมากมาย อาทิ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วนลงพุง และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากถึง 200,000 ล้านบาท ต่อปี วิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือ การป้องกันและลดความเสี่ยงให้เกิดโรคเหล่านี้ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปาริฉัตร หงสประภาส เริ่มวิจัยด้านการออกแบบโครงสร้างของอาหาร เพื่อให้ประสิทธิผลด้านสุขภาพหลังการย่อยและการดูดซึมสำหรับกระบวนการผลิตอาหารในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้ ก่อให้เกิดอาหารพร้อมรับประทานที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ในรูปแบบของอาหารแช่แข็ง และผ่านการแปรรูปด้วยความร้อนในภาชนะบรรจุปิดสนิท รองศาสตราจารย์ ดร.ปาริฉัตร มองว่า ป
