บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดรายการสมนาคุณลูกค้าด้วย “บ๊วยนวลใจ” ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลูกไหนสด หรือเชอร์รี่ดอย ผลิตด้วยกระบวนการที่สะอาด ถูกสุขอนามัย ได้มาตรฐาน รสชาติอร่อย กลมกล่อมมีประโยชน์จากวิตามินซีและเส้นใย บรรจุซองขนาดพกพาสวยงามน่ารัก เติมน้ำมันบางจากทุกชนิดครบทุก 900 บาท รับฟรี “บ๊วยนวลใจ” 1 ซอง ตั้งแต่ 1-31 ตุลาคม 2565 ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และพระนครศรีอยุธยา บางจากฯ มีแนวคิดการร่วมอุ้มชูสังคมไทยให้สดใส ด้วยการร่วมสร้างงาน สร้างรายได้ให้เกษตรกรและชุมชน โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดจำนวนมากและราคาตกต่ำ บริษัทฯ จะรับซื้อและนำผลผลิตเหล่านั้นมาแปรรูปพร้อมทั้งพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย สะดวก สวยงาม สำหรับลูกไหน หรือเชอร์รี่ดอย (ตระกูลลูกพลัมแต่ผลมีขนาดเล็กกว่า) จะมีผลผลิตออกมามากช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี แต่ผลสดไม่เป็นที่นิยมบริโภค จึงต้องแปรรูปเป็นบ๊วย การนำลูกไหนสดมาแปรรูปเป็นบ๊วยนวลใจบรรจุในหีบห่อสวยงาม ช่วยรองรับผลผลิตลูกไหนสดได้มากกว่า 350 ตัน และสร้างรายได้ให้เกษตรกรบนดอยสูงในพื้นที่ภาคเหนือ รวมทั้งชุมชนที่
บางจากฯ – กรุงไทย ผนึกกำลังเชื่อมโยง Ecosystem ล่าสุดขยายการสมัครสมาชิกบางจากผ่านแอปฯKrungthai NEXT พร้อมเพิ่มทางเลือกการใช้คะแนนแทนเงินสดให้กับสมาชิกบางจาก และกระจายรายได้ สู่ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ ต่อยอดจากก่อนหน้าที่ได้ร่วมกันพัฒนาระบบรับชำระค่าสินค้าและบริการในรูปแบบ Digital Payment นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บางจากฯ และกรุงไทยได้ขยายความร่วมมือให้สมัครสมาชิกบางจากผ่านแอปพลิเคชั่น Krungthai NEXT เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้ากรุงไทย สามารถสมัครและสะสมคะแนนสมาชิกเพื่อรับสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายของบางจากฯได้ นอกจากนั้นยังได้ร่วมกันพัฒนาระบบให้สมาชิกบางจากใช้คะแนนสะสมชำระค่าสินค้ากับ “ร้านค้าถุงเงิน” ซึ่งเป็นร้านค้าย่อยที่มีจำนวนมากผ่านฟีเจอร์ “พอยท์เพย์”ในแอปพลิเคชันบางจากได้ นับเป็นรายแรกของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในเมืองไทย ที่นอกจากจะเพิ่มทางเลือกในการใช้คะแนนสะสมแทนเงินสดกับ ”ร้านค้าถุงเงิน”ให้สมาชิกแล้วยังเพิ่มโอกาสให้ร้านค้ารายย่อยเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น เป็นการช่วยกระตุ้น
เนื่องจากรัฐบาลได้กำหนดให้ “ประเทศไทย 4.0” เป็นโมเดลการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบเศรษฐกิจจากเดิมเป็นระบบที่มุ่งเน้นความคิดสร้างสรรค์และใช้ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรม เป็นฐานสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งการผลักดันการพัฒนาประเทศตามแนวทางดังกล่าว จำเป็นต้องมีการพัฒนาเยาวชนที่จะเป็นกำลังหลักของการกำหนดอนาคตประเทศให้มีความเข้มแข็งและพร้อมเป็นบุคลากรวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพสูงต่อไปในอนาคต ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า เพื่อให้เยาวชนที่มีความสนใจและมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นนักวิจัยและนวัตกรรมในอนาคตได้มีเวทีในการแสดงความสามารถพิเศษด้านการประดิษฐ์คิดค้น ซึ่งจะนำไปสู่ช่องทางเพิ่มโอกาสในการขยายฐานบุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงประเทศในอนาคต สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้จัดทำบันทึกตกลงความร่วมมือกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกั
