บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด
กรุงเทพฯ 24 เมษายน 2569 – บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ชูบริการ ‘EMS ส่งด่วน’ รับฤดูกาลผลไม้ พร้อมรองรับปริมาณการส่งที่คาดว่าจะมีอย่างต่อเนื่อง เผย 3 อันดับจังหวัดที่มีปริมาณการขนส่งทุเรียนมากที่สุดได้แก่ จันทบุรี ระยอง และตราด ทั้งนี้ ในช่วงฤดูกาลใหม่ไปรษณีย์ไทยมอบโปรโมชันพิเศษสนับสนุนให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง สามารถบริหารจัดการสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ทุเรียนเป็นผลไม้เศรษฐกิจสำคัญของไทยที่มีปริมาณและอัตราการเติบโตของผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากศูนย์สารสนเทศการเกษตร (ศสก.) คาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผลผลิตทุเรียนรวมประมาณ 1.78 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ซึ่งมีผลผลิตรวม 1.68 ล้านตัน “จากแนวโน้มปริมาณผลผลิตทุเรียนที่เพิ่มขึ้นทำให้การบริหารจัดการและกระจายสินค้า อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญโดยเฉพาะในช่วงที่พื้นที่ภาคตะวันออกเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลทุเรียนซึ่งในปีที่ผ่านมาไปรษณีย์ไทยมีปริมาณการฝากส่งทุเรียนแตะ 8 แสนกล่อง โดยจังหวัดที่มีปริมาณการ
ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กรรมการบริหารทุน วว. และ กรรมการ ปณท. เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ ระหว่าง ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) มุ่งศึกษา วิจัย พัฒนา นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าทุกรูปแบบ ผ่านช่องทางของไปรษณีย์ไทย ให้มีความแข็งแรง ทนทาน ได้มาตรฐาน ป้องกันความเสียหายของสินค้า ช่วยลดต้นทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้รับสินค้า พร้อมรองรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งเป็นการเสริมแกร่ง เพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย / ขนส่งสินค้า ให้แก่ผู้ประกอบการ OTOP วิสาหกิจชุมชน SMEs ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ในสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 อย่างเข้มแข็ง ด้วยองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 2 ปี โอกาสนี้ ดร.พัชรา มณีสินธุ์ รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม วว. และ ดร.อาภากร สุปัญญา รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม วว. ร่วมเป็นเกียรติด้วย ในวันที่ 18 สิงหา
มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา เครือสหพัฒน์ ร่วมเป็นหนึ่งส่วนในการหยิบยื่นความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ที่ได้รับผลกระทบในสถานการณ์โควิด-19 ด้วยการจัดโครงการ ปันสุขอิ่มใจ มอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซื่อสัตย์ มีดีที่ไม่มีผงชูรส รวม 3 ล้านซอง ให้กับผู้เดือดร้อนที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่สีแดงในจังหวัดกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ โดยได้รับการสนับสนุนโครงการจากไปรษณีย์ไทย และ AIS นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา เครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ในช่วงที่ประเทศไทยเกิดวิกฤติโควิด-19 นอกจากเราจะต้องเสี่ยงกับโรคระบาดแล้ว หลายคนยังประสบปัญหาเศรษฐกิจ บางคนตกงานแบบไม่ทันตั้งตัว บางอาชีพต้องหยุดให้บริการชั่วคราว ทำให้สูญเสียรายได้ มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา เครือสหพัฒน์ เห็นถึงความยากลำบากของคนไทย จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยจะจัดส่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซื่อสัตย์ มีดีที่ไม่มีผงชูรส ไปให้ถึงบ้าน “โครงการปันสุขอิ่มใจได้รับการ
กรมส่งเสริมสหกรณ์ปลื้ม เครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศร่วมมือกระจายลำไยภาคเหนือ ระบายผลผลิตสู่ผู้บริโภครวดเร็ว กระแสตอบรับดีเกินคาด ชมลำไยสหกรณ์คุณภาพดี รสชาติหวาน กรอบ ไม่มีเน่าเสียระหว่างการขนส่ง ลูกค้าสั่งซื้อต่อเนื่อง ผลผลิตส่วนหนึ่งส่งขายห้างโมเดิร์นเทรด บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และมีบริษัทผู้สงออกสั่งซื้อไปประเทศจีน ช่วยพยุงราคาผลผลิตในพื้นที่ในระดับที่เกษตรกรพอใจ นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้ของสถาบันเกษตรกรเพื่อรองรับผลกระทบจากโรคไวรัสโควิด-19 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณให้ 45 ล้านบาท อุดหนุนค่าขนส่ง ค่าบริหารจัดการ และซื้อตะกร้าขนผลไม้ให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เพื่อเร่งระบายผลผลิตไปทั่วประเทศ เน้น “มังคุด-ลำไย” ซึ่งหลังจากที่เครือข่ายสหกรณ์ทุกจังหวัดได้ร่วมกันกระจายผลไม้ของภาคตะวันออกไปแล้วตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้ยังดำเนินการต่อเนื่อง ช่วยกันกระจายลำไยจากสหกรณ์ในภาคเหนือไปสู่ผู้บริโภคปลายทาง ทั้งในพื้นที่ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง คาดว่าลำไยจะออกมากในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งการกระจายลำไยของเครือข่าย
