บราซิล
ที่มา…จิโรล้านโด้ เป็นภาษาโปรตุเกส เขียนตามอักษรโรมันว่า Girolando บ้าง, Gyrholando บ้าง คนไทยเราที่รู้จักก็จะออกเสียงตามชื่อที่เรียกในชื่อบนสุดนั่นแหละ ชื่อของวัวพันธุ์นี้เริ่มรู้จักกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 (หรือ ค.ศ. 1940) เมื่อเทียบกับวัวนมพันธุ์อื่นๆ ในโลก ถือกันว่าวัวพันธุ์นี้เป็นพันธุ์ใหม่ล่าสุด ในช่วงปี พ.ศ. 2483 (ค.ศ. 1940) เกษตรกรชาวบราซิลได้ริเริ่มเอาวัวพันธุ์กีร์มาผสมกับวัวพันธุ์นมของชาวฮอลันดา (หรือเนเธอร์แลนด์ปัจจุบันนี่แหละ) วัวนมของเนเธอร์แลนด์กำเนิดในประเทศนี้ ปัจจุบันมีชื่อว่า โฮล์สไตน์ ฟรีเชี่ยน หรือที่คนไทยเราเรียกว่าวัว พันธุ์ ขาว-ดำ เพราะทั้งตัวของมันจะมีสีขาวสลับกับสีดำตลอด บางที (บางตัว) ก็มีสีขาวมาก บางตัวก็มีสีดำมาก ซึ่งเป็นธรรมดาของวัวพันธุ์นี้ ชาวบราซิลเขาผลิตเพื่อให้ได้ตามความต้องการของตลาดวัวนมในขณะนั้น เขาทำขึ้นมาแล้วปรากฏว่าผู้คนนิยมกันมาก เพราะว่าเป็นวัวที่ให้นมมากขึ้น ความสมบูรณ์พันธุ์ (fertility) ก็ดีขึ้นมากด้วย พร้อมทั้งลักษณะอื่นๆ ที่ดีก็ตามมาด้วย จนกระทั่งทางฝ่าย “รัฐ” เห็นความสำคัญ จึงจัดการสร้างแผน สร้างวัว จิโรล้านโด้ (Program Girolando) ขึ
คอมมอนมาร์โมเซท เป็นลิงขนาดเล็ก มีขนาดลำตัวยาวประมาณ 18 เซนติเมตร มีขนสีน้ำตาล เทา แซมด้วยเหลืองเล็กน้อย ใบหน้าเป็นสีน้ำตาลอ่อน มีจุดเด่นตรงหูฟูๆ สีขาว และหางที่มีลายเป็นวงสีขาวสลับน้ำตาลเทา ถิ่นอาศัยและอาหาร : ถิ่นกำเนิดของมาร์โมเซทอยู่ที่บราซิล แต่ได้แพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของอเมริกาใต้ด้วย คอมมอนมาร์โมเซทจะชอบอาศัยอยู่ตามป่าทึบที่มีไม้ยืนต้นขึ้นอุดม ห้อยโหนตามต้นไม้ เพื่อหากินยางไม้ ผลไม้ เปลือกไม้ และแมลงขนาดเล็กเป็นอาหาร พฤติกรรมและการสืบพันธุ์ : อยู่รวมกันเป็นฝูง ในหนึ่งฝูงจะมีตัวผู้และตัวเมีย 2-3 ตัวเท่านั้นที่สามารถผสมพันธุ์ได้ คอมมอนมาร์โมเซท มีอายุนานถึง 18 ปี และโตเต็มวัยเมื่ออายุ 15 เดือน ตั้งท้องสองครั้งต่อปี ใช้เวลาตั้งท้องนาน 5 เดือน ออกลูกครั้งละ 2 ตัว ตัวเมียทุกตัวในฝูงจะช่วยกันดูแลเด็กอ่อน คอมมอนมาร์โมเซทใช้หน้าตา ท่าทาง และเสียงในการสื่อสารกัน โดยแต่ละโทนเสียงที่ร้องจะมีข้อความแตกต่างกัน มีศัตรูตามธรรมชาติ คือ งูบางชนิด นกฮูก นกเหยี่ยว และสัตว์ในตระกูลแมวป่า
เห็ด ได้รับการยกย่องว่าเป็น อาหารมหัศจรรย์ ด้วยสรรพคุณของการรักษาและคุณค่าทางอาหารมากมาย จนทำให้เกิดกระแสการรับประทานเห็ดแพร่หลายกระจายไปในหลายประเทศทั่วโลก ประเทศสหรัฐอเมริกามีการศึกษาวิจัยนำมาเป็นยารักษาโรค ประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นนิยมการบริโภคเห็ดในชีวิตประจำวัน จนเป็นที่กล่าวขานกันว่ารับประทานเห็ดให้ได้ 8 ชนิดต่อหนึ่งมื้ออาหารจะทำให้อายุยืนและปราศจากโรคภัย อีกทั้งเห็ดยังเป็นเมนูอาหารชีวจิตที่ช่วยป้องกันและรักษาโรคภัยต่างๆ ได้ ดังเช่นเห็ดกระดุมบราซิล หนึ่งในหลายผลงานวิจัยดีเด่นของมูลนิธิโครงการหลวง เห็ดกระดุมบราซิล มีถิ่นกำเนิดในเมืองไพเดด ใกล้กับเมืองเซาเบาโล ประเทศบราซิล ชาวบราซิลตั้งชื่อที่มีความหมายว่าเป็นเห็ดของพระเจ้า ในบ้านเราทำการศึกษาวิจัยจนสามารถเพาะและขยายพันธุ์ได้สำเร็จเมื่อปี 2535 จนถึงปัจจุบันเพาะเลี้ยงขยายในเชิงการค้าได้แล้ว ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงการหลวงขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เห็ดกระดุมบราซิลมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ คือ มีผลช่วยต่อต้านการเกิดเนื้องอก ทำลายและป้องกันการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง มีเยื่อใยอาหารที่ไม่ย่อยสลาย มีการดูดซับสารที่ก่อให้เกิดม
