บอระเพ็ด
บอระเพ็ด อาจเป็นความทรงจำแสนขมของบางคน แต่ความขมนี่แหละที่ใช้เป็นยาอายุวัฒนะของคนเมื่อก่อน ในอดีตคนที่เคยเป็น “แม่นม” มักจะใช้บอระเพ็ดเป็นเครื่องมือที่จะบอกลาลูกน้อยไม่ให้ “ดูดนม” โดยไม่เสียสัมพันธภาพ เพราะการ “หย่านม” โดยวิธีใช้บอระเพ็ด ทาหัวนมให้ลูกดูด ก็เป็นการบอกเลิกโดยไม่มีอันตรายแต่อย่างไร เพราะ “แหยงขม” กลัวนมไปเอง วัยเรียน คุณครูก็ใช้บอระเพ็ดลงโทษนักเรียนที่มาสาย ทำผิด ขาดเวร ไม่ส่งการบ้าน ง่วงเหงาเวลาเรียน ทะเลาะกับเพื่อน ก็ให้อมบอระเพ็ด แล้วมักจะบอกว่า ครูทำโทษพวกเธอด้วย “รักและหวังดี” แล้วบอกว่าความขมนี้มีประโยชน์ต่อร่างกาย เคล็ดลับแก้ขมบอระเพ็ด หากใครอยากใช้บอระเพ็ดเป็นพืชสมุนไพรทางเลือก แต่กลัวขม มีเคล็ดลับแก้ขม โดยการเชื่อมหรือแช่อิ่ม ไม่ให้รสขมเหลืออยู่ ต้องเลือกบอระเพ็ดในช่วง “ระยะเพสลาด” คือระยะไม่แก่ไม่อ่อนเกินไป หั่นเป็นท่อนยาวสักหนึ่งองคุลีเคี้ยวพร้อมกับมะเขือพวง 1-2 ผล รสชาติขมจะหายไป หากไม่อยากกินบอระเพ็ดสดๆ ก็ใช้วิธีดองน้ำผึ้ง โดยหั่นเป็นท่อนพอดีคำ ลอกผิวแล้วผ่าเอาไส้ในออก เอาเนื้อแช่น้ำเกลือผสมน้ำซาวข้าวสักครึ่งชั่วโมง ล้างน้ำเกลือแล้วลวกให้นิ่ม แช่น้ำเย็นอีกค
บอระเพ็ด ขึ้นชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ไม่เพียงแต่ในประเทศไทย บอระเพ็ด มีการใช้ตามภูมิปัญญาดั้งเดิมสำหรับรักษาโรค ในหลายประเทศโดยเฉพาะแถบทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซีย ใช้เพื่อรักษาโรคมาลาเรีย ปวดท้อง ลดไข้ รักษาโรคความดันสูง เป็นต้น รวมทั้งในกัมพูชาและฟิลิปปินส์ ก็มีการนำมารักษาโรคที่คล้ายๆ กัน ทุกส่วนของบอระเพ็ดสามารถนำมาใช้เป็นยาได้ ไม่ว่าจะเป็น ใบ ราก เมล็ด ในประเทศนิยมใช้ส่วนเถานำมาต้มแล้วดื่มรักษาโรค หรือจะนำมาตำให้ละเอียดแล้วละลายกับน้ำผึ้งรับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย โดยฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่สูงมากในบอระเพ็ด อาจจะมีส่วนในการป้องกันโรคหัวใจและโรคระบบประสาทได้ นักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ของบอระเพ็ดต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด และลดความดันโลหิต พบว่าสารออกฤทธิ์ในบอระเพ็ดหลายตัวทำงานร่วมกัน สามารถออกฤทธิ์ลดความดันโลหิต แต่ในขณะเดียวกันมันก็เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ มีผลทำให้หัวใจบีบตัวแรงขึ้น บอระเพ็ดมีรสขมเย็น แก้ไข้ ขับเหงื่อ แก้กระหายน้ำ แก้ร้อนใน เป็นยาขมเจริญอาหาร โดยเอาเถาสด ประมาณ 30 กรัม ต้มเคี่ยวกับน้ำ 3 ลิตร จนเหลือ 1 ลิตร แบ
ชื่อทั่วไป : Heartleaves moonseed ชื่อวิทยาศาสตร์ : Tinospora crispa/Tinospora cordifolia Family : MENISPERMACEAE บอระเพ็ด ไม้เลื้อยเถาอ่อน มีตุ่มรอบๆ ใบรูปหัวใจ ชื่อคุ้นหูคนไทยมาแต่โบราณ แม่ลูกอ่อนใช้ทาหัวนม เวลาจะให้ลูกหย่านม หรือใครที่อายุ 35-40 ปีขึ้นไป คงจะเคยโดนคุณครูประจำชั้นลงโทษสถานเบา โดยการให้อมบอระเพ็ดแก้ง่วงเหงาหาวนอนกันมาบ้าง รวมทั้งผู้เขียนด้วย ทุกวันนี้ยังจำได้อยู่เลย รสชาติตอนนั้นนี่ ขมติดปากหลอนไปหลายวัน นับว่าเป็นกุศโลบายการทำโทษที่ลึกซึ้งมากของบรรพบุรุษไทยเรา ท่านได้แฝงเอาสิ่งดีๆ ไว้ในการลงทัณฑ์ นัยว่าทำโทษด้วยความรักและหวังดีไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากในความขมนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่างแฝงอยู่ด้วย บอระเพ็ดนั้น หาได้ไม่ยาก พบได้ทุกภาคทั่วไทย ตั้งแต่ชายป่าละเมาะ ป่าเบญจพรรณ เชิงเขา จนถึงหน้าผาหินปูนก็พบเจอได้บ่อยๆ เหมือนกัน เถาบอระเพ็ดเมื่อถูกกรีดหรือตัด จะมียางสีเหลืองไหลออกมา รสชาติขมจัด ดอกออกเป็นช่อๆ ตามซอกใบ เป็นดอกชนิดแยกเพศอยู่บนก้านช่อเดียวกัน ประกอบด้วยกลีบรองดอก 6 อัน กลีบดอกอีก 6 อัน มีเกสรเพศเมียอยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยเกสรตัวผู้ 6 อัน ผลกลมๆ เป็นช่อ ดิบๆ
อายุเมื่อล่วงเลยผ่านไป สิ่งที่จะตามมาคือการเปลี่ยนแปลงของสรีระต่างๆ ในร่างกาย ผิวหนังเริ่มจะเหี่ยวย่น และอีกหลายปฏิกิริยาที่จะเกิดขึ้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไปได้ก่อนวัย และสร้างความกลุ้มใจให้กับหลายคน ก็คือ ภาวะการเกิดผมหงอกก่อนวัย สมุนไพรที่จะช่วยรักษาผมหงอก ให้ได้คลายกังวลและนำไปใช้กัน ผมหงอกรักษาได้ด้วย 4 สมุนไพรไทย 1. ว่านหางจระเข้ กับสมุนไพรใกล้ตัวที่ให้คุณประโยชน์ต่อคนเราต่างๆ มากมายเลยทีเดียว ซึ่งการใช้ว่านหางจระเข้รักษาผมหงอกนั้น จะมีส่วนผสมที่ต้องนำมาใช้ 3 อย่างด้วยกัน คือ ว่านหางจระเข้ น้ำมันจมูกข้าว และน้ำกะทิ วิธีทำ ให้นำทุกส่วนประกอบมาผสมกัน ชโลมให้ทั่วศีรษะ นวดทิ้งไว้สักพักราว 30 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะช่วยป้องกันอาการผมหงอกก่อนวัย และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นผม ผมนุ่ม แก้ปัญหาผมร่วง ลดอาการคันบนหนังศีรษะ เส้นผมที่หลุดจะงอกใหม่ได้เร็วขึ้น 2. ใบฝรั่ง สรรพคุณของใบฝรั่งนอกจากจะช่วยแก้อาการท้องเสียแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาอาการผมขาว ผมร่วง และบำรุงผมเสียด้วยนะคะ วิธีทำ นำใบฝรั่งมาใช้กับเส้นผมของเราก็คือ นำใบฝรั่งมาบดและมาผสมกับน้ำ หมักผ
พริกหวาน..กินแล้วเผ็ด แต่ดอง..บอระเพ็ด ไม่ขมไม่เข็ด อาจ…จะติดใจ ชื่อวิทยาศาสตร์ Tinospora crispa / Tinospora cordifolia ชื่อสามัญ Heartleaves moonseed ชื่อวงศ์ MENISPERMACEAE ชื่ออื่นๆ เจตมูลหนาม หางหนู เจตมูลยาน (อีสาน) เถาหัวด้วน เครือเขาฮอ จุ่งจิง(ภาคเหนือ) เจ็ดหมูน (ภาคใต้) ฉันถูกตั้งฉายาเป็นสาวแก่ บางคนค่อนแคะฉัน ว่าเป็นสาว “เหนียงยาน” ฟังดูแล้วน่าน้อยใจมาก เพราะตัวฉันเป็นเถาย่านเลื้อยยาวได้ถึง 20 เมตร เนื้อตัวฉันไม่สวย ผิวขรุขระเป็นตะปุ่มเป็นตุ่มทั่วตัว ซ้ำยังมีรากอากาศคล้ายเส้นเชือก ขนาดเล็กและยาวแทงออกมาอีก แต่ก็ยังดีที่ไม่มีใครเรียกฉันว่า “มนุษย์ป้า” เอ่ยชื่อฉัน คิดว่าคนทั่วไปรู้จักดี ไม่ใช่”แปลกที่ชื่อ” แต่แปลกที่ใครได้ยินชื่อฉันแล้วกลัวกันเหลือเกินและก็เพราะมักจะมีอดีตกับฉันเกือบทุกคน ทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะใครที่เคยเป็น”แม่นม” มักจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือ ที่จะบอกลาลูกน้อยไม่ให้ “ดูดนม” โดยไม่เสียสัมพันธภาพ เพราะการ”หย่านม” โดยวิธีใช้ฉัน ทาหัวนมให้ลูกดูด ก็เป็นการบอกเลิกโดยไ
สมุนไพรหลายชนิดได้รับการยอมรับว่าสามารถรักษาโรค หรือบรรเทาอาการต่างๆ ได้ ขอนำเสนอ 9 สมุนไพรอายุยืน สำหรับผู้สูงวัยและผู้ที่เข้าใกล้คำว่าสูงวัย ภาพจาก: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ในตามตำราแพทย์แผนไทย มักจะบอกไว้เสมอว่า วัยชรา หรือปัจฉิมวัย จะเริ่มที่อายุ 32 ปี เป็นต้นไป โดยในวัยกลุ่มนี้ มักจะเริ่มมีปัญหาสุขภาพ โรคของความเสื่อมต่างๆ เพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงควรเริ่มต้นดูแลสุขภาพเพื่อชะลอความเสื่อมต่างๆ ไว้ นอกจากนี้ ปัจฉิมวัย ยังเป็นช่วงวัยที่มีวาตะ (ธาตุลม) เป็นเจ้าเรือน คือจะมีคุณสมบัติแห้งและเย็นของวาตะจะแสดงผลอย่างชัดเจนในปัจฉิมวัยตอนปลาย คือ น้ำหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ จะแห้ง ผิวจะแห้ง ธาตุไฟจะอ่อนแรง การย่อยอาหารจะไม่ดี ทำให้มีอาการท้องอืดท้องผูกง่าย ทั้งยังมีอาการนอนไม่หลับ ความคิดสับสน เป็นต้น ดังนั้น ยาบำรุงสำหรับผู้สูงอายุส่วนใหญ่ควรจะเป็นยาบำรุงธาตุ ซึ่งมักจะประกอบด้วยสมุนไพรที่รสเผ็ด อุ่น ฉุน หอม เพื่อช่วยย่อยอาหาร เช่น พริกไทย สมุนไพรที่มีรสขมเพื่อไปกล่อมตับทำให้ตับไม่ร้อนเกินไป สามารถทำงานในการสร้างไฟธาตุ (น้ำย่อย) ได้ปกติ เช่น ขมิ้น สมุนไพรเพื่อช่วยในการขับถ่าย เช่น สมอ สมุนไพรที่มีคุณสมบัติชุ่มชื้น เช่น มะตูม รากสามสิบ ยอ และมีสมุนไพรรสมันเพื่อไปชดเชยความแห้ง เช่น แห้วหมู ถ้าหากต้องการบำรุงสมรรถภาพทางเพศก็ควรเป็นยาบำรุงที่มีสมุนไพร อย่างกระชายรวมด้วย ตัวอ
บอระเพ็ด อาจเป็นความทรงจำแสนขมของบางคน แต่ความขมนี่แหละที่ใช้เป็นยาอายุวัฒนะของคนเมื่อก่อน โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงพัฒนาบอระเพ็ดในรูปของแคปซูล ใช้เป็นยาเจริญอาหารในคนไข้วัณโรค คนไข้ HIV และคนไข้เบาหวาน บางรายใช้ช่วยในการควบคุมน้ำตาล ล่าสุด มีการใช้บอระเพ็ดเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม ความจำเสื่อม และพาร์กินสัน เนื่องจากมีสาร columbamine ซึ่งเป็นสารกลุ่มอัลคาลอยด์ มีฤทธิ์ยับยั้งการทำลายสารสื่อประสาทในสมอง ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความจำ และกระบวนการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย รวมทั้งกล้ามเนื้อเรียบของอวัยวะภายใน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลในทางคลินิกอย่างเป็นระบบ จึงควรใช้เสริมกับยาแผนปัจจุบัน และไม่ควรกินอย่างต่อเนื่อง เช่น เดือนเว้นเดือน หรือ 2-3 เดือนเว้นเดือน ที่สำคัญ ห้ามใช้บอระเพ็ดในผู้ที่มีภาวะเอนไซม์ตับบกพร่อง หรือผู้ที่มีประวัติเป็นโรคตับ หรือโรคไตรุนแรง รวมทั้งผู้ที่มีแนวโน้มความดันโลหิตต่ำเกินไป หรือน้ำตาลในเลือดต่ำ สตรีตั้งครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้ที่มีร่างกายเย็น ข้อมูลจาก : คอลัมน์ เครื่องแนม นสพ.มติชนรายวัน
