น้ำมันทานตะวัน
หลังห่างหายไประยะหนึ่ง เรากลับมาพบกันอีกครั้ง จับเข่าคุยถึงวิถีชีวิตในเรือกสวนไร่นาจากทั่วโลก ขอบคุณบรรณาธิการที่ให้โอกาส ขอบคุณผู้อ่านที่ยังต้อนรับขับสู้ ปฐมบทของการกลับมา มีเรื่องที่เราน่าจะรับรู้ร่วมกัน ไม่ใช่เรื่องสุข แต่เป็นเรื่องชีวิตของคนร่วมโลก ร่วมการงานเดียวกันกับเรา เรื่องเล่าจากท้องทุ่งยูเครน สงครามรัสเซีย-ยูเครน รอบล่าสุด (เขารบกันมาหลายรอบ) ที่เริ่มมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2565 ไม่ได้แค่พรากชีวิตหมื่นแสนไปเท่านั้น มันได้พรากท้องไร่ท้องนาไปจากมือเกษตรกร พรากอาหารไปจากปากท้องที่กำลังหิวโหยโดยไม่ฟังอีร้าค่าอีรมใดๆ ยูเครนเหมือนเมืองไทยตรงที่ดินดีน้ำดี ปลูกอะไรก็งดงาม จึงเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก เหมือนที่ไทยเป็น ในยุโรปเขายกให้ยูเครนเป็น bread basket หรือตะกร้าขนมปัง เป็นแหล่งอาหารสำคัญเลี้ยงดูผู้คนในย่านนั้น ถ้าเป็นแถวบ้านเราก็คือจัดว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำนั่นเอง ก่อนสงคราม หรือเอาชัดๆ คือปีที่แล้วนี่เอง ยูเครนเป็นยักษ์อันดับที่ 4 ของโลกในการส่งออกธัญพืชต่างๆ ที่จัดเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงอาหารของฝรั่ง ไล่ตั้งแต่ขนมปังที่ต้องใช้ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง หรือข้าวบาร์เลย์ที่เอาไปทำอาหาร
ทุ่งทานตะวันที่กว้างใหญ่ไพศาล มีดอกสีเหลืองอร่ามตา หมู่ผึ้งบินตอมดอกที่เบ่งบานวนเวียนไปมา ในขณะที่ดอกกำลังหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ (positive phototropism) ตอนเช้าจะหันไปทางทิศตะวันออกและชูสู้แสงตะวัน ตอนเย็นหันไปทางทิศตะวันตก ทานตะวันมีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า helianthus annuus (helio ดวงอาทิตย์, anthos ดอกไม้ที่งดงาม) อยู่ในวงศ์ Asteraceae พืชในวงศ์นี้ ที่เรารู้จักคือ บัวตอง เบญจมาศ คำฝอย และดาวเรือง ฯลฯ เมื่อประมาณ 50 ปีมาแล้ว ได้ข่าวว่า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในปัจจุบัน ได้นำพันธุ์ทานตะวันจากประเทศรัสเซีย ชื่อพันธุ์ Saratovsky มาทดลองปลูกในประเทศไทย เนื่องจากพันธุ์ดังกล่าวเป็นพันธุ์ผสมเปิด ต้องใช้แมลง จำพวกผึ้งมาช่วยผสมเกสร จึงจะได้ผลผลิต ซึ่งในระยะนั้น การเลี้ยงผึ้งยังไม่แพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน และคิดว่าคงยังไม่มีอุตสาหกรรมน้ำมันพืชของภาคเอกชนรองรับการปลูกทานตะวันในช่วงนั้น จึงไม่ได้ดำเนินการต่อ ทานตะวันถึงแม้จะมีดอกสมบูรณ์เพศ แต่เป็นพืชที่ผสมข้ามเป็นส่วนใหญ่ เพราะเกสรตัวผู้จะเจริญ (fertile) ก่อนเกสรตัวเมีย จึงต้องใช้แมลง เช่น ผึ้ง เป็นพาห
