บริษัท ซีพีเอฟ อินเดีย จำกัด
นายกิรพงศ์ ศิริธรรมพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีเอฟ อินเดีย จำกัด โรงงานอาหารสัตว์น้ำ Bhimavaram และพนักงานจิตอาสา ร่วมจัดกิจกรรมบริการตรวจสุขภาพตาฟรีให้แก่คนในชุมชนพื้นที่รอบโรงงาน กว่า 300 คน โดยมี Mr. Puppala Vasubabu สมาชิกสภานิติบัญญัติ เขตเวสโกดาวารี รัฐอานธรประเทศ เข้าร่วม ณ หมู่บ้านกานาปาวารั่ม รัฐอานธรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย
LATEST NEWS
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุถึงแนวทางการรับมือปรากฎการณ์เอลนีโญ ที่หลายฝ่ายคาดว่าประเทศไทยจะเริ่มได้รับผลกระทบในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงกลางปี 2570 ว่า ล่าสุดได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรอย่างใกล้ชิดแล้ว โดยเบื้องต้น นายสุริยะมองว่าในขณะนี้ไทยมีปริมาณน้ำต้นทุนที่เพียงพอ สำหรับในพืชเศรษฐกิจ อาทิ ทุเรียน ในบางระยะของการเจริญเติบโต มีความต้องการใช้น้ำสูงนั้น จากการประเมินสถานการณ์ของหน่วยงานในสังกัดได้รายงานให้ทราบแล้วว่า ยังมีปริมาณน้ำเพียงพอ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ และให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวอย่างสูงสุด เพราะน้ำเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญ มีผลกระทบต่อปริมาณผลผลิต และรายได้ของเกษตรกร
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น “ไข่ไก่” ยังคงเป็นแหล่งโปรตีนราคาประหยัดที่อยู่คู่ครัวเรือนไทยมายาวนาน แต่เบื้องหลังไข่ไก่ที่วางจำหน่ายในตลาดทุกวัน คืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการอย่างละเอียดอ่อน เพื่อรักษาสมดุลระหว่างปริมาณการผลิต ความต้องการบริโภค และรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ทั่วประเทศ ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารืออย่างเข้มข้นในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ของสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ซึ่งผู้นำองค์กรในอุตสาหกรรมสะท้อนตรงกันว่า ความท้าทายสำคัญของผู้เลี้ยงไก่ไข่ไทยในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่ที่การผลิตไม่เพียงพอ แต่เป็นการรักษาเสถียรภาพของตลาดท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงใหม่ โดยเฉพาะปัญหาการลักลอบนำเข้าไข่ไก่จากประเทศเพื่อนบ้าน และแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิต ทั้งอาหารสัตว์ พลังงาน และแรงงาน ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถอดบทเรียนราคาไข่ตกต่ำ อุตสาหกรรมไก่ไข่ไทยเคยเผชิญวิกฤตราคาอย่างรุนแรงในช่วงปี 2560-2561 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ส่งผลให้จำนวนแม่ไก่ในระบบเพิ่มสูงขึ้นจนเกิดภาวะผลผลิตล้นตลาด และทำให้ราคาไข่ไก่ตกต่ำเหลือเพ
🌳 ไม้กฤษณา…ไม้หอมที่หลายคนรู้จัก แต่รู้ไหมว่า “น้ำมันกฤษณา” กว่าจะได้มา 1 ลิตร ต้องใช้เวลากว่า 10-12 ปี และมีมูลค่าสูงถึง 300,000-500,000 บาท เพราะเป็นของหายากที่ใช้ทั้งศาสตร์ธรรมชาติ ภูมิปัญญา และนวัตกรรมในการสร้างมูลค่า จากไม้เศรษฐกิจธรรมดา สู่ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่ตลาดโลกต้องการ 📍พาไปพูดคุยกับ คุณเต็ก-ศุภเศรษฐ์ กิตติพล เจ้าของ มีสุขฟาร์ม ผืนป่ากฤษณา จ.ระยอง ผู้พลิกวิกฤตราคาผลไม้ตกต่ำ สู่การสร้างธุรกิจกฤษณาครบวงจร ตั้งแต่การปลูก แปรรูป สกัดน้ำมันหอมระเหย ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพ คาเฟ่ และการส่งออก พร้อมเผยแนวคิด “ปลูกอย่างเดียวไม่พอ” ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้ชุมชน 🌿
ก่อนเข้าถึงเนื้อหา ต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า อำเภอสะเมิง เป็นพื้นที่ภูเขาสูง ฉะนั้น จะมีพื้นที่ราบสำหรับทำนาน้อย จะได้ข้าวประมาณ 100 ถัง ขายได้เงินประมาณ 10,000 บาท เมื่อปี 2557 สถาบัน IQS เข้ามาส่งเสริมการผลิตหญ้าหวาน จึงตัดสินใจทดลองปลูก จำนวน 1 ไร่ จนถึงปัจจุบันเปรียบเทียบแล้วมีรายได้มากกว่าการปลูกข้าวถึง 7 เท่าต่อปี หญ้าหวานนั้น หลังจากปลูกได้ 30 ถึง 45 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดยทยอยเก็บทุกวัน ส่วนหญ้าหวานสด 10 กิโลกรัม เมื่อตากแห้งในโรงเรือนหลังคาพลาสติก หากแดดจัด ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง จะเหลือน้ำหนักแห้งประมาณ 1-1.5 กิโลกรัม คุณภาพของหญ้าหวานจะแตกต่างกันในแต่ละฤดูกาลคือ หน้าร้อนและหน้าฝนใบจะบางต้นสูง แต่หน้าหนาวใบจะหนาต้นจะเตี้ย หญ้าหวานถือเป็นพืชทนแล้ง จากช่วงแล้งที่ผ่านมาไม่มีน้ำรดระยะเวลาเป็นเดือนก็ไม่ได้รับผลกระทบ สามารถปลูกเป็นพืชทางเลือกทดแทนข้าวที่มีปัญหาด้านราคาอยู่ในขณะนี้ และเป็นพืชทนแล้งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำได้อีกด้วย คุณละออง ศรีวรรณะ เกษตรกรบ้านอมลอง บ้านเลขที่ 94 หมู่ที่ 2 ตำบลแม่สาบ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ผลิตหญ้าหวานมาตรฐานออร์แกนิกไทยแลนด์
