บริษัทซินเจนทา ประเทศไทย
“ นิตยา สุวรรณสันติชัย (คุณนิด) ” และสามี “ อดิเรก สิริว่องวัฒนากิจ” เกษตรกรรุ่นใหม่ ในพื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำแนวคิดการตลาดมาผสมผสานกับการปลูกมะเขือเทศเชอรี่แฟนซีหลากสีสัน คุณภาพดี รสชาติหวานอร่อย ตอบโจทย์ตลาดคนรักสุขภาพ สร้างผลกำไรสูง เน้นส่งตรงถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ ปลูกมะเขือเทศ สร้างอาชีพ นิด กล่าวว่า เดิมครอบครัวปลูกสลัดเป็นอาชีพหลัก แต่ได้รับผลกระทบจากภาวะอากาศแปรปรวน และปัญหาโรคแมลงรบกวน ทำให้ได้ผลผลิตน้อยไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว จึงหันมาปลูกมะเขือเทศเชอรี่ที่นิยมแพร่หลายในไทย คือ มะเขือเทศเชอร์รี่ลูกผสมพันธุ์ทับทิม ที่มีจุดเด่นคือ ผลเล็กรูปร่างยาวรี สีแดงสด เนื้อแน่น ติดผลดก รสชาติหวาน ทนทานต่อสภาพอากาศร้อน ทนโรคไวรัสและโรคเหี่ยวได้ดี และมะเขือเทศพันธุ์มันเดย์ ปลูกได้ตลอดปี ติดผลดก ให้ผลผลิตสูง ทนร้อนได้ดี อายุการเก็บเกี่ยว 85-90 วัน หลังหยอดเมล็ด ผลสุกผิวสีเหลืองถึงส้ม เนื้อหนา หวาน กรอบ อร่อย รสชาติดี ราคาจำหน่ายเฉลี่ย 70-100 บาท/กก. แต่ระยะหลังมีมะเขือเชอรี่สายพันธุ์ใหม่ ที่มีรสชาติอร่อยมากขึ้น ทำให้มะเขือเทศที่ปลูกได้รับความน
จากความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้แก่เกษตรกรไทย และปรับแนวทางการผลิตให้ปลอดภัยต่อผู้ปลูกและผู้บริโภค “เพาะดี กินดี” (Grow Well, Eat Well) โครงการที่เกิดขึ้นจากการริเริ่มของบริษัทซินเจนทา ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกัน โดยมีผลลัพธ์ที่ชัดเจนตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา และมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการที่ได้รับใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP (Good Agricultural Practices) กว่า 290 ราย ซึ่งใบ GAP ไม่ใช่เพียงเอกสารรับรองมาตรฐาน แต่คือ ‘ใบประกาศแห่งความภาคภูมิใจของครอบครัวเกษตรกร’ ที่สะท้อนว่าพวกเขาสามารถปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการทำเกษตรให้ปลอดภัยมากขึ้น พร้อมเปิดประตูสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้นของประเทศ และต่อยอดสู่โอกาสทางการค้าในระดับสากลในอนาคต นางสาววรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืนและบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซินเจนทา ครอป โปรเทคชั่น จำกัด กล่าวว่า “สองปีที่ผ่านมาโครงการ ‘เพาะดี กินดี’ ได้พิสูจน์ว่าเมื่อเกษตรกรได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง เกษตรกรได้รับความรู้และการสนับสนุนที่จริงใจ ส่งผลให้พวกเขากล้าปรับเปลี่ยนสู่การผลิตจากการทำการเกษตรแบบเดิมไปส
